
'เฉลิม'รับกลางสภา'เป็นขี้ข้า'
'ชูวิทย์'อัด'เฉลิม'2มาตรฐาน ใช้คลิปบ่อนพนันเขี่ยอดีตผบ.ตร. 'เฉลิม'ท้ารับเงินจากบ่อนพนันขอให้หายนะ รับ'เป็นขี้ข้าทักษิณ'กลางสภา
25พ.ย.2555ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย อภิปราย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี โดยก่อนเริ่มการอภิปรายนั้นนายชูวิทย์ได้นำพระแก้วมรกตมายืนยันว่าจะไม่พูดเรื่องส่วนตัว แต่เน้นการอภิปรายด้วยข้อกฎหมายและเท็จจริงเท่านั้นด้วย นอกจากนี้นายชูวิทย์ยังได้เปิดคลิปบ่อนการพนันในจ.พิษณุโลกที่ระบุว่าตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามโรงแรมน่านเจ้าโดยอ้างว่าบันทึกไว้เมื่อวันที่ 9 พ.ย.ด้วย ซึ่งสาเหตุที่ยังคงมีการเปิดบ่อนการพนันนั้นเป็นเพราะรองนายกรัฐมนตรีได้เคยพูดให้สัมภาษณ์ว่าคลิปไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานได้
นายชูวิทย์ กล่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิมเคยพูดว่าคลิปการพนันนั้นใช้จับไม่ได้ เพราะมีแค่คลิปและอุปกรณ์การเล่นการพนันเพียงอย่างเดียวไม่ถือว่าเป็นความผิด ทั้งๆ ที่คลิปของตนครบองค์ประกอบความผิดถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว มีทั้งไพ่ คนเล่น เงิน และพฤติกรรมการเล่น จะใช้ไม่ได้ได้อย่างไรในเมื่อที่ผ่านมาการจับโจรใต้ก็ใช้คลิปจากกล้องซีซีทีวี หรือแม้แต่ตอนย้ายผบ.ตร.ก็ยังบอกว่าคลิปชัดเจน ต้องย้ายต้องโดน แต่เมื่อย้ายผบ.ตร.เสร็จแล้วได้เห็นคลิปกลับบอกว่าใช้ไม่ได้
ทั้งนี้คลิปบ่อนรัชดาที่เคยนำออกมาเปิดเผยก่อนหน้านี้นั้น ขณะนี้ได้รับหนังสือจากจเรตำรวจ บช.น.ลงวันที่ 23 ส.ค.เรื่องคลิปบ่อนรัชดาว่า ผลการตรวจสอบนั้นเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสนใจ เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติภารกิจ แต่ได้สั่งให้ยุติเรื่อง ถือว่าคดีในทางวินัยนั้นเจ้าหน้าที่กลับให้ความช่วยเหลือกัน เพราะในทางอาญาตำรวจกลับดำเนินคดีอาญาต่อ โดยออกหมายจับเลขที่ 1072/2554 ลงวันที่ 2 ก.ย.54 เพื่อจับกุมผู้ต้องหาดำเนินคดี
นอกจากนี้ตำรวจยังเห็นควรสั่งฟ้องเมื่อวันที่ 24 พ.ย.เรียกได้ว่าคดีทางอาญาก็ดำเนินการไป แต่คดีทางวินัยกลับช่วยกันยุติเรื่อง แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ร.ต.อ.เฉลิมใช้กฎหมายฉบับเดียวกัน แต่ใช้ไปใน 2 ทาง คือ ทั้งขาวและดำ อย่างไรก็ตาม หลังจากยุติเรื่องลงกลับมีรถเบนซ์ที่ซื้อจากโชว์รูมพระราม 9 มูลค่า 3.8 ล้านบาทขับไปวนเวียนอยู่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) แสดงให้เห็นว่าระบบตำรวจไทยล่มสลายแล้ว
นายชูวิทย์ กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจ (ทดแทน) จำนวน 396 หลัง งบประมาณ 5,848 ล้านบาทนั้น เริ่มโครงการตั้งแต่ 26 มิ.ย. 54 สิ้นสุดสัญญา 17 มิ.ย.55 แต่มีการขยายเวลาการสิ้นสุดโครงการถึง 13 ม.ค.56 รวมใช้เวลา 660 วัน แม้โครงการนี้จะอนุมัติในรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ แต่อยู่ในความดูแลของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยถึง 510 วันภายใต้การกำกับของสตช.ที่ร.ต.อ.เฉลิมดูแล แต่ขณะนี้เหลือระยะเวลาเพียง 43 วันโครงการจะสิ้นสุดลง สถานีตำรวจทั่วประเทศยังไม่แล้วเสร็จ กลับมีทั้งการทิ้งงาน ปล่อยพื้นที่รกร้าง และหลายแห่งยังไม่เริ่มการก่อสร้าง ในขณะที่ห้องทำงานส่วนตัวของ ร.ต.อ.เฉลิม ที่ สตช.กลับตกแต่งแล้วเสร็จอย่างสวยงามด้วยงบประมาณ 2 ล้านกว่าบาทในระยะเวลาเพียง 1 เดือน โดยไม่ทราบว่าเป็นงบประมาณของใคร เป็นงบของสตช.หรือเป็นงบนักเลงที่ไปใช้ให้คนอื่นสร้างหรือไม่
