ข่าว

รัฐใช้'พรบ.มั่นคง'รับม็อบเสธ.อ้าย

รัฐใช้'พรบ.มั่นคง'รับม็อบเสธ.อ้าย

22 พ.ย. 2555

รัฐประกาศใช้พรบ.มั่นคง กห.วอนอย่าตระหนกทหารเคลื่อนพล ตร.112 กองร้อยเข้ากรุง ด้าน 'เรืองไกร' ชี้ช่อง สส.ใช้เอกสิทธิ์ ไม่ร่วมซักฟอก เลี่ยงม็อบ

                    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 55  ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยภายหลังการประชุมครม.ชุดเล็กว่า ที่ประชุมมีมติให้ประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคง 9 วัน ตั้งแต่วันที่ 22 - 30 พ.ย. ใน 3 เขต ได้แก่ เขตพระนคร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และเขตดุสิต

 

กห.วอนอย่าตระหนกทหารเคลื่อนพล 'ซ้อมถวายสัตย์' 

 

                    ที่กระทรวงกลาโหม พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหม ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้เน้นย้ำในที่ประชุมเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และขอให้หน่วยต่างๆ ประสานกับส่วนราชการในทุกพื้นที่ที่มีการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งในภาพรวมของปีนี้จะมีการปฏิญาณตนต่อหน้าธงชัยเฉลิมพล และจะมีการปฏิญาณตนเป็นคนดีของเหล่าทัพต่างๆ รวมถึงมีการอุปสมบท และการถวายสัตย์ปฏิญาณตนของทหารรักษาพระองค์ นอกจากนี้ยังมีการนำสปอตโทรทัศน์มาเผยแพร่ คิดว่า เหล่าทัพจะทำให้สอดคล้องกันทั้งหมด ส่วนที่ขณะนี้อาจเห็นความเคลื่อนไหวของกำลังทหาร เนื่องจากปัจจุบันมีการซ้อมถวายสัตย์ปฏิญาณตน จึงต้องมีกำลังพล รถ และม้า ต้องเดินทางกัน ดังนั้นฝากถึงประชาชนอย่าตื่นตระหนก

 

ห่วงมือที่ 3 ป่วนม็อบ ตั้งวอร์รูมจับตา

 

                    พ.อ.ธนาธิป แถลงภายหลังการประชุมสภากลาโหมถึงการรักษาความสงบเรียบร้อย การชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม ในวันที่ 24 พ.ย.นี้ว่า ในทุกวันของทุกหน่วยจะมีวอร์รูมติดตามสถานการณ์ด้านการข่าวอยู่แล้ว โดยจะมีทั้งข้อมูลของกระทรวงกลาโหม และเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ในส่วนของสถานการณ์การชุมนุม ทางหน่วยงานด้านความมั่นคงต้องติดตามสถานการณ์ หากผู้ชุมนุมเดินทางมาเยอะจะต้องดูแลให้ทั่วถึง ทั้งนี้เรามีความเป็นห่วงเรื่องการก่อความไม่สงบของผู้ไม่หวังดี แต่คิดว่าการชุมนุมจะเป็นไปอย่างสันติ และต้องฝากทุกภาคส่วนช่วยกัน เพี่อให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่เกิดเหตุร้าย

                    พ.อ.ธนาธิป กล่าวต่อว่า ในพื้นที่การชุมนุมคาบเกี่ยวกับส่วนราชการที่สำคัญ เนื่องจากบริเวณนั้นมีสำนักพระราชวังอยู่ จึงจะต้องดูแลอย่างทั่วถึง และให้เกิดความเรียบร้อย คิดว่าทุกส่วนคงมีการเตรียมความพร้อมอยู่แล้ว แต่เรามุ่งหวังว่า การชุมนุมในวันที่24 พ.ย.นี้ จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และส่งผลประโยชน์ต่อประเทศชาติเป็นหลัก ส่วนทหารที่คิดว่าจะชุมนุมนั้น ขอให้ใช้วิจารณญาณที่จะเดินทางไปชุมนุม เพราะทหารควรจะปลีกตัวออกมา เนื่องจากอาจมีผลกระทบเกิดขึ้นได้ คิดว่ากำลังพลทุกคนคงเข้าใจ

 

ตร. 112 กองร้อย เคลื่อนเข้ากรุง

 

                    พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ธนา ชูวงศ์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษกตร. พ.ต.ท.หญิง อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล รองโฆษกศปก.ตร. รวมกันแถลงข่าวกรณีการชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยาม

