ข่าว

เก็บคอ…งอเข่า

เก็บคอ…งอเข่า

25 พ.ย. 2555

เก็บคอ…งอเข่า : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]

                เคยสงสัยว่า ทำไมวิชาพลศึกษา ตอนเรียนชั้น ม.1 ต้องเป็นวิชา ‘ยืดหยุ่น’ ที่สงสัยเพราะเกลียดแสนเกลียด ไม่ว่าจะเป็นม้วนหน้า ม้วนหลัง หกกบ หกสูง และอีกสารพัด ด้วยเหตุที่ตอนเด็กๆ สอบได้คะแนนดีๆ ทุกวิชา ไม่คว้าเกรด 4 ก็ต้องคว้าเกรด 3

                แต่พอเจอ “ยืดหยุ่น” เข้าไปหมัดเดียว ฉุดเกรดเฉลี่ยทั้งเทอมตกต่ำ เพราะทำได้ดีที่สุดแค่เกรด 1 เท่านั้น เรียกว่า เรียนแค่ผ่านจริงๆ

                ผ่านวิชา “ยืดหยุ่น” มาหลายสิบปี ยังไม่หยุดค้นหาคำตอบว่า “ทำไมต้องเรียน” พยายามรื้อค้นข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการการเรียนการสอนวิชานี้ของอาจารย์หลายๆ ท่านในอินเทอร์เน็ต ก็ไม่ได้คำตอบตามที่ตัวเองต้องการ เพราะเวลาพูดถึงวัตถุประสงค์การเรียนการสอน ก็มักจะลากโยงไปถึงความมั่นคงของประเทศ !

                จนแอบคิดด้วยตัวเองแบบถูกหรือไม่ ก็ไม่รู้ว่า อาจเป็นเพราะช่วงอายุ 12-13 ปีเป็นช่วงของการเจริญเติบโตที่มีอัตราเร่ง ทั้งเด็กหญิงและเด็กชาย ซึ่งการเรียนวิชายืดหยุ่นน่าจะช่วยกระตุ้นการเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันก็เป็นวัยที่อยู่ในวิสัยที่จะฝึกให้ม้วนหน้า ม้วนหลัง หกกบ หกสูง รวมถึง “เก็บคอ-งอเข่า” ได้ไม่ยาก

                อายุน้อยกว่านี้หรือมากกว่านี้ อาจจะได้ประโยชน์ไม่เท่ากับวัยนี้ที่กำลังเหมาะด้วยการประการทั้งปวง

                นึกถึงวันก่อนที่มีสาวน้อยวัยเริ่มต้นทำงานโทรศัพท์เข้ามาสอบถามในรายการ “เงินทองต้องรู้” ว่าเพิ่งเริ่มทำงาน มีรายได้และสิ่งที่ตามมาคือ ภาระภาษี จะหาทางประหยัดภาษีตามที่กฎหมายเปิดโอกาสไว้ได้แค่ไหน อย่างไรบ้าง

                ลองไล่เรียงตามคู่มือการเสียภาษี นอกจากค่าลดหย่อน ค่าใช้จ่ายส่วนตัวแล้ว รายการหลักๆ ก็ไม่พ้นเบี้ยประกันชีวิต เงินค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (อาร์เอ็มเอฟ) อัตราดอกเบี้ยผ่อนชำระค่าซื้อบ้าน ไปจนถึงเงินบริจาค

                ถ้าภาระภาษีอยู่ในขั้นเยาวชน จ่ายไม่มาก ก็เริ่มต้นจากเบี้ยประกันชีวิต ที่นอกจากจะลดหย่อนภาษีได้แล้ว ยังได้รับสิทธิในการดูแลคุ้มครองเวลาเจ็บป่วยได้อีก แต่ถ้ามากกว่านั้น ก็ค่อยๆ ขยับไปที่กองทุนแอลทีเอฟและอาร์เอ็มเอฟ ซึ่งกรณีของวัยละอ่อนทั้งหลาย ควรเริ่มต้น “แอลทีเอฟ” ซึ่งมีระยะเวลาลงทุนที่สั้นกว่า “อาร์เอ็มเอฟ” ที่ต้องรอจนกว่าอายุจะครบ 55 ปีถึงจะไถ่ถอนนำเงินออกมาใช้ได้

                ที่นึกถึงก็เพราะจะลงทุนอะไรก็ต้องเน้น “ความยืดหยุ่น” ไว้ก่อน เพราะเอาเข้าจริง การลงทุนไม่ได้อาศัยแค่ “วินัย” ที่ต้องลงทุนอย่างสม่ำเสมอ แต่ต้องอาศัยหลักความยืดหยุ่นเพื่อแสวงหาผลตอบแทนหรือผลลัพธ์ที่ดีที่สุดด้วย

