ข่าว

"เทือก"นัดเคลียร์เกาเหลาพรรคร่วมเย็นนี้

"เทือก"นัดเคลียร์เกาเหลาพรรคร่วมเย็นนี้

27 พ.ค. 2552

“สุเทพ”นัดเคลียร์ปมเกาเหลาพรรคร่วม 6 โมงเย็นวันนี้ ยันรัฐบาลไม่แตกร้าว โหวตงบประมาณ - พรก.กู้เงินไร้ปัญหา รับเป็นยาสามัญประจำบ้านอา สาเคลียร์ใจพรรคร่วมทุกปัญหา ชี้ ครม.ตีกลับระบายข้าว-เช่ารถเมล์ ไม่ใช่รายการดึงอ้อยออกจากปากช้าง

 (27พ.ค.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ควบคุมการระบายสินค้าเกษตรตามที่ครม.เมื่อวันที่ 26 พ.ค.มอบหมายว่า ตนได้เชิญคณะกรรมการมาร่วมประชุมกันในเวลา 18.00 น. ที่ห้องทำงานของตน ส่วนที่มีคนสงสัยว่าทำไมจึงต้องใช้ตนในฐานะรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงมาดูแลเรื่องเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจนั้น เพราะพืชเกษตรหลายชนิดไม่ว่าข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยางพารา   ปาล์มน้ำมัน เป็นพืชเกษตรที่คนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ ทำอาชีพนี้อยู่ จึงต้องพยายามช่วยดูแล เพื่อให้รายได้ของเกษตรกรเหล่านี้มีรายได้ดี โดยต้องทำให้ภาครัฐมีวิธีการในการบริหารจัดการที่ราบรื่นด้วย บังเอิญว่าตนมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับรัฐมนตรีทั้งหลาย ดังนั้นครม.จึงมอบหมายให้ช่วยไปดูแลพูดคุยกัน
 
 เมื่อถามว่า วางแนวการพูดคุยอย่างไรเพื่อให้เป็นที่ยอมรับทั้งสองฝ่าย เพราะมีข่าวออกมาตลอดว่านายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี และนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ มีความขัดแย้งกัน นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่คิดว่าเป็นเรื่องของความขัดแย้งอะไร แต่ความคิดเห็นในเรื่องต่าง   ๆ ของบ้านเมือง มีคนที่มีความเห็นแตกต่างกันได้ เป็นปกติ ตนพยายามจะให้ทุกฝ่ายได้มีโอกาสพูดคุยกันให้มาก   เชื่อว่าการพูดคุยกันด้วยเหตุผล ทำให้ได้แนวทางที่ดีของแต่ละคน แต่ละฝ่าย และจะได้ผลสรุปเป็นที่ยอมรับกันได้ของทุกฝ่าย
 
 ต่อข้อถามว่าการที่วางตัวนายสุเทพ มาแก้ไขเรื่องนี้เพราะต้องการลดแรงเสียดทานในพรรคร่วมรัฐบาลมากกว่ามุ่งเรื่องแก้ปัญหาเรื่องสินค้าเกษตรใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า “ ผมมันประเภทยาสามัญประจำบ้านอยู่แล้ว เป็นอะไรก็ใช้ได้ ปวดหัว ตัวร้อนก็ทาได้ ถูได้ ไม่มีปัญหา เชื่อว่าจะทำให้บรรยากาศดีขึ้น ประสานรอยร้าวได้ ทุกอย่างต้องดี ผมรับรองว่าดีและจะได้มาตรการแนวทางที่ผมเชื่อว่ามีเหตุ มีผล และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ผมเป็นคนมองโลกในแง่ดี ผมไม่ค่อยมีปัญหา ”
 
 เมื่อถามว่า คณะกรรมการชุดนี้เป็นข้อเสนอจากพรรคภูมิใจไทยหรือเป็นดำริจากนายกรัฐมนตรีเอง นายสุเทพ กล่าวว่า   เวลาประชุมครม.มีเรื่องจำนวนมาก ต้องใช้เวลานาน ตนเห็นว่าเรื่องนี้ได้พูดกันเป็นเวลานาน และดูจะหาข้อยุติยาก ตนนั่งติดอยู่กับนายกฯท่านก็บอกว่าอยากจะให้มีคณะกรรมการชุดเล็ก ๆ ไปนั่งคุยกันยาว ๆ ลึกซึ่งได้ ตนจึงได้อาสาไปตามฟอร์ม
 
