
ร้องเล่นเต้นต่อย!!
ร้อง เล่น เต้น ต่อย : โดย...พันโชค ธัญญเจริญ
29 ตลุาคม 1974 มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในวงการมวย นั่นก็คือ "เดอะ รัมเบิล อิน เดอะ จังเกิล" ศึกชิงแชมป์มวยโลก รุ่นเฮฟวีเวท ทั้ง "ดับเบิลยูบีเอ" สมาคมมวยโลก และ "ดับเบิลยูบีซี" สภามวยโลก ระหว่าง มูฮัมหมัด อาลี กับ จอร์จ โฟร์แมน ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในรัฐ กินชาซา ประเทศ ซาอีร์ ปัจจุบันคือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก แต่จะมีสักกี่คนที่ยังจำ "ซาอีร์ 74" เทศกาลดนตรีซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน วันละ 12 ชั่วโมง อุ่นเครื่องก่อนศึกชิงแชมป์มวยโลกจะเริ่มต้นขึ้น
ศิลปินที่มาร่วมงานก็เป็นนักร้องผิวดำมีชื่อเสียงในอดีต ไม่ว่าจะเป็น เดอะ สปินเนอร์ส, เจมส์ บราวน์, บีบี คิง, มิเรียม มาเคบา, ตาบู เลย์ โรเชโร แม้กาลเวลาจะล่วงเลยมากว่า 30 ปี แต่คอนเสิร์ตของศิลปินผิวดำครั้งนี้ ก็มีความสนุกและทันสมัยไม่ต่างจากคอนเสิร์ตปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นคอนเสิร์ตที่ควรค่าแก่การชมมากที่สุดคอนเสิร์ตหนึ่งก็ว่าได้
ขณะที่สังเวียนมวยครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างชื่อให้ผู้จัดการมวยรุ่นเฮฟวีเวทของ เออร์นี เชฟเวอร์ ด้วย เพราะเขารับเป็น "โปรโมเตอร์" ผู้จัดศึก "เดอะ รัมเบิล อิน เดอะ จังเกิล" นี้ขึ้นมา ที่ต่อมาทั่วโลกรู้จักเขาในนาม "ดอน คิง"
แต่การประหมัดระหว่างโฟร์แมน กับ อาลี ก็ได้สร้างปรากฏการณ์หลายอย่างให้เกิดขึ้นในโลกด้วย ไม่เพียงแต่เป็นการแข่งขันกีฬาธรรมดา แต่ยังมีนัยแฝงทางการเมือง เนื่องจากขณะนั้นกระแสทางการเมืองทั่วโลกกำลังต่อต้านชนชาติผิวสี แต่การที่คิง กล้าเข้าไปจัดมวยชิงแชมป์โลกถึงใจกลางทวีป แอฟริกา นับเป็นการท้าทายอย่างยิ่ง
และมวยคู่นี้จบลงที่อาลีเป็นฝ่ายชนะน็อกยก 8 ได้กลับมาเป็นแชมป์โลกสมัย 2 ทั้งๆ ที่ในแต่ละยกของการชกนั้น อาลีเป็นรองสุดกู่ ท่ามกลางเสียงครหาว่าผู้จัดเจตนาขึงเชือกกั้นเวทีให้หย่อน เพื่อที่จะให้อาลี พยายามโยกหลบหมัดของโฟร์แมนได้สะดวก อีกทั้งโฟร์แมนก็ได้บอกภายหลังการชกว่าถูกเอาเปรียบแทบทุกอย่าง
ซึ่งเมื่อเหตุการณ์ผ่านมาเกือบ 4 ทศวรรษ ทั้งเหตุการณ์ดนตรี "ซาอีร์ 74" และศึกมวยโลก "เดอะ รัมเบิล อิน เดอะ จังเกิล" ถูกถ่ายทอดผ่านทั้งภาพข่าว สารคดี ภาพยนตร์ หนังสือ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และแทบจะไม่เหลือแง่มุมใดๆ ให้ "แฉ" อีกแล้ว