นายชูวิทย์ กล่าวด้วยว่า การทำหน้าที่ตรวจสอบบ่อนการพนันในฐานะฝ่ายค้านของตนนั้นยังทำให้ถูกคุกคามถึง 8 ครั้งในระยะเวลาเพียง 2 เดือน โดยมีทั้งการนำประทัดยักษ์ ลูกเปตอง ลูกดัมเบล ก้อนหิน และก้อนปูนขนาดใหญ่ปาใส่ประตูและกระจกโรงแรมของตน ทั้งนี้ อยากฝากไปยังนายกรัฐมนตรีด้วยว่า อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจเฉลิม จะจนใจเอง
“วันนี้นายกฯ เป็นพญาระกาแล้ว อย่าไปพึ่งใคร ให้พึ่งตัวเอง เพราะเห็นได้ว่าที่ผมพูดมาทั้งหมดนั้น ทำให้ผมไม่สามารถไว้วางใจ ร.ต.อ.เฉลิมได้ เพราะหากอะไรที่เป็นประโยชน์ ร.ต.อ.เฉลิมจะใช้อย่างหนึ่ง แต่ถ้าไม่เป็นประโยชน์ก็จะใช้อีกอย่างหนึ่ง” นายชูวิทย์กล่าว
ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม ชี้แจงว่า อุปกรณ์การเล่นพนันอย่างเดียวนั้นไม่สามารถเอาผิดได้ ต้องจับได้ในขณะลักลอบเล่นการพนัน และมีการเอาทรัพย์สินกัน ส่วนคลิปที่นายชูวิทย์นำมาเปิดในวันนี้ขอให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 รีบไปดำเนินการ ขอยืนยันว่าคลิปที่นายชูวิทย์เปิดนั้นยังมีไม่เท่า 1 ใน10 ของคลิปที่ตนมี
ทั้งนี้เมื่อนายกรัฐมนตรีมอบหมายงานให้ตน ผ่านไป 1 ปีเศษสถิติการจับกุมในรอบปีงบประมาณ 2555 นั้นสามารถจับบ่อนสำคัญได้ถึง 48,501 ราย ดังนั้นอย่าเอาข้อมูลไม่จริงมาพูดโดยไม่รับผิดชอบ ส่วนภาพรถเบนซ์สีดำที่นายชูวิทย์นำมาอภิปรายนั้นขอให้ระบุมาเลยว่าใครเป็นคนรับ จะได้สั่งให้ดำเนินการ และตนขออธิษฐานต่อหน้าพระแก้วมรกตที่นายชูวิทย์นำมาด้วยว่า หากตนรับเงินจากบ่อนการพนันก็ขอให้วิบัติ แต่ถ้านักการเมืองคนไหนในสภาฯ ไปรับเงินจากบ่อนการพนันก็ขอให้วิบัติหายนะในเร็ววันด้วย ส่วนเรื่องที่นายชูวิทย์ถูกข่มขู่นั้น หากตำรวจไม่รับดำเนินคดีก็ให้มาร้องที่นายกรัฐมนตรีหรือตนก็ได้ จะดำเนินการให้ เพียงแต่เรื่องแบบนี้ไม่มีความจำเป็นอะไรต้องมาอภิปรายในสภาฯ นอกเสียจากว่าอยากเด่น อยากดัง
ร.ต.อ.เฉลิม ชี้แจงด้วยว่า ตนไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการก่อสร้างสถานีตำรวจทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม พบว่ามีพ่อตานักการเมืองได้โครงการดังกล่าวไป และมีนักการเมืองชั่วๆ เก็บค่าต๋งไปแล้วตั้งแต่เริ่มดำเนินการ หลังจากนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบครั้งใหญ่ หากพบใครทำผิดจะดำเนินการอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องการตกแต่งห้องทำงานนั้น ตนไม่เคยเบิกเงินจากสตช.แม้แต่บาทเดียว รถประจำตำแหน่ง คนขับและน้ำมันก็ไม่เคยนำมาใช้ส่วนตัว และการเดินทางไปต่างจังหวัดนั้นตนใช้สิทธิส.ส.ในการเบิกเพียงตั๋วโดยสารเครื่องบินเท่านั้น
ขณะที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ร.ต.อ.เฉลิมมีพฤติกรรมละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ถอดยศตำรวจ ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีทั้งที่ตามระเบียบสำนักงานตำรวจเเห่งชาติ (สตช.) ระบุชัดเจนว่านายตำรวจที่ถูกศาลพิพากษาถึงที่สุดต้องถูกถอดยศ
ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม ชี้แจงว่าประเด็นถอดยศ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ตนและน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่มีอำนาจหน้าที่ที่ไปดำเนินการ เพราะเป็นเรื่องของเจ้าพนักงานที่ต้องปฏิบัติหน้าที่
พร้อมกันนี้ร.ต.อ.เฉลิม ได้กล่าวยอมรับว่า "เป็นขี้ข้าทักษิณ และเป็นมานานแล้ว ผมเต็มใจ" อย่างไรก็ตามมี ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้ขอให้ร.ต.อ.เฉลิมถอนคำว่า"ขี้ข้าทักษิณ" แต่ประธานในที่ประชุมได้วินิจฉัยว่า "ไม่ต้องถอน ท่านรองนายกฯเฉลิมเต็มใจเป็นขี้ข้าครับ"



