
'เด็จพี่'อัด'กลุ่มกรีน'ยื่นผู้ตรวจฯสอบรัฐ!
'พร้อมพงศ์' ย้อน 'กลุ่มกรีน' เลือกปฏิบัติ ยื่นผู้ตรวจการฯ สอบรัฐใช้พรบ.มั่นคง ชี้ 'รบ.มาร์ค' ใช้ 18 ครั้ง ไม่เคยโผล่ร้อง
ผู้สื่อข่าวนรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 55 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีที่กลุ่มกรีนยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อเอาผิดรัฐบาลกรณีการประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ว่าเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตของกฎหมายหรือไม่ ว่า เป็นแค่เกมการเมืองที่พยายามลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาล รวมทั้งต้องการให้ประชาชนมองว่าการใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ นั้นเกินความจำเป็น ทั้งนี้อยากตั้งข้อสังเกตว่า กลุ่มกรีนนั้น แกนนำก็เคยเป็นแกนนำของกลุ่มพันธมิตรฯมาก่อน ดังนั้นย่อมรู้อยู่แล้วว่าเป็นฝ่ายไหน ทั้งนี้อยากให้กลุ่มกรีนมองข้อเท็จจริงด้วยใจที่เป็นธรรมด้วยว่า การที่รัฐบาลประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ นั้น เพราะหน่วยงานหลักที่ดูแลด้านความมั่นคง คือ กอ.รมน. สมช. และสตช.นั้น ได้เสนอต่อนายกฯ ว่า การชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยามนั้นไม่ใช่การชุมนุมปกติ เพราะมีเป้าหมายที่จะล้มรัฐบาล ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องรับฟัง แต่ไม่ใช่ว่ารัฐบาลเป็นคนเริ่ม
พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ไม่ได้จำกัดสิทธิของผู้ชุมนุม เพียงแต่ประโยชน์ คือ สามารถรักษาภาพลักษณ์ของประเทศรวมทั้งระบบรัฐสภาในช่วงที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยไม่ให้ผู้ชุมนุมไปปิดล้อมได้ ดังนั้นเชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจและเมื่อยุติการชุมนุมไปแล้วก็เชื่อว่ารัฐบาลจะไม่คงพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เอาไว้อย่างแน่นอน และถ้ากลุ่มกรีนไม่ความจำสั้น ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ก็เคยประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ อย่างฟุ่มเฟือยถึง 18 ครั้ง ซึ่งน่าแปลกใจที่กลุ่มกรีนไม่เคยออกมาเรียกร้องอะไรเลย แต่กลับออกมาตรวจสอบเฉพาะรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเท่านั้น ถือเป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่
นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาโจมตีรัฐบาลว่าใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เกินกว่าเหตุเพราะผู้ชุมนุมยังไม่ได้ชุมนุมเกินขอบเขตของรัฐธรรมนูญด้วยว่า อยากให้นายถาวรย้อนกลับไปดูสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลด้วยว่า มีการประกาศใช้อย่างฟุ่มเฟือยถึง 18 ครั้งและยังครอบคลุมทั่วกทม.ไม่ใช่แค่ 3 เขตเหมือนกับรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เป็นแค่เครื่องมือของเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย รวมทั้งรักษาประโยชน์ให้กับประชาชนผู้บริสุทธิ์ ภายใต้บรรยากาศที่ประเทศไทยกำลังถูกจับตามองจากนานาชาติว่าเป็นประเทศที่น่ามาลงทุนและมาท่องเที่ยว ดังนั้นอยากให้ฝ่ายค้านไปเตรียมข้อมูลที่จะใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ดีกว่าที่จะมากล่าวหาหยุมหยิมไร้สาระ



