
อัยการส่งฟ้อง'หมอสุพัฒน์พร้อมเมีย'
อัยการจังหวัดเพชรบุรีมีความเห็นส่งฟ้องหมอสุพัฒน์พร้อมเมีย เพียงคดีลักทรัพย์หรือรับของโจร ต่อศาลจังหวัดเพชรบุรี
22พ.ย.2555 กรณีการหายตัวไปของนายสามารถ นุ่มจุ้ย กับนางอรษา เกิดทรัพย์ สามีและภรรยา เกษตกรกรไร่สับปะรดในจ.เพชรบุรี ล่าสุดเมื่อเวลา 13.30 น.พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี ซี่งเป็นผู้รับมอบอำนาจจากอัยการจังหวัดเพชรบุรี ได้สำนวนคดีพ.ต.อ.นายแพทย์สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ อดีตอายุรแพทย์ โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมด้วยนางสาววิลสา จันทรบัญชร ภรรยาคนที่สาม ยื่นส่งฟ้องต่อศาลจังหวัดเพชรบุรี โดยมีความเห็นส่งฟ้องตามพนักงานสอบสวนสภ.ท่าไม้รวก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ในคดีร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร จากกรณีที่พบรถกระบะของนางอรษาและนายสามารถ ภายในบ้านพักจ.นนทบุรี และสั่งไม่ฟ้องในคดีกักขังหน่วงเหนี่ยวทำให้เสื่อมเสียซึ่งอิสรภาพ
นายวรวิทย์ สัมพัฒนวรชัย อัยการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า ในคดีนี้พนักงานสอบสวนได้มีความเห็นส่งมายังชั้นอัยการเห็นควรส่งฟ้องในคดีลักทรัพย์หรือรับของโจร เพียงแค่คดีเดียวในชั้นต้น เนื่องจากมีวัตถุพยานและพยานบุคคลเพียงพอในการส่งฟ้องซึ่งทางอัยการก็มีความเห็นเช่นเดียวกันในการส่งฟ้องในคดีนี้ ส่วนในคดีกักขังหน่วงเหนี่ยวหรือรับของโจร อัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องเช่นเดียวกับพนักงานสอบสวน เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะชี้ให้เห็นการกระทำความผิดของทั้งพ.ต.อ.นายแพทย์สุพัฒน์และนางสาววิลสาได้ เนื่องจากเป็นเพียงข้อสันนิษฐานแต่ขาดวัตถุพยานและหลักฐานอื่นประกอบ เนื่องจากไม่พบศพหรือมีหลักฐานใดๆที่ชี้ให้เห็นได้ว่า ทั้งสองสามีภรรยาถูกทำร้ายหรือถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวแต่อย่างใด
แต่หากต่อไปผู้เสียหายหรือพนักงานสอบสวนมีหลักฐานเพิ่มเติมจนชัดเจนในหลักฐานจึงจะสามารถสั่งฟ้องในคดีนี้ได้ ดังนั้น ทางอัยการจังหวัดเพชรบุรี จึงมีความเห็น สั่งฟ้องเพียงแค่คดีเดียวคือ ลักทรัพย์หรือรับของโจร และไม่สั่งฟ้องในคดีกักขังหน่วงเหนี่ยวทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพ กับทั้งพ.ต.อ.นายแพทย์สุพัฒน์ และนางสาววิลสา ตามพนักงานสอบสวนเสนอความเห็นมา ส่วนในคดีอื่นๆ ที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว เมื่อพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเสร็จส่งมา ทางอัยการจังหวัดก็จะพิจารณาเป็นรายคดีไป



