ข่าว

แนะแบงก์ปรับระบบไฮเทคกันพนง.ยักยอกเงิน

แนะแบงก์ปรับระบบไฮเทคกันพนง.ยักยอกเงิน

27 พ.ค. 2552

รมว.ยุติธรรมไฟเขียวตรวจสอบ กบข. นัดประชุม 3 มิ.ย.ยันการเมืองไม่คิดเปลี่ยนตัวเลขาฯกบข. แต่มีความพยายามแทรกแซงผ่านการเมืองให้ป.ป.ท.ยุติการตรวจสอบ ผู้บริหารแบงค์รัฐตบเท้าเข้าแจงเหตุพนักงานยักยอกเงิน 500 ล้าน ยันไม่กระทบเงินฝากปชช. กมธ.การเงินสภาฯแนะธปท.เพิ

(27พ.ค.) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงผลการตรวจสอบการบริหารขาดทุนของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ว่า ในวันที่ 3 มิ.ย.นี้ ตนได้เรียกนายธาริต เพ็งดิษฐ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พร้อมคณะทำงานตรวจสอบกบข.เข้าประชุม เพื่อสรุปแนวทางดำเนินการต่อไปของกระทรวงยุติธรรม โดยจะดูว่ามีประเด็นอะไรบ้างที่กระทรวงยุติธรรมต้องดำเนินการต่อ และส่วนใดที่จะต้องประสานต่อไปยังกระทรวงการคลัง และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
 
 "การตรวจสอบกบข.ครั้งนี้ไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เป็นความเดือดร้อนของสมาชิกกบข.ที่ร้องเรียนเข้ามา ซึ่งถ้าผลตรวจสอบเบื้องต้นพบสิ่งไม่ถูกต้องกระทรวงยุติธรรมต้องเข้าไปแก้ไข และดำเนินการให้ถูกต้อง  การเมืองไม่เคยแทรกแซงกบข. และไม่มีความพยายามจะเปลี่ยนตัวเลขาธิการกบข. ด้วย"นายพีระพันธุ์ กล่าวยืนยัน

 รมว.ยุติธรรม กล่าวย้ำว่า ตนไม่เคยแทรกแซงการตรวจสอบของป.ป.ท. แต่ในทางตรงกันข้ามเชื่อว่ามีความพยายามแทรกแซงผ่านการเมือง เพื่อให้ป.ป.ท.หยุดการตรวจสอบกบข. สำหรับกบข.ตามหลักการถือเป็นองค์กรที่ดี เป็นหลักประกันที่ดีสำหรับข้าราชการเลียนแบบมาจากกองทุนข้าราชการของสิงคโปร์ ตามกฎหมายการตั้งกบข.กำหนดให้มีอำนาจหน้าที่สำคัญ 2 เรื่อง คือ เป็นแหล่งออมทรัพย์ และเป็นแหล่งจัดสวัสดิการ

 "แต่ที่ผ่านมากบข.ของไทยมีบทบาทเฉพาะเป็นแหล่งออมทรัพย์ และนำเงินไปลงทุนในที่ต่างๆ ใช้เงินของสมาชิกไปในทางไม่ถูกต้อง ที่สำคัญกบข.ไม่ดำเนินการจัดสวัสดิการให้กับสมาชิกตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ดังนั้นถ้ากบข.ไม่สามารถดำเนินการให้สมบูรณ์ ก็ไม่จำเป็นต้องมีกบข. ขณะนี้ผมทราบมาว่า นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง มีแนวทางจะตั้งกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ ซึ่งอาจเป็นการยุบกบข.มารวมไว้ " นายพีระพันธุ์  ระบุ

 นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อว่า ครูเป็นสมาชิกกลุ่มใหญ่ในกบข. โดยครูทั่วประเทศมีปัญหาเรื่องหนี้สิน แต่กบข.ไม่เคยมีบทบาทช่วยเหลือ หรือตั้งโครงการมาเพื่อช่วยครู ก่อนหน้าที่จะมีปัญหาภาวะขาดทุน ตนได้รับเรื่องร้องเรียนทั้งจากครู ทหาร ตำรวจ และข้าราชการพลเรือน สมัยที่ตนเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เคยเสนอให้กองทัพแยกออกจากกบข.ไปจัดตั้งเป็นกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการทหาร แต่ช่วงนั้นกบข.กลับพยายามเสนอให้เปลี่ยนแปลงอำนาจหน้าที่ของกบข. โดยให้คงเฉพาะเป็นแหล่งออมทรัพย์แล้วให้ตัดทิ้งเรื่องการจัดสวัสดิการให้สมาชิก