                    พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า วันนี้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ปฏิบัติการดูแลความปลอดภัยผู้ชุมนุมทั้ง 112 กองร้อย กำลังเดินทางมาจากทั่วประเทศ เพื่อเข้าสู่จุดรวมพลขั้นต้น เข้าสู่จุดที่พัก เช่น สโมสรตำรวจ กองบินตำรวจ ศูนย์ฝึกอบรมต่างๆ เพื่อเตรียมเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการต่อไป

                    พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ได้ตรวจความพร้อมของกำลังพล และรับฟังการเตรียมความพร้อมของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ในการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมในวันที่ 24 พ.ย. ซึ่ง บช.น.ได้เตรียมความพร้อม คือ 1. บช.น.เจ้าของพื้นที่ ได้กำหนดพื้นที่ชุมนุมที่เหมาะสะดวกในการรักษาความปลอดภัย ไม่ให้กระทบต่อประชาชนทั่วไปให้อยู่ในลานพระรูปฯ และพื้นที่โดยรอบไม่ให้กระจายไปในพื้นที่อื่น กำลังที่เข้าปฏิบัติหน้าที่จากต่างจังหวัดในแต่ละจุดจะทำงานร่วมกับกำลังของ บช.น. เช่น ถ.อู่ทองใน ใช้กำลังของภาค 6 มาอยู่ ก็จะมีกำลังของ บช.น.มาร่วม เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน ผู้คุมกำลังทั้งหมดตอนนี้รับทราบภารกิจแล้ว

                    2. บช.น.ได้ตั้ง ศปก.ส่วนหน้า 3 จุด ด้วยกัน คือ สนามเสือป่า รัฐสภา ทำเนียบรัฐบาล โดยมีรองผบช.น.เป็นผู้กำกับดูแล มีผบก.40 นายทั่วประเทศที่คัดมาร่วมดูแล โดยศปก.ส่วนหน้า มีหน้าที่หลักคือ รักษาพื้นที่และดูแลความสงบเรียบร้อย แต่ละศปก.ส่วนหน้า ก็จะมีที่ทำการส่วนหน้าย่อย (ทก.สน.) อีก 5-6 จุด มีภารกิจตั้งจุดตรวจเข้มแข็งตรวจตราอาวุธ คัดกรองบุคคล ณ จุดตรวจร่วมจะมีการ์ดของผู้ชุมนุมร่วมตรวจกับตำรวจด้วยช่วยดูคัดกรองบุคคล และอาวุธ

                    พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อไปว่า จากการตรวจสอบสถานการณ์ มีเหตุบ่งชี้หลายอย่างที่จำเป็นต้องเสนอใช้กฎหมายที่สูงขึ้น คือ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ทั้งนี้ จากการข่าวพบว่า การชุมนุมจะมีการยกระดับสถานการณ์ไม่ได้อยู่ที่เดียว มีการระดมคนมากขึ้น ตรวจสอบโครงข่ายผู้ชุมนุมมีการจัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ อาจจะมีเข้าไปในพื้นที่สำคัญ อาจมีการยั่วยุให้เกิดความวุ่นวาย กฎหมายปกติอาจจะไม่สามารถควบคุมดูแลได้ ต้องกำหนดพื้นที่ห้ามเข้าเด็ดขาด เช่น ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา หากใครฝ่าฝืนถือว่าทำผิดกฎหมายต้องถูกจับกุม ซึ่งตำรวจได้เตรียมสถานที่ควบคุมตัวไว้แล้ว ประการสำคัญภารกิจนี้เฉพาะตำรวจอาจไม่เพียงพออาจต้องขอกำลังจากหน่วยอื่นๆ มาร่วม หากประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ผบ.ตร.จะสามารถบูรณาการกำลังได้

                    พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ผบ.ตร.ได้กำชับให้จุดปฏิบัติการทุกจุดทำงานอย่างโปร่งใส สื่อสามารถติดตามการทำงานได้ตลอดเวลา จะมีชุดเจรจาต่อรองที่จุดตรวจเข้มแข็งทุกจุดนอกจากนั้น ผบ.ตร.ได้สั่งให้ผบช.น.และหน่วยปฏิบัติจัดทำแผนการดูแลสถานที่สำคัญ เช่น สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง สถานีโทรทัศน์ สถานีวิทยุ ที่ทำการระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ประปา ไฟฟ้า และระบบคมนาคมทุกแห่งให้เตรียมกำลังเข้าไปดูแล ผบ.ตร.ได้มีหนังสือถึงผู้บัญชาการเหล่าทัพทั้งสามเหล่าทัพ ให้จัดกำลังมาร่วมทำงานกับตำรวจเพื่ิอให้ข้อแนะนำประสานงานที่ศปก.ตร.

