ข่าว

ศาลรธน.ไฟเขียว'ม็อบเสธ.อ้าย'แล้ว

ศาลรธน.ไฟเขียว'ม็อบเสธ.อ้าย'แล้ว

22 พ.ย. 2555

ศาลรธน. ไม่รับคำร้อง 'เรืองไกร' ไฟเขียวม็อบเสธ.อ้าย ชุมนุม 24 พ.ย. ระบุไม่ปรากฏมูลเหตุล้มล้างการปกครอง

                เมื่อเวลา 14.12น.วันที่ 2 พ.ย.2555  ตุลาการศาลรัฐธรมนูญได้เริ่มไต่สวนคำร้องที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 สั่งให้ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานองค์การพิทักษ์สยาม ยุติการชุมนุมในวันที่ 24 พ.ย.   โดยพล.อ.บุญเลิศ ได้มอบหมายให้นายประยงค์ ไชยศรี ทนายความเป็นผู้ชี้แจงแทน  โดยในการไต่สวนศาลได้ถามย้ำว่า พล.อ.บุญเลิศพูดหรือไม่ว่าจะแช่แข็งประเทศ ซึ่งนายประยงค์ ระบุว่า พล.อ.บุญเลิศ ไม่ได้บอกว่าจะแช่แข็งประเทศ แต่จะแช่แข็งนักการเมืองเลว นักการเมืองชั่ว

                นอกจากนี้ศาลได้ถามว่า หากชุมนุมจนได้อำนาจคืนจากรัฐบาล ต้องการอำนาจเป็นของตัวเองหรือไม่  นายประยงค์ชี้แจงว่าไม่ต้องการ แต่เพียงต้องการให้รัฐบาลเห็นว่ายังมีประชาชนที่ไม่เห็นด้วยอีกเป็นจำนวนมาก

                ทั้งนี้การไต่สวนได้เสร็จสิ้นในเวลา 14.25 น. และศาลรัฐธรรมนูญบอกให้คู่ความรอคำสั่งว่าจะรับพิจารณาหรือไม่ภายในวันนี้ รวมเวลาในการไต่สวนประมาณ 10 นาทีเท่านั้น


ผู้ร้องตบเท้าฟังศาลรธน.ไต่สวน


                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่จะมีการออกนั่งบัลลังก์เพื่อเริ่มการฟังการไต่สวน  นายเรืองไกร  ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว.ผู้ร้องกล่าวว่า ได้นำหลักฐานที่เป็นการถอดเทปคำสัมภาษณ์ของ พล.อ.บุญเลิศ ในรายการสถานีวิทยุหนึ่ง เมื่อวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา เป็นเวลา10 นาที ซึ่งมั่นใจว่าหลักฐานชิ้นนี้ชี้ชัดว่า กลุ่มองค์การพิทักษ์สยามเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ล้มล้างการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย และเชื่อมั่นว่า หากศาลรัฐธรรมนูญได้ฟังคำชี้แจงดังกล่าว ก็จะมีคำสั่งให้กลุ่มองค์การพิทักษ์สยามยุติการชุมนุมอย่างแน่นอน

 

ศาลรธน.ไฟเขียว'ม็อบเสธ.อ้าย'แล้ว


               ต่อมานายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ แถลงว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งไม่รับคำร้องทั้ง 3 คำร้องตามที่นายเรืองไกรและพวกได้ยื่นคำร้องดังกล่าว ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำดังกล่าวที่ระบุว่าแนวคิดการปิดประเทศ หรือแช่แข็งประเทศ เป็นความหมายว่า เป็นการแช่แข็งนักการเมืองเลว นักการเมืองชั่ว ไว้แค่ 5 ปี เพื่อป้องกันไม่ให้เข้ามากอบโกยผลประโยชน์ การชุมนุมในวันที่ 24 พ.ย. เป็นเพียงการชุมนุมเพื่อแสดงพลังขับไล่รัฐบาล คำร้องดังกล่าวจึงยังไม่ปรากฏมูลเหตุว่าจะมีการล้มล้างการปกครองตามที่กล่าวอ้าง ศาลจึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย
 

ผบ.ตร.นั่งผอ.ศูนย์คุมม็อบเสธ.อ้าย

              เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.รมน. ได้มอบหมายให้ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ รองผอ.รมน. เป็นประธานที่ประชุมกอ.รมน. เพื่อพิจารณากำหนดรายละเอียด หลักการ และเหตุผล และประกาศตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ศอรส.) โดยมีพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เสนาธิการทหารบก นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้บัญชาการเหล่าทัพ

              โดยผบ.ตร. เปิดเผยก่อนเข้าร่วมประชุมว่า ที่ประชุมกอ.รมน.จะพิจารณารายละเอียดของการตั้งศอรส. และจากนั้นในช่วงเย็นวันเดียวกันหลังจากที่ประชุมกอ.รมน.เสร็จแล้วตน ในฐานะได้รับมอบให้เป็นผอ.ศอรส.แล้ว ก็จะไปประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ศอรส.คือ ชั้น 20 สตช.ในทันที


ตำรวจ3กองพันทยอยประจำการทำเนียบฯ

              ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากทำเนียบรัฐบาล ภายหลังจากเมื่อช่วงเช้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) กลุ่มย่อย 9 คน มีมติเห็นชอบให้ประกาศใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 หรือ พ.ร.บ.ความมั่นคง ได้มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 3 กองพัน หรือประมาณราว 5,000 นาย มาประจำการและเฝ้าระวังบริเวณโดยรอบและในพื้นที่ทำเนียบฯ ขณะเดียวกัน ก็ได้มีการทยอยขนอุปกรณ์การทำอาหาร โดยมีการกางเต๊นท์ในลักษณะโรงครัวชั่วคราวอยู่บริเวณสะพานอรทัย เพื่อให้บริการแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทั้งมีการนำเครื่องปั่นไฟเคลื่อนที่มาติดตั้งไว้ด้วย ทั้งนี้ กำลังพลที่ใช้ในการดูแลทำเนียบฯ จะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ย. เป็นต้นไปจนกว่าจะมีการยกเลิกพ.ร.บ.ความมั่นคง