
สภาเข้มตรวจยิบไม่เว้น'ส.ส.-รมต.'
บรรยากาศ ที่อาคารรัฐสภาก่อนการประชุม มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข็มงวด ตรวจยิบไม่เว้น "ส.ส.- รมต." ปธ.วิปวอนทุกฝ่ายอย่าพาดพิงถึงบุคคลอื่น
วันที่ 25 พ.ย.55 เวลา 08.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศกาศที่อาคารรัฐสภาก่อนที่จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ยังคงมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีเจ้าหน้าที่ตรวจอาวุธ และคนเข้า-ออกอย่างเคร่งครัด โดย ส.ส. ที่จะมาประชุมนั้นโดยมากจะให้รถมาส่งที่ชั้นลอยซึ่งเป็นทางเข้าห้องประชุม จากนั้นจะต้องเดินผ่านเครื่องสแกนอาวุธ ที่เพิ่งถูกนำมาเปลี่ยนใหม่ หลังจากเครื่องเดิมที่เพิ่งนำมาติดตั้งวานนี้เสีย
จากนั้นเจ้าหน้าที่จะใช้เครื่องตรวจอาวุธแบบบุคคลตรวจอีกครั้ง ซึ่งทุกคนที่เข้า-ออกทางนี้จะต้องผ่านขั้นตอน ไม่เว้นแม้แต่ ส.ส. หรือ รัฐมนตรี ส่วนสื่อมวลชนที่จะไปทำข่าวหากไม่มีบัตรสื่อมวลชนของรัฐสภาก็ต้องให้นักข่าวสังกัดเดียวกันมาเซ็นรับรอง สำหรับการจราจรโดยรอบสามารถสัญจรได้ดี แต่ไม่สามารถนำรถเข้าไปจอดที่สวนสัตว์ดุสิตได้
ปธ.วิปวอนทุกฝ่ายอย่าพาดพิงถึงบุคคลอื่น
ที่รัฐสภา นายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) กล่าวก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในวันนี้ ว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในครั้งนี้ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 25-28 พ.ย.นั้น ได้มีการตกลงกันตั้งแต่ต้นแล้วว่าจะทำการอภิปรายทั้งหมด 30 ชั่วโมง ตามที่ฝ่ายค้านร้องขอ ซึ่่งเชื่อว่าทุกฝ่ายจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยการอภิปรายจะเริ่มในเวลา 09.30น. ไปจนถึง 23.00น. ทั้ง 2 วัน แต่ก็เชื่อว่าในวันที่ 2 อาจจะเลิกช้ากว่าปกติ เพราะคาดว่าจะมีการพูดนอกประเด็น ยืดเยื้อ และมีเหตุให้เวลาต้องบานปลาย แต่อย่างไรก็ตามในวันที่ 27 พ.ย.นั้น จะต้องให้เสร็จสิ้นภายในเวลา24.00น. เพราะทางนายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฎ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน)ต้องการให้เสร็จสิ้นทันการลงมติในวันที่ 28 พ.ย.นี้ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญที่บัญญัติไว้ว่า การอภิปรายต้องเสร็จสิ้นก่อนการลงมติ 1 วัน
นายอุดมเดชกล่าวว่า ทั้งนี้ขอวอนทุกฝ่ายว่าในการอภิปรายพยายามอย่าพาดพิงถึงบุคคลอื่นจนเกิดความเสียหาย เพราะอาจมีคนท้วงสิทธิ์ขึ้นมาได้ รวมถึงอยากให้เคารพประธานสภาด้วย อย่างไรก็ตามเชื่อว่าประธานทุกคนจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าจะถูก ส.สฝ่ายค้านท้วงติงในเรื่องการรักษาความปลอดภัยที่อาจจะส่งผลต่อการอภิปราย แต่ต้องถือว่าเป็นมาตรการในการรักษาความปลอดภัยที่ทุกคนต้องยอมรับและปฏิบัติตาม