                    พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ในส่วนของฝ่ายสอบสวนได้ตั้ง พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร ที่ปรึกษาสบ.10 เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน ในส่วนของบช.น.ก็จะมี พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผบช.น.เป็นหัวหน้า โดยมีพนักงานสอบสวนจากหน่วยต่างๆ ทั้ง บช.ก และนครบาล และภูธร มีการจัดชุดถอดเทป วิเคราะห์ข้อมูลคำต่อคำ ภาพต่อภาพ

                    ด้าน พล.ต.ต.ธนา กล่าวว่า ผบ.ตร.ได้ สั่งผบก.จว.จัดกำลังตำรวจบ้านออกตรวจตราเพื่อป้องกันเหตุ ขอให้ประชาชนมั่นใจ แม้จะมีกำลังมาทำงานดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมที่กทม. ในพื้นที่ก็จะมีอาสาสมัครร่วมกับตำรวจคอยดูแลประชาชนเหมือนเดิม

                    ขณะที่ พ.ต.ท.หญิง อัญชุลี กล่าวว่า โรงพยาบาลตำรวจจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ 24 ชม. ดูแลผู้ชุมนุม และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ หากเจ็บไข้ได้ป่วยก็มาใช้บริการได้ มีการจัดเตรียมรถพยาบาลให้การดูแล หากต้องส่งต่อไปรพ.ต่างๆ ได้มีการเตรียมแผนกรณีฉุกเฉินไว้แล้ว โดยเป็นการร่วมมือระหว่างรพ.รัฐและเอกชน

                    พ.ต.ท.หญิง อัญชุลี กล่าวว่า ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ร่วมชุมนุมเด็ดขาด พ่อแม่ผู้ปกครองก็ห้ามพาเด็กมาร่วมชุมนุม เพราะถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิเด็ก ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ผู้ปกครองต้องดูแลเด็กให้เกิดความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ก็มีหน้าที่ดูแลให้เกิดความปลอดภัยต่อเด็ก

 

'เรืองไกร' ชี้ช่อง ส.ส.ใช้เอกสิทธิ์ ไม่ร่วมถกซักฟอก เลี่ยงเผชิญม็อบ

 

                    นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว.สรรหา ได้ยื่นหนังสือถึงนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาฯคนที่ 1 เป็นผู้รับหนังสือแทน โดยนายเรืองไกร ขอให้นายสมศักดิ์ แจ้งเตือนไปยังส.ส. และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่จะเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฏร เพื่อเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในวันที่ 25 พ.ย.นี้ แต่กลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม (อพส.) ได้ประกาศชุมนุมขับไล่รัฐบาลตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย. และอาจจะยืดเยื้อจนถึงวันที่ 25 พ.ย. จึงเห็นว่า หากมีสถานการณ์วุ่นวายรุนแรงเกิดขึ้น ส.ส.อาจจะใช้เอกสิทธิ์ โดยไม่เข้าร่วมประชุม ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 122 ที่บัญญัติว่า "ส.ส. และ ส.ว. ไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงำใดๆ และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของปวงชนชาวไทย โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์" ซึ่งจะส่งผลให้ไม่สามารถเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรไม่ไว้วางใจ ในวันที่ 25 พ.ย.ได้ และอาจต้องเลื่อนการอภิปรายไปเป็นวันที่ 26 พ.ย. แม้จะทำให้เวลาการอภิปรายของฝ่ายค้านลดลง แต่เรื่องดังกล่าวก็จำเป็น เพื่อให้งานของสภาผู้แทนราษฎร ดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อย

                    นายเรืองไกร ยังกล่าวอีกว่า มีความเป็นห่วงสถานการณ์บ้านเมือง แม้แต่วุฒิสภาที่ขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 โดยในเบื้องต้นประสงค์จะอภิปรายในวันที่ 23-24 พ.ย.ก็ยังยกเลิกในวันที่ 24 พ.ย. รวมทั้งการซ้อมสวนสนามในงานพิธีของกองทัพ ก็ยังยกเลิกเพื่อหลีกเลี่ยงการชุมนุม เพราะแนวโน้มอาจเกิดความรุนแรงจากผู้ที่ไม่หวังดี และอาจจะมีปัญหาเสื่อมเสียต่อสภาผู้แทนราษฎรได้ จึงอยากให้ส.ส.ทั้ง 500 คน ใช้เอกสิทธิ์ หากเห็นว่าการชุมนุมส่อไปในทางที่อาจยืดเยื้อและก่อความรุนแรงก็ควรหลีกเลี่ยงความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น