ข่าว

เชื่อใจ!จีนไม่เบี้ยวซื้อข้าวไทย

เชื่อใจ!จีนไม่เบี้ยวซื้อข้าวไทย

22 พ.ย. 2555

ไทย-จีนเซ็นสัญญาเอ็มโอยูซื้อขายข้าว พาณิชย์หน้าชื่นหวังได้คำสั่งซื้อจากจีนเพิ่ม เชื่อสัญญาลูกผู้ชายไม่บิดพลิ้ว แม้ไม่ได้กำหนดปริมาณและเวลาที่แน่ชัด

                    นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นพิธีการลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือการค้าข้าวระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนของประเทศไทยและประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ถือว่าเป็นครั้งแรกของการลงนามในบันทึกความเข้าใจระหว่างสองประเทศนับตั้งแต่มีการซื้อขายข้าวระหว่างกัน ว่าการลงนามได้แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การลงนามของภาครัฐระหว่างกระทรวงพาณิชย์ของทั้งสองประเทศ และอีกส่วนหนึ่งเป็นการลงนามระหว่างรัฐวิสาหกิจและบริษัทเอกชนจีนกับบริษัทผู้ส่งออกข้าวไทย ซึ่งปัจจุบันไทยเป็นแหล่งนำเข้าข้าวที่สำคัญอันดับ 1 ของจีน โดยครองส่วนแบ่งตลาดข้าวในจีนกว่าร้อยละ 50

                    สำหรับสาระหลักของบันทึกความเข้าใจของภาครัฐนั้น ระบุว่ารัฐบาลของสองประเทศจะส่งเสริมสนับสนุนหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและบริษัทเอกชนทุกรูปแบบในการผลักดันการค้าข้าวและความร่วมมือการค้าข้าวให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งฝ่ายจีนจะพยายามนำเข้าข้าวจากไทยให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ค้าข้าวของทั้งสองประเทศ อันจะส่งผลดีและเป็นประโยชน์ต่อตลาดการค้าข้าวในอนาคต ส่วนการลงนามของภาคเอกชน ฝ่ายจีนจะนำเข้าข้าวจากไทย 3 ชนิด ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ ข้าวขาว และข้าวเหนียว รวมปริมาณ 3 แสนตัน ในราคาตันละ 800 ดอลลาร์สหรัฐ มูลค่ารวม 240 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 7,200 ล้านบาท

                    "ข้าวที่ฝ่ายจีนนำเข้าเพื่อรองรับเทศกาลปีใหม่และเทศกาลตรุษจีนที่ใกล้จะมาถึง และฝ่ายจีนยังแสดงความต้องการที่จะนำเข้าข้าวจากไทยเพิ่มขึ้นอีกในปีหน้า ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณนำเข้าจากต่างประเทศสูงถึง 1.5 ล้านตัน" นายบุญทรงกล่าว

                    ด้านนายทิฆัมพร นาทวรทัต รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ในฐานะโฆษกข้าวประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การลงนามดังกล่าวไม่ได้กำหนดทั้งปริมาณและช่วงเวลาในการซื้อขายข้าว เพื่อความสบายใจของทั้งสองประเทศ แต่เน้นย้ำที่ความร่วมมือสนับสนุนการนำเข้าข้าวจากไทย ซึ่งการลงนามก็จะเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าจีนจะสนับสนุนการนำเข้าข้าวจากไทย และไทยก็จะสนับสนุนการส่งออกข้าวคุณภาพดีไปจีน

                    “การระบุปริมาณ อาจเป็นการมัดคอคนทำงาน เนื่องจากจีนอาจซื้อข้าวจากไทยต่ำกว่าปริมาณที่ระบุไว้ หรืออาจทำให้ประเทศผู้ส่งออกอื่นกล่าวหาได้ว่า ทำไมไม่ซื้อจากเขาบ้าง และไม่ต้องกังวลว่า เมื่อไม่กำหนดปริมาณแล้ว จีนจะไม่นำเข้า เพราะเอ็มโอยูเป็นการลงนามโดยรัฐมนตรีของทั้ง 2 ประเทศ โดยมีนายกรัฐมนตรีทั้ง 2 ประเทศเป็นพยาน ก็เหมือนเป็นสัญญาสุภาพบุรุษ ที่จีนจะต้องซื้อข้าวจากไทยอยู่แล้ว อีกทั้ง 2 ประเทศมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมายาวนานแล้ว” นายทิฆัมพร กล่าว