ข่าว

'เฉลิม'ปัดตอบ'ประสงค์'รับไม้ต่อเสธ.อ้าย

'เฉลิม'ปัดตอบ'ประสงค์'รับไม้ต่อเสธ.อ้าย

25 พ.ย. 2555

"เฉลิม" ปัดตอบ น.ต.ประสงค์รับไม้ต่อจากเสธ.อ้าย ป้องจนท.ใช้แก๊สน้ำตาคุมม็อบ ทำถูกต้องตามหลักยูเอ็น จ่อเปิดเทปเล่นงานเอาผิดแกนนำบนเวที

          วันที่ 25 พ.ย.55  เวลา 09.55 น.ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการวิจารณ์กรณีที่ตำรวจใช้แก๊สน้ำตากับกลุ่มผู้ชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมาว่าไม่เป็นไปตามหลักสากล ว่า"คนวิจารณ์ไม่เข้าใจพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ต้องมีระดับผู้บังคับการรับผิดชอบ คือพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว เป็นผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบในราชอาณาจักร (ศอ.รส.) ซึ่งได้มีการสั่งห้ามฝ่าฝืนเข้ามายังพื้นที่ตั้งแต่สะพานผ่านฟ้าฯและบริเวณรอบทำเนียบรัฐบาล เพราะผู้ชุมนุมประกาศชัดเจนว่าจะชุมนุมที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ซึ่งเราก็บอกว่าถ้าหากมีคนล้นจริงๆ ก็จะเปิดทางให้ แต่มีคนเพียงหมื่นคนเศษๆ และคนที่ฝ่าฝืนขับรถชนตำรวจก่อน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บสาหัส พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ ทั้งหมดนี้ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ได้ดำเนิการตามหลักสากล อยากเตือนผู้ชุมนุมว่าอย่าเข้าใจผิดว่าเป็นการทำผิดพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เพียงอย่างเดียว การขับรถชนเจ้าหน้าที่ในขณะที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น ถึงแม้จะไม่เล็งเห็นผล แต่ก็สามารถทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้ จัดอยู่ในเกณฑ์พยายาม จึงต้องระมัดระวังในเรื่องนี้ ถ้าเราไม่ใช้แก๊สน้ำตา เจ้าหน้าที่ก็ตายหลายคน"

 

         ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังถูกแทงด้วยเหล็กแหลม 1 นายจนบาดเจ็บสาหัส รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ถูกรถชนอย่างนี้เหมาะสมหรือไม่กับการที่บอกว่าเรียกร้องประชาธิปไตย ส่วนกรณีที่มองว่าการปราบปรามผู้ชุมนุมไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่จะต้องใช้น้ำฉีดก่อนนั้น เรื่องนี้เจ้าหน้าที่ได้มีการเตือนก่อนแล้ว ถ้าไปรอฉีดน้ำตำรวจคงตายหมด การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ถือเป็นความชอบธรรมและถูกต้อง รวมถึงได้มีการสั่งห้ามเจ้าหน้าที่พกอาวุธโดยเด็ดขาด อย่างเช่น กระบองและแก๊สน้ำตานั้น ถือว่าเป็นไปตามหลักสากล ตนเป็นคนออกกฎตรงนี้เอง โดยให้ผู้ที่เก่งภาษาอังกฤษแปลมาจากกฎยูเอ็นที่กำหนดเอาไว้เป็นกติกาของโลก

         ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ได้บอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วว่าพวกที่ขึ้นเวทีปราศรัย ผู้ที่มีส่วนร่วมในกา

รจัดตั้งการชุมนุมตั้งแต่ต้น กระทำผิดอะไรก็ว่ากันไปตามกฎหมาย อย่าไปกลั่นแกล้ง ส่วนเนื้อหาบนเวทีปราศรัยจะผิดกฎหมายหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างที่เจ้าหน้าที่เปิดวีดีโอเทปตรวจสอบ ซึ่งหากไม่ถูกต้องก็ต้องดำเนินคดี เพราะถ้าไม่ดำเนินคดี เท่ากับว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจละเว้น ตนไม่ไปสั่ง ต้องดูกันไปตามหน้าที่ อะไรผิดก็ผิด อะไรถูกก็ถูก และคนที่ถูกจับไปร้อยกว่าคน ก็ย้ำให้ใช้หลักรัฐศาสตร์ ถ้าสืบสวนและพบว่าถูกหลอกให้มาชุมนุม ก็ไม่ต้องดำเนินคดี โดยยึดหลักตามมาตรา 21

 

         เมื่อถามว่ากลุ่มผู้ชุมนุมอ้างว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจปิดเส้นทางการเดินทางเข้าไปชุมนุมที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า "ทำไมไม่เข้าทางข้างพล.ร.1 รวมถึงบริเวณเส้นทางวัดเบญจมบพิตรที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปิดเส้นทางไว้ให้ และพื้นที่ที่ผู้ชุมนุมพยายามจะเข้านั้น เป็นพื้นที่ที่มีการประกาศในพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ไว้แล้วถึง 2 วัน บอกกันล่วงหน้า ไม่ใช่เพิ่งมาห้าม และไม่ใช่ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าไปยุ่งในลานพระบรมรูปฯ หรือเข้าไปสลายม็อบ แต่นี้ม็อบมาสลายตำรวจ"

 

         เมื่อถามว่าจะประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ จนจบการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ต้องหารือผบ.ตร.ก่อน ถ้าไม่มีความจำเป็นก็ยกเลิก เมื่อถามว่าได้มีการประเมินหรือไม่ว่า ทำไมกลุ่มผู้ชุมนุมถึงยุติการชุมนุมเร็วเกินคาด ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า "ไม่ได้ประเมิน ถือเป็นสิทธิ์ของเขา" เมื่อถามว่า แต่ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ประเมินว่าจะเป็นการชุมนุมที่ยืดเยื้อ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า"ดูจากการสร้างเต็นท์ของผู้ชุมนุมแล้ว จะอยู่วันเดียวหรืออย่างไร แต่เป็นเพราะคนส่วนใหญ่ทั้งประเทศไม่เอาด้วย เลยจบเร็ว แต่ถ้ามาเป็นแสนคน ห้าหมื่นคน ก็คงไม่จบ จากผลโพลล์ 94 เปอร์เซ็นต์คนไม่เอาม็อบ ส่วนที่จะมีการเปลี่ยนแกนนำจากพล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานองค์การพิทักษ์สยามเป็น น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ นั้น ผมไม่ขอพูด ไม่มีความเห็น เป็นสิทธิ์ของเขา ไม่ใช่เรื่องของผม แต่ถ้าหากมีการชุมนุมก็ดูแลให้เรียบร้อย ตำรวจทำดีที่สุดแล้ว ยืนยันว่าผมใช้หลักสากล ไม่นิมความรุนแรง ส่วนที่มองว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมากกว่าม็อบนั้น เพราะว่าก่อนหน้าที่เขาประกาศว่าผู้ชุมนุมจะมาเป็นล้าน แล้วจะให้ตำรวจมาน้อยได้อย่างไร ถ้ามาน้อยเขาก็บุกทำเนียบฯ"
 


         เมื่อถามว่ามีการวิจารณ์ว่ารัฐบาลประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เก้อ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า "ดีแล้ว เอาเถอะ เมื่อเหตุการณ์สงบแล้วจะด่าอย่างไรก็เชิญ ไม่เป็นไร"