
ความขัดแย้งในยะไข่(จบ)
ความขัดแย้งในยะไข่(จบ) ความขัดแย้งในยะไข่(จบ) : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น Facebook : ruarob.muangman
ท่ามกลางควันไฟในอาระกัน แม้ว่าประธานาธิบดีเต็ง เส่ง จะยืนยันว่าเมียนมาร์จะปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อยอย่างมีมนุษยธรรมและได้ประณามผู้ที่ยุยงให้เกิดความรุนแรง รวมทั้งพระสงฆ์ แต่เมียนมาร์ยังคงไม่รับรองสัญชาติชาวมุสลิมโรฮิงญา และไม่ต้องการรับชาวมุสลิมโรฮิงญาที่ลี้ภัยออกนอกประเทศกลับ ทั้งนี้น่าจะเป็นเพราะรัฐบาลเมียนมาร์ไม่ต้องการสร้างความขัดแย้งกับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศที่เป็นชาวพุทธและแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการให้ชาวมุสลิมโรฮิงญา หรือที่พวกเขาเรียกว่ามุสลิมเบงกาลีอาศัยอยู่ในประเทศ ทั้งนี้พระสงฆ์ได้จัดการเดินขบวนสนับสนุนการขับไล่ชาวมุสลิมโรฮิงญาครั้งใหญ่เมื่อ 2 กันยายน 2555 ที่นครมัณฑะเลย์ มีประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก ขณะที่นางออง ซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านคนสำคัญก็หลีกเลี่ยงการให้ความเห็นใดๆ ที่ขัดต่อท่าทีของรัฐบาลและชาวพุทธเช่นกัน
ผลกระทบเชิงปรากฏการณ์ที่เห็นได้ในระยะสั้นคือคลื่นผู้อพยพลี้ภัยชาวมุสลิมโรฮิงญา เดินทางออกจากเมียนมาร์ เข้าสู่ประเทศที่มีพรมแดนติดกันด้านตะวันตกคือบังกลาเทศอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่มีอยู่แล้วประมาณ 3 แสนคน นับตั้งแต่ปี 2521 ซึ่งเมียนมาร์เริ่มขับไล่ชาวมุสลิมโรฮิงญา บังกลาเทศได้พยายามกดดันให้ผู้อพยพเดินทางกลับเมียนมาร์แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ผู้อพยพส่วนหนึ่งเข้าร่วมกับกลุ่มก่อการร้ายหัวรุนแรงฮูจี เคลื่อนไหวในบังกลาเทศ ล่าสุดรัฐบาลบังกลาเทศได้ประณามผู้อพยพชาวมุสลิมโรฮิงญา ว่าเป็นผู้ยุยงให้ชาวมุสลิมนับหมื่นคนร่วมเผาทำลายวัดและบ้านเรือนชาวพุทธหลายสิบแห่งในเมืองค็อกบาซาร์ ของบังกลาเทศเมื่อ 29 พฤศจิกายน 2555
เริ่มปรากฏข่าวผู้อพยพชาวมุสลิมโรฮิงญาระลอกใหม่พยายามเดินทางเข้ามายังประเทศไทย ก่อนหน้านี้ไทยประสบปัญหาผู้อพยพชาวโรฮิงญาอยู่ก่อนแล้ว และได้เริ่มแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2548 เมื่อ ผบ.ทสส.และผู้แทนหน่วยงานด้านความมั่นคงลงพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก เจรจากับคณะกรรมการอิสลามในพื้นที่กรณีเมียนมาร์ไม่ยอมรับชาวมุสลิมโรฮิงญากลับประเทศ ในปี 2552 ครม.อนุมัติงบประมาณให้ กอ.รมน.ปีละ 4 ล้านบาทเพื่อแก้ไขปัญหาผู้อพยพมุสลิมโรฮิงญา ทำให้จำนวนผู้ลักลอบเข้าเมืองทางทะเลลดลง
จากสถานการณ์ดังกล่าว มีความเป็นไปได้ที่ความไม่สงบในรัฐยะไข่จะปะทุขึ้นอีก เมียนมาร์อาจถูกกดดันจากโลกอิสลามและฝ่ายสิทธิมนุษยธรรมจนส่งผลกระทบต่อแผนพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งอาจจะกระทบต่อการลงทุนของไทยในเมียนมาร์ หากชีวิตความเป็นอยู่ของผู้อพยพชาวมุสลิมโรฮิงญายังไม่ดีขึ้น กลุ่มเคร่งศาสนาหัวรุนแรงอาจอาศัยโอกาสในการขยายฐานมวลชนในพื้นที่ผู้อพยพในประเทศต่างๆ และยุยงให้มีการตอบโต้ชาวพุทธหรือมิตรของเมียนมาร์ได้ แม้ว่าสำหรับไทยนั้นยังไม่ปรากฏความเชื่อมโยงของปัญหาดังกล่าวในเชิงต่อต้านไทยอย่างชัดเจน แต่ต้องระมัดระวังท่าทีของกลุ่มการเมืองชาวโรฮิงญาที่มีความเคลื่อนไหวในแบบเดียวกันหลายแห่งทั่วโลก เช่น ล่าสุดเมื่อ 29 ตุลาคม 2555 ชาวมุสลิมโรฮิงญา 50 คนชุมนุมหน้าสำนักงานยูเอ็นประจำประเทศไทย เรียกร้องให้ยูเอ็นส่งกองกำลังเข้าไปช่วยเหลือชาวมุสลิมโรฮิงญาในพื้นที่รัฐยะไข่