 "กรณีการตรวจสอบกบข.จะเดินหน้าต่อไป ส่วนประเด็นที่ กบข.ยังสงสัยในอำนาจหน้าที่ของป.ป.ท.นั้น ทุกคนมีสิทธิ์สงสัย แต่คนที่เข้าไปตรวจสอบอย่างป.ป.ท. ย่อมต้องรู้ในอำนาจหน้าที่ของตนเองดีแล้ว" รมว.ยุติธรรม  กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า นายวิสิฐ ตันติสุนทร เลขาธิการกบข. ควรแสดงสปิริตอย่างไรกับข้อมูลที่พบว่ามีการซื้อหุ้นดักหน้ากบข. นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ตนไม่แสดงความเห็นประเด็นนี้ เพราะเป็นเรื่องที่กระทรวงการคลังน่าจะต้องพิจารณา

ธาริตหนักใจหวั่นผลสอบก.คลังไม่พบความผิดกบข.

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ เลขาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดเผยว่า นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นัดประชุมคณะทำงานชุดตรวจสอบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ในวันที่ 3 มิ.ย.นี้ เวลา 13.30 น. เพื่อพิจารณาถึงความถูกต้องในเอกสารข้อมูลจากการตรวจสอบรวม 44 หน้า ทั้งนี้ตนยืนยันว่าคณะทำงานตรวจสอบพบผู้บริหารระดับสูงของ กบข. มีความผิด กรณีใช้ข้อมูลภายใน (อินไซเดอร์เทรด) ทำการซื้อขายหุ้นดักหน้า และหลังการขายหุ้นของกองทุน กบข.

ทั้งนี้ หากการประชุมร่วมกับรมว.ยุติธรรม มีมติไปในทิศทางเดียวกัน ก็จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) พิจารณาชี้มูลความผิดต่อไป อย่างไรก็ตาม ตนยอมรับว่า มีความหนักใจ หากผลสอบของคณะกรรมการชุดที่กระทรวงการคลัง แต่งตั้งขึ้นออกมายืนยันว่ากองทุนและผู้บริหารของ กบข.ไม่มีความผิด

กมธ.คลังแนะแบงก์ปรับระบบไฮเทคป้องกันพนง.ยักยอกเงิน

 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ การเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน แถลงว่า ที่ประชุมได้พิจารณากรณีพนักงานธนาคารอาคารสงเคราะห์ยักยอกเงินจำนวน 499.27 ล้านบาท โดยได้เชิญนายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้แทนสถาบันการเงินเฉพาะกิจต่างๆ ของรัฐ เข้าชี้แจง โดยพบว่าจำนวนเงินที่หายไม่มีผลกระทบต่อดอกเบี้ยเงินฝากและเงินต้นของประชาชน แต่เป็นความเสียหายต่อธนาคารสงเคราะห์โดยตรง

 "ขณะนี้ทางธนาคารออมสินก็ได้ติดตามเงินและทรัพย์สินคืนได้เกือบ 300 ล้านบาท ยังเหลืออีก 200 ล้านบาทซึ่งจะได้ติดตามต่อไป" นายอรรถวิชช์ กล่าว

  นอกจากนี้ โฆษกกมธงคลัง กล่าวอีกว่า กมธ.ได้แนะนำให้กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ระมัดระวังการปฏิบัติการ และตรวจสอบระบบคอมพิวเตอร์แบบใหม่ที่เกี่ยวข้องกับระบบ Core Banking พร้อมกับปรับปรุงเครื่องมือและความรู้ของบุคลากรต่อระบบตรวจสอบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ฝากเงิน

 นายอรรถวิชช์กล่าวว่า สำหรับกรณีที่เป็นข่าวว่าฝากเงิน 4 แสนบาทกับธนาคารออมสิน แต่กลับขึ้นบัญชีเป็น 4 ล้านบาทนั้น ทางรองผู้จัดการธนาคารออมสินชี้แจงว่า ทางธนาคารได้แก้ไขตัวเลขให้เป็นตามเดิมแล้ว ส่วนกรณีของธนาคารธนชาติ ที่ฝากเงิน 4 ล้านบาทกลับมีเงินอยู่ในบัญชีเพียง 1 , 000 บาทนั้น นายนพดล เรืองจินดา รองกรรมการผู้จัดการธนาคารธนชาต จำกัด(มหาชน) ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดของธนาคาร พบว่าลูกค้าได้ฝากเงินจำนวน 4 ล้านบาทจริง ทางธนาคารจึงได้นำเงินจำนวนดังกล่าวเข้าสู่บัญชีลูกค้าตามเดิม และได้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่แล้ว