                วิชา “ยืดหยุ่น” อาจจะเหมาะสำหรับวัยรุ่นตอนต้น แต่หลักของความยืดหยุ่นในโลกของการลงทุนเหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการการเงินให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงอายุ

                ล่าสุด กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) อยู่ระหว่างการจัดทำแผนทางเลือกการลงทุนใหม่ที่ปรับลดสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงตามช่วงอายุของสมาชิกโดยอัตโนมัติ หรือไลฟ์ พาธ ชอยส์ (Life Path Choice)

                คุณโสภาวดี เลิศมนัสชัย เลขาธิการ กบข.บอกว่า เชื่อว่า แผนทางเลือกการลงทุนใหม่ที่ปรับลดสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงตามช่วงอายุของสมาชิกโดยอัตโนมัติ จะช่วยสร้างความเพียงพอของเงินออมหลังเกษียณให้กับสมาชิก โดยสมาชิกเลือกแผนเพียงครั้งเดียว แต่แผนจะปรับลดสัดส่วนการลงทุนของสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น โดยในช่วงที่สมาชิกอายุน้อย จะมีสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูง เพื่อสะสมผลตอบแทนสร้างความมั่งคั่งให้เงินออม เพราะระยะเวลาในการออมเหลือนาน จึงสามารถรับความเสี่ยงได้มาก แต่หลังจากนั้นสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงจะค่อยๆ ปรับลดลง เมื่อสมาชิกมีอายุเข้าใกล้เกษียณ เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาตลอดและรักษาเงินต้นของสมาชิก

                “ที่ผ่านมา กองทุนบำนาญทั่วโลกรวมทั้ง กบข. ต่างจัดให้มีแผนทางเลือกลงทุนให้สมาชิกกองทุนได้เลือกให้เหมาะสมกับความเสี่ยงและผลตอบแทนที่ต้องการ เพราะตระหนักดีว่าสมาชิกของกองทุนนั้นมีความแตกต่างกันทั้งอายุ การยอมรับความเสี่ยงและผลตอบแทนคาดหวัง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือสมาชิกกองทุนบำนาญส่วนใหญ่ ยังคงลงทุนในแผนหลัก เพราะขาดความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนและความสนใจวางแผนการเงินหลังเกษียณ”

                ถ้าจำได้ “วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน” เคยเขียนถึงแผนทางเลือกในการลงทุนของ กบข. ที่เริ่มใช้เมื่อปี 2553 โดยแต่ละแผนต่างก็มีระดับความเสี่ยงและผลตอบแทนคาดหวังที่แตกต่างกันให้สมาชิก กบข. ได้เลือกลงทุน ไม่ว่าจะเป็นแผนผสมหุ้นทวี  แผนหลัก  แผนตราสารหนี้ และแผนตลาดเงิน แต่ปัจจุบันมีสมาชิกเลือกแผนลงทุนด้วยตัวเองเพียง 2,200 ราย ซึ่งจากการสำรวจพบว่า สมาชิก กบข. ส่วนใหญ่เห็นว่า การตัดสินใจเปลี่ยนแผนเองเป็นเรื่องยาก

                “จริงๆ แล้ว ถ้าสมาชิกอยู่ในแผนการลงทุน ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำตลอดเวลา อาจพบปัญหาความไม่เพียงพอหลังเกษียณ ในขณะที่แผนการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงอาจเพิ่มความเพียงพอหลังเกษียณได้ แต่ก็มีความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดโดยเฉพาะช่วงเวลาที่ใกล้เกษียณอายุ ดังนั้น การปรับลดสัดส่วนการลงทุนให้สอดคล้องกับช่วงอายุตามหลักการของ ‘ไลฟ์ พาธ ชอยส์” จะช่วยลดความเสี่ยงจากปัจจัยดังกล่าวได้” เลขาธิการ กบข.ระบุ

                ประเด็นที่น่าสนใจสำหรับเรื่องนี้ อยู่ตรงที่เลขาธิการ กบข. บอกว่า “การลงทุนในแผนที่มีความเสี่ยงต่ำตลอดเวลา อาจพบปัญหาความไม่เพียงพอหลังเกษียณ” แปลว่า ถ้าไม่ยอมรับความเสี่ยงที่สูงขึ้น ก็อาจจะไปไม่ถึงโอกาสที่จะมีชีวิตแบบที่ต้องการหลังเกษียณ แต่ถ้ายอมรับความเสี่ยงที่สูงขึ้น ก็อาจจะต้องเจอกับ “ความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดโดยเฉพาะช่วงเวลาที่ใกล้เกษียณอายุ”

                ดังนั้น ถึง “ยืดหยุ่น” จะได้แค่เกรด 1 แต่สุดท้ายก็ต้อง “เก็บคอ-งอเข่า” ให้ผ่านอยู่ดีนั่นแหละ

               ........................................
(เก็บคอ…งอเข่า : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected] )