ข่าว

เปิดขั้นตอนใช้'พรบ.ความมั่นคง'

เปิดขั้นตอนใช้'พรบ.ความมั่นคง'

22 พ.ย. 2555

ขั้นตอนใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ออกประกาศ 3 ฉบับ กำหนดพื้นที่ ตั้งศูนย์อำนวยการ และกำหนดเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ เผย 'มาร์ค' เคยประกาศก่อนชุมนุมปี 53 เหมือนกัน

                    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 55  ในการประชุมครม.ชุดย่อย ในวันนี้นั้น เป็นไปตามมาตรา 8 ของพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2548 ที่ระบุว่า การประชุมครม.ในกรณีปกติให้ดําเนินการได้เมื่อมีรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนครม.ทั้งหมดที่มีอยู่

                    ซึ่งครม.ชุดเล็กที่เรียกประชุมในวันนี้ ประกอบด้วย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกฯ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯและรมว.ศึกษาธิการ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม พล.อ.พฤณฑ์ สุวรรณทัต รมช.คมนาคม นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯ และนอกจากนี้ยังมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) นายอัชพร จารุจินดา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) 

                    ทั้งนี้ภายหลังจากครม.มีมติให้ประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ใน 3 เขต กทม. คือ เขตดุสิต เขตพระนคร และเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ในระหว่างวันที่ 22 - 30 พ.ย. 55 นั้น โดยขั้นตอนต่อไปจะมีการออกประกาศ 3 ฉบับ คือ

 

                    1. ประกาศเรื่อง พื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

                    2. ข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในฯ ซึ่งมาตรา 18 ระบุว่า "มาตรา 18 เพื่อประโยชน์ในการป้องกัน ปราบปราม ระงับ ยับยั้ง และแก้ไขหรือบรรเทาเหตุการณ์ภายในพื้นที่ตามมาตรา 15 ให้ผู้อำนวยการโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจออกข้อกำหนด ดังต่อไปนี้

                    (๑) ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติการหรืองดเว้นการปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใด

                    (๒) ห้ามเข้าหรือให้ออกจากบริเวณพื้นที่ อาคาร หรือสถานที่ที่กำหนดในห้วงเวลาที่ปฏิบัติการ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเป็นบุคคลซึ่งได้รับการยกเว้น

                    (๓) ห้ามออกนอกเคหสถานในเวลาที่กำหนด

                    (๔) ห้ามนำอาวุธออกนอกเคหสถาน

                    (๕) ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ หรือกำหนดเงื่อนไขการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ

                    (๖) ให้บุคคลปฏิบัติหรืองดเว้นการปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใดอันเกี่ยวกับเครื่องมือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดแก่ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของประชาชน

                    ข้อกำหนดตามวรรคหนึ่งจะกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนเวลาหรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ด้วยก็ได้ ทั้งนี้ การกำหนดดังกล่าวต้องไม่ก่อความเดือดร้อนแก่ประชาชนเกินสมควรแก่เหตุ

                    ส่วนประกาศฉบับที่ 3. นั้น จะเป็นประกาศ เรื่อง "การให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 เป็นเจ้าพนักงานหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย" โดยให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรฯ เป็นเจ้าพนักงานหรือพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งสิ้น 18 ฉบับ

                    และนอกจากนี้ตาม มาตรา 17 ของ พ.ร.บ. ระบุด้วยว่า ในกรณีที่มีความจำเป็น เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่กระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรให้เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ใน มาตรา 16 ในเขตพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งให้ผู้อำนวยการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอำนาจจัดตั้งศูนย์อำนวยการ หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นเพื่อปฏิบัติภารกิจอย่างหนึ่งอย่างใดหรือหลายอย่างเป็นการเฉพาะก็ได้

                    อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้สมัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็เคยประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ก่อนการชุมนุมจะเกิดขึ้นเช่นกัน โดยประกาศใช้ระหว่างวันที่ 11 มี.ค. - 23 มี.ค. 53