 เมื่อถามว่า   คณะกรรมการชุดนี้จะทำงานแค่เฉพาะกิจหรือจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง นายสุเทพ กล่าวว่า ก็แล้วแต่ ตนเป็นรองนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีใช้อะไรตนก็ทำไปตามที่ท่านมีคำสั่ง ตนมีหน้าที่ช่วยงานท่าน
 
 เมื่อถามว่า เรื่องการประมูลข้าวครั้งก่อนให้กับเอกชนจะหยิบมาดูใหม่หรือไม่ เพราะมีการตั้งข้อสังเกตว่า การประมูลครั้งก่อนถ้ามีการมาระบายในครั้งนี้จะทำให้รัฐขาดทุนถึง 2 หมื่นล้านบาท นายสุเทพ กล่าวว่า ตนขอไม่พูดลึกลงไป เพราะต้องเคารพในความคิดเห็นของกรรมการท่านอื่นและต้องให้ได้ผลดีที่สุดและนำเสนอต่อครม.ก่อน แล้วค่อยแจ้งให้ทราบรายละเอียด   ทั้งนี้คิดว่าคณะกรรมการคุยกันในวันนี้สัก 1 ครั้ง ถ้าทุกอย่างลงตัวก็อาจจะจบวันนี้ แต่ถ้าอาจต้องไปดูข้อมูลหรือหาความรู้เพิ่มเติมก็อาจจะได้ข้อยุติประมาณวันจันทร์ หรืออังคารได้ เพราะวันพุธที่ 3 มิ.ย.ตนต้องนำเสนอเข้าที่ประชุมครม.        
 
 เมื่อถามว่าเรื่องนี้จะส่งผลทำให้เกิดรอยร้าวในรัฐบาลหรือไม่ นายสุเทพ ปฏิเสธแข็งขันว่า ไม่มีหรอกครับ ไม่มีรอยร้าว ไม่มีความรุนแรงอะไรทั้งสิ้น ตนรับรองได้ ตนพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลแต่ละพรรคได้ไม่มีปัญหา
 
 เมื่อถามย้ำว่าจะสามารถทำให้พรรคร่วมเข้าใจได้ด้วยความสบายใจหรือไม่ว่า ตรงนี้เป็นการตรวจสอบเพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนรวมจริง ๆ ไม่ใช่รายการดึงอ้อยออกจากปากช้าง นายสุเทพ ยิ้มพร้อมกับกล่าวว่า “ ไม่มีหรอกครับ ไม่มีอ้อย ไม่มีช้างครับ มีแต่ข้าว มัน และข้าวโพด ” 
 
 เมื่อถามว่า จะนำแนวคิดการยกเลิกระบบการรับจำนำสินค้าเกษตรที่เป็นช่องทางทุจริต โดยเปลี่ยนไปเป็นการรับประกันแทนมาพูดคุยในครั้งนี้เลยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า   ยังไม่ได้คุยกันในเรื่องเหล่านี้ สำหรับฤดูกาลผลิตข้างหน้า แต่ตนเห็นว่าเวลาที่เราทำงานไปแล้วต้องสรุปบทเรียนเป็นระยะ ๆ และต้องครุ่นคิดหาวิธีการที่ดีกว่าเดิมและได้ผลมากกว่าเดิมมาทำ คิดว่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่รับผิดชอบคงคิดมากกว่าที่ตนคิดอีก   ดังนั้นเชื่อว่าในอนาคตคงจะมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ต่อข้อถามว่า กังวลหรือไม่ว่า บริษัทเอกชนที่ประมูลข้าวได้จะฟ้องร้องต่อรัฐบาลหรือไม่หากหมีการระบายข้าวไม่ทัน นายสุเทพ กล่าวว่า การทำความเข้าใจกับภาคเอกชนเป็นภาระหน้าที่ของทางกระทรวงพาณิชย์   
 