แต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือในส่วนของเทศกาลดนตรี ที่แทบจะล้มลุกคลุกคลานถึงขนาดที่หากตัวแทนผู้จัดคอนเสิร์ตสักคน เหนื่อย ท้อ ตัดสินใจเพียงเสี้ยววินาทีสั่งยกเลิก เทศกาลนี้ก็จะไม่มีวันได้เกิดขึ้นเนื่องจากแรกเริ่มเทศการดนตรีและมวยโลกจะจัดต่อเนื่องกัน เพราะคำว่า "เดอะ รัมเบิล" หมายถึง เสียงกึกก้อง คือการแทนเสียงร้องของเพลงโซล ส่วนคำว่า "เดอะ จังเกิล" หมายถึง ป่า คือคู่มวยที่ดุดิบและจัดการชกในดินแดนกาฬทวีป แต่แล้วคู่มวยระหว่างโฟร์แมน กับ อาลี กลับเลื่อนชกจากวันที่ 24 กันยายน ไปเป็นวันที่ 29 ตุลาคม ช้ากว่ากำหนดเดิมถึงเดือนเศษ เท่ากับเทศกาลดนตรีต้องขายตั๋วให้ได้ด้วยตัวเอง
แต่จนแล้วจนรอดผู้จัดเทศกาลดนตรีซาอีร์ 74 ยืนยันกำหนดเดิม คือวันที่ 20-22 กันยายน และผ่านพ้นไปได้ในที่สุด ซึ่งพวกเขาอาจไม่รู้ว่าเมื่อขึ้นยุคศตวรรษ 21 เทศกาลดนตรีครั้งนี้ของพวกเขาได้ถูกยกย่องจาก "โรลลิงสโตน" นิตยสารบันเทิงทรงอิทธิพลฉบับหนึ่งของโลก ให้เป็นเทศกาลเพลงที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์เทศกาลดนตรีโลก
ขณะที่ในส่วนของศึกมวยโลก "เดอะ รัมเบิล อิน เดอะ จังเกิล" กลับเต็มไปด้วยข้อครหาติฉินนินทามากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเด็นการก้าวขึ้นมาเป็นผู้ทรงอิทธิพลในวงการมวยโลกของ "ดอน คิง" เพราะหลังจากนั้นนักข่าวมักเขียนถึงโปรโมเตอร์ผู้นี้ว่า มีอำนาจเหนือสถาบันมวยใดๆ โดยมีกลุ่มมาเฟียที่ นครลาสเวกัส ให้การสนับสนุนอยู่ และถูกครหาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการให้คะแนนที่ค้านสายตาผู้ชมหลายครั้ง ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีทางศาลหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็รอดตัวมาได้ทุกครั้ง ปัจจุบันได้โอนถ่ายงานส่วนหนึ่งไปให้แก่ลูกชายคือ คาร์ล คิง เป็นผู้ดูแล
--------------------
บทบันทึกประวัติศาสตร์
- ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง "โซล พาวเวอร์" เมื่อปี 2008 กำกับโดย เจฟฟรีย์ เลวี ฮินเต คือบทบันทึกเทศกาลดนตรีซาอีร์ 74 ที่ถูกกล่าวขานว่ายอดเยี่ยม ที่สุด ดีที่สุด ทั้งแรงบีบขั้นขณะเตรียมงานจนถึงพลังเสียง พลังดนตรีของศิลปิน
- มีภาพยนตร์หลายเรื่องที่มีเหตุการณ์หลักหรือเชื่อมโยงถึงศึกมวยโลก "เดอะ รัมเบิล อิน เดอะ จังเกิล" อาทิ อาลี (2001), ดอน คิง : โอนลี อิน อเมริกา (1997)
-------------------
(ร้อง เล่น เต้น ต่อย : โดย...พันโชค ธัญญเจริญ <[email protected]>)



