ข่าว

โลกเสมือนจริง

โลกเสมือนจริง

26 พ.ย. 2555

โลกเสมือนจริง : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล

              มีผู้ปรารภว่า คนเราทุกวันนี้อยู่ในโลกสองใบ แต่ไม่ใช่โลกแห่งความจริงกับโลกแห่งความฝันหรือโลกในจินตนาการเช่นอดีต หากอยู่ในโลกแห่งความจริงกับโลกเสมือนจริง ซึ่งดูเหมือนจะน่ากลัวยิ่งกว่าอยู่อย่างครึ่งจริงครึ่งฝันเช่นแต่ก่อน เพราะโลกเสมือนจริงนั้นให้ความน่าเชื่อถือและก่อให้เกิดความสับสนได้มากกว่า ที่น่าเป็นห่วงยิ่งไปกว่านั้นก็คือมีคนรุ่นใหม่เป็นจำนวนมากที่ติดอยู่ในโลกเสมือนจริงจนห่างไกลจากโลกที่แท้จริง
    
             โลกเสมือนจริงนั้น เริ่มต้นจากเกมต่างๆ ที่สร้างรูปร่างหน้าตา กิริยาท่าทาง สถานที่ และบรรยากาศ ได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริง นอกเหนือจากความสนุกสนานตื่นเต้น และความท้าทาย จึงทำให้เด็กและเยาวชนติดเกมเหล่านี้กันทั่วโลก การนำเสนอข่าวคราว ดนตรี กีฬา การแสดง หรือโฮม วิดีโอ ผ่านทางยูทูบ ก็ทำให้คนในที่ต่างๆ สามารถติดตามเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งการติดต่อกันทางสังคมออนไลน์ผ่านเครือข่ายนานาชนิดเป็นไปอย่างสะดวกสบาย ก็ยิ่งทำให้ผู้คนทำความรู้จักและติดต่อกันอย่างสนิทสนมคุ้นเคยโดยไม่จำเป็นต้องรู้จักตัวตนที่แท้จริงของอีกฝ่ายหนึ่ง
    
             มีผู้คำนวณว่าในแต่ละวัน คนสมัยใหม่ใช้เวลาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์มากกว่าอยู่ต่อหน้าคนในครอบครัว พูดคุยกับเพื่อนๆ ทางเฟซบุ๊ก หรืออีเมล มากกว่าเพื่อนฝูงที่โรงเรียนและกล้าที่จะบอกเล่าเรื่องต่างๆ ให้คนที่ไม่เคยพบหน้าค่าตาฟังมากกว่าพ่อแม่พี่น้อง ซึ่งบางครั้งก็นำไปสู่เหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงหรือประสบการณ์ที่เลวร้ายในชีวิต
    
             ในสมัยก่อน วัยรุ่นในยุคนั้นอาจจะมีอาการเหงา ว้าเหว่ โดดเดี่ยว และแสวงหาตัวเองหรือคนที่เข้าใจตน เช่นเดียวกับในยุคนี้ แต่ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะเกาะกลุ่มอยู่กับเพื่อนที่เติบโตมาด้วยกัน ซึ่งแม้แต่ละคนจะขาดประสบการณ์ของชีวิต แต่ก็มีความผูกพัน ความรักและความจริงใจให้กัน มากกว่าคนแปลกหน้าที่รู้จักกันเพียงไม่กี่วันในโลกออนไลน์
    
             แน่นอนว่าเราคงไม่สามารถที่จะย้อนเวลากลับไปในอดีตสมัยที่ยังไม่มีการติดต่อกันทางคอมพิวเตอร์ได้ แต่เราก็ควรเรียนรู้ที่จะอยู่กับโลกเสมือนจริงและโลกอันแท้จริง รู้จักการแบ่งเวลาให้แก่คนใกล้ตัว และเข้าใจสภาวะที่แท้จริงของสิ่งที่อยู่ในโลกสมมุติเหล่านั้น เพื่อที่จะมีชีวิตด้วยความสุขจริงๆ มิใช่แค่เรื่องลวงใจ
    
             ในต่างประเทศพบว่า การปฏิสัมพันธ์ในโลกเสมือนจริง ทำให้มนุษย์สูญเสียความสามารถในการติดต่อกันโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นภาษาพูด ภาษาเขียน หรือมารยาททางสังคม ซึ่งเรามักจะได้ยินเสียงบ่นว่าเด็กสมัยนี้พูด-เรียน-เขียน-อ่าน กันไม่ค่อยจะถูก หนำซ้ำยังไม่ค่อยจะมีมารยาททั้งกิริยาและวาจา นอกเหนือจากนั้นก็คือมนุษย์ยุคนี้จะขาดวิจารณญาณ คิดน้อยลง ไม่มีเหตุผล และเลื่อนไหลไปตามกระแส ทำให้เกิดธรรมเนียมกด “like” หรือโพสต์ และลิงค์ข้อความต่างๆ จนว่อนเน็ต รวมทั้งขาดความอดทน อดกลั้น เช่นคนยุคก่อน และเพราะถือว่าตนเองอยู่ในโลกสมมุติจึงกลายเป็นคนหุนหันพลันแล่น แสดงออกทางความรู้สึกและอารมณ์อย่างรุนแรง ไม่คำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดแก่บุคคลอื่น
    
             นับเป็นเรื่องน่าประหลาดใจที่เวลานี้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีกำลังสวนทางกับความเจริญทางความคิดและจิตใจของมนุษย์ ในขณะที่มนุษย์สามารถซื้อหาเทคโนโลยีล่าสุดมาใช้กันจนเกร่อ แต่มนุษย์ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้พัฒนาตัวเองให้ไกลไปกว่าการเป็นนักซื้อคอมพิวเตอร์และนักเล่นคอมพิวเตอร์เท่านั้น
    
             และยิ่งคอมพิวเตอร์มีวิวัฒนาการรุดหน้าไปเท่าไหร่ มนุษย์ก็กลับจะล้าหลังลงเรื่อยๆ และติดอยู่ในโลกเสมือนจริงของคอมพิวเตอร์ จนห่างไกลจากโลกที่แท้จริงไปทุกขณะ