
'ปชป.'ซัดรัฐเห็นม็อบเป็นปฏิปักษ์
"ปชป."ซัดรัฐเห็นม็อบเป็นปฏิปักษ์ บังคับจนท.เลือกข้าง จี้รัฐปรับทัศนคติดูแลม็อบให้เป็นไปตามระบอบปชต. ห่วงอนาคตรุนแรง ตั้ง "ชำนิ"ดูแล ปชช.ถูกละเมิดสิทธิ์จากชุมนุม
วันที่ 25 พ.ย.55 เวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยส.ส.ของพรรค ได้แถลงถึงการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม(อพส.) เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ว่า สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์จำเป็นต้องสื่อสารถึงประชาชนและรัฐบาล เพราะเรามีความห่วงใยต่อทัศนคติ วิธีการปฏิบัติของรัฐบาลที่มีต่อประชาชนที่มีความคิดเห็นแตกต่างจากรัฐบาล ซึ่งตั้งแต่นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และข้าราชการระดับสูงที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ที่ส่งสัญญาณว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อประชาชน รวมทั้งเหมือนเป็นการบังคับให้ข้าราชการต้องเลือกข้าง
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง โดย1.มีข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมก่อนที่จะชุมนุม จนนำไปสู่การประกาศใช้กฎหมายความมั่นคง จนเหตุการณ์จบก็ไม่ได้มีอะไรบ่งชี้ว่าผู้ชุมนุมเป็นตามที่มีการกล่าวหาไว้ล่วงหน้า 2.จากการมีแนวความคิดให้เจ้าหน้าที่เลือกข้างและมองประชาชนเป็นปฏิปักษ์ จึงเกิดการขัดขวางการใช้สิทธิของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ ที่ชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ เห็นได้จากข่าวการสกัดกั้นผู้มาชุมนุมหลายรูปแบบ ถือเป็นการละเมิดสิทธิพื้นฐานของประชาชน 3. เมื่อผู้ชุมนุมเดินทางเข้าสู่สถานที่ชุมนุมตามที่นัดหมายและประสานงานไว้ แต่กลับเกิดเหตุการณ์ปะทะตั้งแต่เช้า และการตัดสินสินใจใช้วิธีการลัดขั้นตอนเบาไปหาหนักนั้นเป็นการดำเนินการที่พยายามจะให้ฝ่ายการเมืองลอยตัวออกจากโครงสร้างการจัดการความมั่นคง สุดท้ายมีการใช้แก๊สน้ำตา ที่กล่าวอ้างว่าเป็นมาตรฐานสากล แต่ไม่มีการเตือนจนนำไปสู่การปะทะและจับกุม ยัดเยียดข้อหาและของกลาง
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า4.การจับกุมสื่อมวลชน ที่ถือเป็นการคุกคามการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ซึ่งทั้งหมดเป็นภาพรวมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และหากเหตุการณ์เมื่อวาน(24พ.ย.) รัฐบาลดำเนินการต่อเนื่องก็เชื่อว่าจะมีความรุนแรงมากกว่านี้ แต่ความสูญเสียที่ไม่เกิดขึ้นเพราะแกนนำผู้ชุมนุมมีความรับผิดชอบ ซึ่งขอแสดงความชื่นชมพล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์(เสธ.อ้าย) แกนนำ อพส. ที่ประเมินจะมีอันตรายกับชีวิตของผู้ชุมนุม จึงตัดสินใจยุติการชุมนุม
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า พรรคประชาธิปัตย์ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนท่าที ทัศนคติ ที่เกี่ยวข้อง การใช้สิทธิทางการเมืองของประชาชนที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งแม้การชุมนุมจะจบลงแล้ว แต่ก็ขอเตือนรัฐบาลว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นและทัศนคติของรัฐบาลที่เป็นอยู่ในขณะนี้ มีแต่จะสร้างและสะสมความอึดอัด ความโกรธ ของประชาชนจำนวนมาก หากรัฐบาลไม่ปรับท่าทีปัญหานี้ก็จะย้อนกลับมา และเพื่อให้การดำเนินงานทางการเมืองของทุกฝ่ายสามารถเดินไปได้ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่จะลุกลาม บานปลายไปเป็นความรุนแรงในอนาคต ทั้งนี้จากการชุมนุมดังกล่าวมีประชาชนร้องเรียนเข้ามาที่พรรคเกี่ยวกุมการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ พรรคได้มอบหมายให้นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน โดยจะมีนายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.นครศรีธรรมราช และนางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นผู้รับเรื่องร้องเรียน เพื่อที่จะดูแลประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิ์ได้รับการดูแลด้านกฎหมายและด้านอื่นๆ เท่าที่พรรคจะช่วยเหลือ และประมวลเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไป



