
ผบ.ตร.เยี่ยมตร.ดูแลม็อบเสธ.อ้าย
"พล.ต.อ.อดุลย์" เดินทางไปตรวจเยี่ยมกำลังตำรวจ ดูแลความเรียบร้อย "ม็อบเสธ.อ้าย" ที่จะมาชุมนุมบริเวณทำเนียบฯ
วันที่ 23 พ.ย.55 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งขาติ (ผบ.ตร.) เข้าตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 22.40 ของวันที่ 22 พ.ย. มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสิ้น จำนวน 990 นาย ผบ.ตร. กล่าวว่า การใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงนั้น เพื่อเป็นการใช้กฎหมายในการป้องกันเหตุ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดูแลให้ผู้ชุมนุมเดินทางมาได้โดยสะดวกและปราศจากอาวุธ นอกจากนั้นยังทำให้เจ้าหน้าที่สามารถดูแลสถานที่สำคัญได้ โดยมีกฎหมายในการห้ามเข้า ถ้ามีผู้ใดฝ่าฝืนผู้นั้นก็จะมีโทษถึงหนึ่งปีและปรับ 20,000 บาท
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะปฏิบัติทุกอย่างตามขั้นตอนของกฎหมาย มีการประกาศแจ้งเตือนทุกขั้นตอน สำหรับการคาดการณ์ในขั้นต้นจากสิ่งบ่งชี้ ทางเจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่าผู้ชุมนุมจะชุมนุมประมาณ 3 วัน แต่ถ้ามีประชาชนมามากอาจจะมีปัญหาได้ แต่ด้วยมาตรการที่ออกไป คาดการณ์ว่าน่าจะควบคุมสถานการณ์ได้
ตร.ชี้เเจงเหตุปิดจราจรสี่เเยกรอบทำเนียบ-รัฐสภาอ้างเพื่อความปลอดภัย
พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บังคับการตำรวจจราจร กล่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทย เอฟเอ็ม97เมกะเฮริทซ์ ถึงกรณีที่ครม.ประกาศใช้ พรบ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ในช่วงการชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยามในวันที่ 24 พ.ย.นี้ ที่ลานพระบรมรูปทรงม้าว่า การปิดเส้นทางจราจรตามที่ตำรวจขอเเนะนำการเลี่ยงเส้นทางจราจรตามเเยกต่างๆดังนี้ ถนนราชวิถี ตั้งเเต่เเยกการเรือน-ราชวิถี ถนนราชดำเนินนอก ตั้งเเต่สะพานมัฆวานรังสรรค์-ลานพระบรมรูปทรงม้า ถนนอู่ทองใน ตั้งเเต่เเยกอู่ทองใน-ลานนพระบรมรูปทรงม้า ถนนพิชัยตั้งเเต่เเยกขัตติยานี-ลานพระบรมรูปทรงม้า ถนนพิษณุโลกตั้งเเต่เเยกพาณิชย์การ-วังเเดง ส่วนจะปิดเส้นทางเพิ่มหรือไม่จะดูจากปริมาณผู้ชุมนุมเเละผู้ชุมนุมอยู่ในพื้นที่ชุมนุมหรอไม่
เมื่อถามว่า ตอนนี้ประสานงานกับเเกนนำผู้ชุมนุมได้หรือไม่ พล.ต.ต.วิชัยกล่าวว่า ไม่ได้ผลเลย เพราะการชุมนุมเเต่ละครั้งต้องตกลงล่วงหน้าถึงพื้นที่เเละปริมาณผู้ชุมนุม วันนี้เเทบไม่มีการประสานเลย ตนได้คำตอบจากเเกนนำผู้ชุมนุมว่าเป็นความลับ ส่วนสถานการณ์ล่าสุดนั้นตั้งเเต่ช่วงกลางคืนวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา ผู้ชุมนุมทยอยเพิ่มจำนวน เเละช่วงบ่ายวันนี้ คิดว่าน่าจะมีผลกระทบการจราจรเเน่นอน เมื่อถามว่าทราบว่าผู้ชุมนุมขอให้เจ้าหน้าที่ประสานกับเสธ.ต๋อย ผู้กว้างขวางสนามม้านางเลิ้งกับ พล.ท.บุญยัง บูชา พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ไม่ได้ข้อมูลชัดเจนในเรื่องนี้ คาดว่าผุ้ชุมนุมน่าจะมีจำนวนอยู่ในบริเวณที่บช.น.กำหนดไว้ในการชุมนุมคือ5หมื่นคน ส่วนจุดตรวจอาวุธนั้นจะมีการกำหนดตามความเหมาะสม
