ข่าว

'เสธ.อ้าย'เย้ย'พรบ.มั่นคง'เรียกแขก!

'เสธ.อ้าย'เย้ย'พรบ.มั่นคง'เรียกแขก!

22 พ.ย. 2555

'เสธ.อ้าย' ไม่หวั่น พ.ร.บ.มั่นคง เย้ย ยิ่งเรียกแขก ปูดตร.ตั้งด่านสกัดปชช.ไม่ให้เข้าร่วมม็อบ เตรียมส่งทนายลงพื้นที่เก็บหลักฐาน

                    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 11.55 น. วันที่ 22 พ.ย. 55  พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือเสธ.อ้าย ประธานองค์การพิทักษ์สยาม ให้สัมภาษณ์ "สำนักข่าวเนชั่น" กรณีที่สภาความมั่นคงแห่งชาติเตรียมประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ว่า เป็นเรื่องของรัฐบาล หากสามารถดำเนินการได้ก็ทำไป แต่องค์การพิทักษ์สยาม ขอทำหน้าที่ของตัวเอง ซึ่งตนก็อ่านกฎหมายนี้ไม่มากจึงไม่ทราบว่า พ.ร.บ.ความมั่นคง มีความหมายอย่างไรเมื่อมีการประกาศใช้แล้ว ทั้งนี้ ยืนยัน พ.ร.บ.ความมั่นคง จะไม่กระทบการชุมนุมที่จะเกิดขึ้นแน่นอน เมื่อรัฐบาลประกาศใช้แล้ว อาจจะเป็นการเรียกแขกให้มีประชาชนมาร่วมชุมนุมมากขึ้น เมื่อเทียบกับอดีตที่มีการชุมนุมเผาบ้านเมือง กฎหมายที่เคยประกาศใช้ก็ไม่มีผลอะไร แล้วยิ่งการชุมนุมครั้งนี้มาโดยสงบจึงไม่มีอะไรน่ากลัว

 

ปูดตร.ตั้งด่านสกัด เตรียมส่งทนายเก็บหลักฐาน

 

                    พล.อ.ท.วัชระ ฤทธาคนี โฆษกองค์การพิทักษ์สยาม แถลงว่า ขณะนี้เส้นทางภาคอีสานบริเวณ จ.หนองคาย นครราชสีมา ที่มุ่งสู่กรุงเทพฯ มีการตั้งด่านของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเข้มงวดพร้อมมีการขู่จะไม่ออกใบอนุญาตให้รถยนต์ขนส่งโดยสารสาธารณะ ซึ่งเป็นเรื่องผิดเพราะการกระทำนี้ไม่เป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่ให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่มาร่วมชุมนุมวันที่ 24 พ.ย. ไม่ใช่ทำหน้าที่กลั่นแกล้งประชาชน โดยนำอาวุธไปไว้ในรถและแจ้งข้อหากับกลุ่มคนเหล่านี้ โดยจากนี้องค์การพิทักษ์สยามจะจัดทนายความหลายพันคนลงพื้นที่ด่านทั่วประเทศพร้อมบันทุกวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน

                    พล.อ.ท.วัชระ กล่าวด้วยว่าวันนี้เวลา 14.00 น. ประธานองค์การพิทักษ์สยาม ได้มอบหมายให้ทนายความไปชี้แจงกับศาล เพื่อยืนยันว่าการชุมนุมเป็นไปตามสิทธิกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 63 และไม่กระทบกับมาตรา 68 แน่นอน และไม่ว่าศาลจะตัดสินอย่างไรทางองค์การพิทักษ์สยามก็ไม่กังวล

                    ทั้งนี้ ภายหลังการแถลงข่าวมีนายสหพันธ์ สุวรพันธ์ ซึ่งระบุว่าตนเองเป็นรองประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคอีสานจาก จ.สกลนคร มาแถลงข่าว โดยบอกว่า ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการเอสเอ็มแอลของรัฐบาล ภายหลังมีการทุจริตในหลายพื้นที่ โดยมีการร่วมมือกันระหว่างนายอำเภอ พ่อค้า หัวคะแนน และนักการเมืองท้องถิ่น เข้าไปชี้นำหมู่บ้านเสื้อแดงต่างๆ ในภาคอีสานและภาคเหนือในโครงการนี้ โดยมีกระบวนการหักหัวคิวการขายสินค้าแต่ละหมู่บ้านแห่งละ 5 หมื่นถึง 1 แสนบาท ส่วนผู้ที่เสนอโครงการกับฝ่ายปกครองอย่างถูกต้องกลับถูกข่มขู่ จึงขอให้รัฐบาลช่วยมาแก้ปัญหา หากไม่มีความคืบหน้าอาจจะเข้าร่วมชุมนุมร่วมกับองค์การพิทักษ์สยามด้วย