
'บิ๊กโอ๋'สั่ง'ผบ.ทบ.'จัดทหารหนุนช่วยตร.
'สุกำพล'สั่ง'ประยุทธ์'จัดทหารคอยหนุนช่วยงานตร. เผย 24 กองร้อยจาก 3 กองพล ราบ ม้า ปืน ระดมช่วย แถมตั้งวอร์รูมจับตาสถานการณ์
24 พ.ย. 55 รายงานแจ้งว่า หลังจากรัฐบาลได้ประกาศพรบ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร 3 เขต กทม. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) ได้สั่งการมายัง พล.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้กองทัพจัดเตรียมกำลังสนับสนุนตำรวจ หากไม่สามารถควบคุมดูแลสถานการณ์ได้ โดยเบื้องต้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ได้สั่งการไปยัง กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ และกองพลปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ให้แต่ละกองจัดเตรียมกำลังกองพลละ 8 กองร้อย เตรียมพร้อมในหน่วยที่ตั้ง หากมีการร้องขอการสนับสนุน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.อ.สุกำพล ได้สั่งการให้วอร์รูมกระทรวงกลาโหม ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่เหล่าทัพได้ใช้ศูนย์ปฏิบัติการแต่ละเหล่าทัพ เพื่อติดตามสถานการณ์ด้วย โดยเฉพาะกองทัพบก ซึ่งเป็นหน่วยที่ใกล้กับสถานที่การชุมนุม ได้เตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัยของหน่วย โดยให้เฝ้าติดตามสถานการณ์จนกว่าการชุมนุมจะยุติลง
'สธ.' สั่ง 30 ทีมหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน รับมือการชุมนุม
ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จ.นนทบุรี นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.)นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประชุมทางไกลผ่านระบบวีดีโอกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั่วไป ในพื้นที่ปริมณฑลและรอบนอก 15 จังหวัดได้แก่ 1.จ.นนทบุรี 2.ปทุมธานี 3.สมุทรปราการ 4.สมุทรสาคร 5.นครปฐม 6.ราชบุรี 7.สมุทรสงคราม 8.เพชรบุรี 9.ฉะเชิงเทรา 10.ระยอง 11.ชลบุรี 12.พระนครศรีอยุธยา 13.อ่างทอง 14.สิงห์บุรี และ15.สระบุรี เพื่อซักซ้อมแผนปฏิบัติการรับมือเหตุฉุกเฉินจากการชุมนุมทางการเมือง โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้กำชับให้คงความพร้อมจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน หรือเมื่อยุติการชุมนุม จากนั้นได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลราชวิถี กทม. เพื่อตรวจเยี่ยมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุขในการรองรับผู้ป่วย ผู้บาดเจ็บ
นพ.ประดิษฐ กล่าวต่อว่า ในการรองรับด้านการแพทย์และสาธารณสุข จากการชุมนุมครั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมวางแผนกับศูนย์เอราวัณ ของกรุงเทพมหานคร โดยได้เปิดวอร์รูมติดตามและประเมินสถานการณ์ขึ้นที่กระทรวงสาธารณสุข ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยมีนายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้บัญชาการสั่งการ ซึ่งหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขจะเป็นหน่วยสนับสนุนทั้งกำลังทีมกู้ชีพ การดูแลผู้เจ็บป่วย หากเกินกำลังของโรงพยาบาลในเครือข่ายของศูนย์เอราวัณ กทม. การปฏิบัติการดังกล่าวได้ซักซ้อมแผนในกรณีที่มีเหตุรุนแรง โดยกระทรวงสาธารณสุขได้วางแผนระดมทีมแพทย์ไว้ 2 ชุดประมาณ 30 ทีม ชุดแรกมี 5 จังหวัดปริมณฑลได้แก่ นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรปราการ ปทุมธานี และนนทบุรี หากเหตุการณ์รุนแรงเพิ่มขึ้นก็จะระดมทีมแพทย์มาอีก 10 จังหวัดได้แก่ ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี และสระบุรี โดยมีโรงพยาบาลราชวิถีเป็นส่วนหน้าในการประสานงานทีมหน่วยแพทย์ฉุกเฉินจากต่างจังหวัด
ด้านนพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดสธ.กล่าวว่า ในส่วนของรพ.ราชวิถีได้เตรียมความพร้อมสนับสนุนกทม.ไว้ 2 ส่วนคือ 1. การปฏิบัติการภายนอกโรงพยาบาล เน้นจัดทีมเจ้าหน้าที่สื่อสารรับแจ้งเหตุ พร้อมทีมแพทย์กู้ชีพและรถพยาบาลฉุกเฉิน ซึ่งเตรียมไว้ทั้งหมดประมาณ 20 ทีม และ2.การปฏิบัติการภายในโรงพยาบาลได้เตรียมแผนราชวิถี รับมือเหตุการณ์ได้ทุกระดับ เพิ่มบุคลากรทุกสาขาอีกเท่าตัว โดยเฉพาะแพทย์พยาบาลทุกสาขา เตรียมห้องผ่าตัดและห้องฉุกเฉิน เวชภัณฑ์ ยา อุปกรณ์การแพทย์ เตียงผู้ป่วย ไอซียู คลังเลือดทุกหมู่ พร้อมให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บได้ทันที ขณะนี้มีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์



