
เช็กความพร้อมไทยสู่เจรจาทีพีพี
ที่นี่บัวแก้ว : เช็กความพร้อมไทย สู่เจรจาทีพีพี : โดย...นันทิดา พวงทอง
เกษตรกรในญี่ปุ่นแสดงพลังต่อต้านการเปิดเจรจาทีพีพีระหว่างรัฐบาลญี่ปุ่น-สหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2555
ท่ามกลางเสียงคัดค้านและวิพากษ์วิจารณ์ถึงการได้ไม่คุ้มเสีย กรณีที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้แสดงเจตจำนงเข้าร่วมเจรจาหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (ทีพีพี) ของไทย-สหรัฐอเมริกา ระหว่างที่นายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เยือนประเทศไทยในฐานะแขกรัฐบาล เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซึ่งในข้อเท็จจริงแล้ว การเจรจาทีพีพียังเป็นเส้นทางอีกยาวไกล หากแต่วันนี้ รัฐบาลได้เตรียมตัว เพื่อการเจรจาภายใต้ผลประโยชน์ของประเทศอย่างไรบ้าง
ระหว่างแถลงข่าวร่วมของ 2 ผู้นำไทยกับสหรัฐ ประธานาธิบดีโอบามาได้กล่าวถึงการเจรจาทีพีพีว่า "เป็นความตกลงการค้าที่มีมาตรฐานสูง" ที่มุ่งเพิ่มโอกาสความร่วมมือทางการค้า และเศรษฐกิจที่มีต่อกันมากขึ้น ขณะที่ฝ่ายไทยคงต้องเช็กดูความพร้อมต่อการจะเปิดเจรจาทีพีพี ที่มีสหรัฐเป็นหัวหอกสำคัญเข้าเทียบเชิญไทยเข้าร่วมการเจรจานี้
แหล่งข่าวกระทรวงการต่างประเทศได้แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ว่า การเจรจาทีพีพีเป็นการเจรจาเปิดเสรีทางการค้าที่มีความซับซ้อนและละเอียดถี่ถ้วน มากกว่าการเจรจาการค้ากว่าที่มีอยู่ โดยปัจจุบัน ในความร่วมมือเพื่อจัดทำเขตการค้าเสรีกับกลุ่มประเทศในแต่ละภูมิภาค ทางสหรัฐได้มีการจัดทำข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ หรือนาฟตา ขณะที่ประเทศไทยมีการจัดทำข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟตา โดยทั้งไทยและสหรัฐมีแนวร่วมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจแบบพหุภาคี ในเวทีความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปค โดยที่ในปีนี้เน้นการฟื้นเส้นทางการค้าและการกระตุ้นเศรษฐกิจ มุ่งหวังให้เอเปคเปิดเสรีการค้าในอนาคต
สำหรับการเจรจาทีพีพี เป็นการเอื้อให้เปิดการค้าเสรีมากขึ้นจากเดิมที่เป็นกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในแต่ละภูมิภาค โดยการเข้าร่วมเจรจาทีพีพีใน 3 ลักษณะ คือ การเปิดโอกาสให้เจรจาเปิดเสรีการค้าแบบทวิภาคี การเจรจาแบบกลุ่ม และการเจรจาทวิภาคีควบคู่กับการเจรจากลุ่ม โดยปัจจุบันมีสมาชิกที่เข้าร่วมเจรจาทีพีพีจากสองฟากของมหาสมุทรแปซิฟิก รวมแล้ว 11 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ชิลี เปรู สิงคโปร์ บรูไน มาเลเซีย เวียดนาม เม็กซิโก และแคนาดา ขณะที่ญี่ปุ่นกับไทยอยู่ในสถานะแสดงเจตจำนงเข้าร่วมทีพีพี ทั้งนี้ ในอนาคตมีแนวโน้มที่จะมีอีกหลายประเทศเข้าร่วมเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้น
หากมองย้อนกลับไป ในสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ได้มีการเจรจาเปิดเขตการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหรัฐ แต่การเจรจาต้องล้มไปไม่คืบหน้า จึงจะเห็นว่า ในทางยุทธศาสตร์ สหรัฐต้องการเข้ามามีส่วนร่วมทางการค้ากับรายประเทศและกลุ่มความร่วมมือในเอเชียมากขึ้น โดยใช้การเจรจาทีพีพีเป็นเครื่องมือเปิดการค้าเสรีในโลกสมัยใหม่
ที่ผ่านมา กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้ว่าจ้าง บริษัทไบอัน เคฟ ทำงานวิจัยเพื่อประเมินผลความน่าจะเป็นและแนวโน้มหากประเทศไทยเข้าร่วมเจรจาทีพีพี ซึ่งนับว่าเป็นงานวิจัยเพียงชิ้นเดียวเกี่ยวกับทีพีพีในขณะนี้ และในรายงานยังไม่มีการวิจัยแบบเจาะลึกรายสาขาที่ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้รายงานได้มีข้อคิดเห็นว่า การเข้าร่วมเจรจาทีพีพีจะได้ประโยชน์ในทางการค้ามาก หากไม่เข้าร่วมก็ไม่เสียหายอะไร แต่ประเทศอื่นๆ ที่เข้าร่วมเจรจาทีพีพีจะได้เปรียบในการเจรจาเปิดเสรีทางการค้ามากกว่า โดยที่ประเทศไทยจะถูกทิ้งในเวทีโลก
มาถึงตอนนี้ การปรับยุทธศาสตร์ด้านการค้าของไทยให้เท่าทันสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไปจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะต้องรู้เท่าทันสหรัฐ และต้องเตรียมตัวให้พร้อม หากจะต้องทำการเจรจาทีพีพีในอนาคต ดูจากแนวโน้มในขณะนี้ มีหลายประเทศในอาเซียนกำลังพิจารณาเข้าร่วมเจรจาทีพีพี สำหรับประเทศไทย การเข้าร่วมความร่วมมือดังกล่าวมีความจำเป็นต้องทำการศึกษาอย่างรอบด้าน และรัฐบาลต้องวางยุทธศาสตร์ในเรื่องนี้ที่ชัดเจนอีกด้วย
-------------------
(ที่นี่บัวแก้ว : เช็กความพร้อมไทย สู่เจรจาทีพีพี : โดย...นันทิดา พวงทอง)