 ผู้สื่อข่าวถามถึงโครงการเช่ารถเมล์ 4,000 คันที่สังคมจับตามองมากและรับไม่ได้ที่มีค่าเช่าและค่าซ่อมที่แพงมาผิดปกติจะพิจารณาอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ตนพูดในหลักการก่อนว่าเรื่องนี้ได้เข้าสู่ที่ประชุมครม.มา 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว ในหลักการคิดว่าทุกคนก็เห็นด้วย เพราะขสมก.ไม่มีเงินมากมายที่จะบริหารจัดการด้วยวิธีการปกติโดยการซื้อรถมาแล้วแบกภาระค่าผ่อนรถและค่าบำรุงรักษา วิธีการที่ไปเช่ามาก็ดูดี ค่าบำรุงรักษา ค่าซ่อมก็ให้เหมาไปเลย และมีการปรับเปลี่ยนวิธีการใหม่ในการจัดเก็บค่าโดยสาร เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชนมากขึ้น ทุกอย่างก็ดูดี   แต่ที่ครม.ได้ติงติงคือ เรื่องค่าเช่าแพงเกินไปหรือไม่ ทางกระทรวงคมนาคมและขสมก.มีคำอธิบายเป็นตัวเลข รายละเอียดยิ่งมีคำอธิบายมาก ก็ยิ่งมีข้อสงสัยมาก เป็นเรื่องปกติ ความจริงแล้วสิ่งที่ครม.ได้มอบให้ตนไปช่วยประสานงานพูดจาคือ ขอให้เป็นรถยนต์ที่ประกอบในเมืองไทยให้มากที่สุด โดยอยากได้ประมาณ 70% ก็มีการพยายามแก้ไขปรับปรุงกันไป โดยเอาอะไรที่เป็นผลประโยชน์กับประเทศเราให้มากที่สุด
 
 เมื่อถามว่า ชาวบ้านสงสัยว่า สภาพรถใหม่ทำไมถึงต้องตั้งค่าซ่อมเอาไว้ก่อนล่วงหน้า นายสุเทพ กล่าวว่า ตนจำไม่ได้แน่นอว่าจะมีการเช่าระยะเวลาเท่าไหร่ ต้องเช่ายาวเท่าไหร่ อาจ 10 หรือ 15 ปี แต่รถเมื่อใช้ไป 1 ปี หรือ 2 ปีก็ต้องซ่อมแล้ว เป็นธรรมดาต้องบำรุงรักษา เช่นเดียวกับรถส่วนตัวเราที่ต้องบำรุงรักษา เขาคงคิดค่าบำรุงรักษาไว้ตั้งแต่ต้น ตลอดระยะเวลาการเช่า ที่จริงต้องไปถามรัฐมนตรีที่คุม มาถามตนก็ตอบไปเรื่อยเปื่อย
 
 เมื่อถามว่าสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์เคยท้วงติงรายการนี้ตั้งแต่ตอนพรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านจะนำมาประกอบการตัดสินใจหรือไม่   นายสุเทพ กล่าวว่า ที่ทวงไว้ทุกข้อก็ได้เอามาบอกเขาทุกข้อ เช่น ข้อสำคัญที่เราอยากเห็น รถที่ผลิตในประเทศไทย วันนี้เรายังยืนยันและขอให้ทาง ขสมก.ได้บรรจุเป็นเงื่อนไขในการจัดหาด้วย เมื่อถามว่ามีแนวทางที่จะทำให้ราคาเช่าลดลงมาอีกได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ทราบ ตนคงตอบไม่ได้
 
 ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลตีกลับ 2 โครงการใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย ทั้งการระบายข่าวและการเช่ารถเมล์ จะทำให้มีปัยหากับพรรคร่วมหรือไม่ นายสุเทพ ย้ำอีกครั้งว่า   “ ไม่มีครับ ไอ้เรื่องอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องที่ต้องโกรธกัน เป็นเรื่องที่คณะรัฐมนตรีมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน เพราะฉะนั้นเมื่อในที่ประชุมครม.ยังมีความเห็นที่แตกต่างกัน ยังมีข้อสงสัย ยังมี่ข้อให้แก้ไขปรับปรุงอยู่ ก็ย่อมแก้ไขปรับปรุงกันได้ 
 
เมื่อถามว่าในฐานะผู้จัดการรัฐบาลประเมินว่ายังวางใจได้ว่าจะไม่มีลูกงอแงไปกระทบถึงการประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อโหวตเห็นชอบร่างพรบ.งบประมาณและพรก.เงินกู้ 4 แสนล้าน นายสุเทพ กล่าวว่า สบาย ไม่มีปัญหา ตนไม่มีปัญหา เพราะตนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพรรคร่วมรัฐบาล และทราบดีว่า พรรคร่วมรัฐบาลเหล่านั้น เข้าใจในการทำงานดี    แต่ละคนมีประสบการณ์ในการทำงานกันมา