ด้าน พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผบ.ตร.กล่าวว่า การประกาศใช้ พรบ.มั่นคงนั้น ตำรวจอยากได้การปิดเส้นทางที่จำเป็นเช่น ถนนพิษณุโลก หากผู้ชุมนุมมาใกล้ชิดเเละบุกยึดสถานที่สำคัญทางราชการนั้นเป็นประเด็นสำคัญจึงต้องปิดตรงนี้เส้นทางเพื่อรักษาเเนวทางการป้องกันไว้เพื่อไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้าใกล้เเละการพกอาวุธ การกำหนดพื้นที่มีการห้ามเข้า หากผู้ชุมนุมเข้ามาในพื้นที่ห้ามเข้าเเล้วต้องออกไป จึงต้องบล็อกบางเส้นทางไว้เพื่อรักษาาสถานที่สำคัญทางราชการเช่น ทำเนียบรัฐบาลเเละรัฐสภา รวมทั้งสวนจิตรลดาซึ่งเป็นพื้นที่ห้ามเข้า โดยจะมีการใช้กำลังเจ้าหน้าที่บล็อกไว้ที่หัวมุมวัดเบญจมบพิตร ส่วนโรงพยาบาลศิริราชนั้นอยู่ห่างไกลพื้นที่ชุมนุมเเต่จะมีการตั้งด่านสกัดตามเเผนที่รับทราบว่าอาจมีการสร้างสถานการณ์ความวั่นวายจึงต้องใช้กำลังบล็อกไว้ที่สวนจิตรลดา
หน่วยงานรัฐจ้องสกัดมวลชนร่วมม็อบเสธ.อ้ายทุกวิถีทาง
วันที่ 23 พ.ย.55 เวลา 09.00 น. หลังกระแสม็อบเสธอ้าย "พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์" จุดชนวนความน่าสนใจต่อคนในสังคมจนเกิดกระแสที่จะมีแนวร่วมเป็นมวลชนจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบจากการบริหารราชการของรัฐบาลปู"ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร"ต่างให้ความสนใจที่จะเดินทางเข้าไปร่วมในการชุมนุมในครั้งนี้เป็นอย่างมากนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ด้านฝ่ายของหน่วยงานรัฐเองนั้นได้พยายามที่จะใช้สารพัดวิธีในการหยุดยั้งหรือสกัดกั้นมวลชนต่างๆไม่ให้เดินทางเข้าไปร่วมชุมนุมประการแรก คือ การตั้งด่านสกัดกั้นถ่วงเวลาหรือไม่ให้ประชาชนที่จะเดินทางไปร่วมในการชุมนุมในกรุงเทพฯไม่ได้รับความสะดวกบนถนนสายสำคัญต่างๆ ตลอด 24 ชม.โดยเฉพาะบนเส้นทางผ่านก่อนเข้าถึงสู่ตัวเมืองกรุง คือ ที่บริเวณด้านหน้าอบต.คลองนครเนื่องเขต บนถนนสายสุวินทวงศ์ (304) บริเวณหลัก กม.ที่ 72โดยใช้กำลังตำรวจจาก สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ตั้งด้านสกัดกั้นไว้
ขณะเดียวกันที่บริเวณด้านหน้า สภ.แสนภูดาษ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา บนถนนสาย 314 ฉะเชิงเทรา-บางปะกง (สิริโสธร)ซึ่งถือเป็นจุดผ่านเข้าเมืองกรุงที่สำคัญอีกเส้นทางหนึ่งที่สามารถเชื่อมต่อขึ้นสู่ถนนสาย 7 มอเตอร์เวย์ (กรุงเทพฯ-พัทยา) ถนนสาย34 บางนา-ตราด รวมไปถึงถนนสุขุมวิทสายเก่า (สาย 3) ผ่านไปทางจ.สมุทรปราการได้ด้วย มีเจ้าหน้าจาก สภ.แสนภูดาษได้ทำการตั้งด่านเป็นจุดสกัดกั้นไว้อีกจุดหนึ่งเช่นเดียวกันนอกจากนี้ในส่วนของสำนักประชาสัมพันธ์จังหวัดฉะเชิงเทรานั้นยังได้มีการปล่อยข่าวเป็นข้อความเตือนว่า
"ตามที่ได้ปรากฏข่าวสารความเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนในพื้นที่กรุงเทพฯและจังหวัดต่างๆ จะเดินทางไปเข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองกับกลุ่มองค์การพิทักษ์สยามในวันเสาร์ที่ 24 พ.ย.2555 ณ.บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า กรุงเทพฯ นั้นหน่วยงานด้านความมั่นคงได้ตรวจสอบและรายงานข่าวสารความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการจัดชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยามในวันดังกล่าวว่าได้มีการเตรียมการก่อเหตุความรุนแรงในระหว่างการชุมนุมเพื่อให้นำไปสู่สถานการณ์ที่ทำให้รัฐบาลไม่สามารถควบคุมได้จังหวัดฉะเชิงเทราจึงแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนและผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมชุมนุมซึ่งหากกรณีเกิดเหตุการณ์โดยกลุ่มผู้ไม่หวังดี สร้างสถานการณ์ในบริเวณจัดการชุมนุมดังกล่าวอาจทำให้พี่น้องประชาชนตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายหรืออาจถือได้ว่าเป็นผู้ร่วมก่อเหตุและกระทำผิดกฎหมายไปด้วย"
โดยข้อความดังกล่าวถูกนำเผยแพร่ไปยังเครือข่ายสถานีวิทยุชุมชนต่างๆ ที่มีตั้งอยู่ในพื้นที่กว่า 40 แห่ง และส่งข้อความผ่านทาง เอสเอ็มเอส เผยแพร่ออกไปยังทุกภาคส่วนต่างๆรวมทั้งสื่อออนไลน์ที่เป็นเครื่องมือของรัฐอีกทางหนึ่งด้วย
ส่วนด้านเจ้าหน้าที่รัฐหลายหน่วยงานนั้น ได้รับคำสั่งตรงจากหน่วยเหนือในส่วนกลางให้ติดตามเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของประชาชนอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นได้รับคำสั่งตรงจากผู้มีหน้าที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดฝ่ายสืบสวนในทุกท้องที่ ตาม สภ. ต่างๆเฝ้าคอยติดตามหาข่าวความเคลื่อนไหว และตามประกบประชาชนที่จะออกเดินทางมาร่วมชุมนุม โดยให้รายงานชื่อที่อยู่ของแกนนำ จำนวนมวลชนที่จะมาเข้าร่วม และจำนวนยานพาหะนะ ชนิดรถยนต์ ที่จะใช้ในการเดินทางไป รวมทั้งเส้นทางในการเดินทางตลอดเป็นระยะโดยให้เจ้าหน้าที่บางส่วนฝังตัวประปนเข้าไปอยู่ในกลุ่มมวลชนที่เดินทางมานั้นด้วยเพื่อคอยติดตามรายงานว่ามวลที่เดินทางมานั้น จะเดินทางไปยังจุดไหนและจะไปทำอะไรระหว่างการเดินทางบ้าง
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดกองร้อยควบคุมฝูงชน จาก ภ. จว.ฉะเชิงเทรานั้น ได้ถูกเกณฑ์ระดมกำลังส่งเข้าไปยังในกรุงเทพฯ แล้ว ตั้งแต่วันวานก่อนจำนวน 1 กองร้อย โดยให้เจ้าหน้าที่ทุกนายเตรียมสัมภาระให้สามารถปักหลักอยู่ได้อย่างน้อยเป็นเวลา7 วัน นอกจากนี้ยังได้มีการสั่งการกองร้อยควบคุมฝูงชนกองร้อยที่ 2ไว้ให้มีความพร้อมอยู่ตลอดเวลาจนสามารถถูกเรียกนำเข้าไปใช้เสริมกำลังในกรุงเทพฯ ได้ในทันที
รองผบก.ภ.จว.ชลบุรีสั่งตั้งด่านตรวจหวั่นผู้ไม่หวังดีเดินทางเข้าที่ชุมนุมใน กทม.
ทางด้าน พ.ต.อ. สุวิชาญ ญาณกิตติกุล รองผบก.ภ.จว.ชลบุรี ได้เดินทางตรวจเยี่ยมการตั้งด่านตรวจค้นกลุ่มยานพาหนะและบุคคลต้องสงสัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา โดยเน้นเกี่ยวกับการพกพาอาวุธปืน และสิ่งของผิดกฎหมายรวมทั้งกลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดี ที่บริเวณถนนสุขุมวิทหน้าห้างบุญถาวร ฝั่งขาเข้าเมืองชลบุรี เพื่อเป็นการป้องกันเหตุ
พ.ต.อ. สุวิชาญ ญาณกิตติกุล รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี กล่าวว่า ในการตั้งด่านตรวจในครั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันกลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดี ที่อาจจะมีการใช้เส้นทางเดินทางเข้ากทม.เพื่อไปในสถานที่การชุมนุม ดังนั้นจึงได้มีคำสั่งให้ทำการตั้งจุดสกัดตรวจค้นยานพาหนะเพื่อเป็นการป้องกันเหตุตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่ 22 – 25 พ.ย. โดยการตั้งด่านตรวจครั้งนี้จะไม่ทำให้ประชาชนที่ใช้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ในเขตเมืองพัทยานั้นไม่ต้องเดือนร้อน



