ข่าว

คมชัดลึกจัดถก'(ลับ)มือม็อบ?'

คมชัดลึกจัดถก'(ลับ)มือม็อบ?'

21 พ.ย. 2555

รายการคมชัดลึกทางเนชั่นแชนแนล ตอน (ลับ) มือม็อบ ?

               การชุมนุมทางการเมืองในวันที่ 24 พฤศจิกายน ภายใต้การนำของพล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ แกนนำองค์การพิทักษ์สยาม ยังคงถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากฝ่ายรัฐบาลและประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะความเป็นห่วงเรื่องสถานการณ์ที่อาจบานปลายรุนแรงออกไป

                เมื่อช่วงค่ำวันที่ 21 พฤศจิกายน รายการคมชัดลึก ทางเนชั่นแชนแนล ได้มีการพูดคุยกันถึงประเด็นร้อนดังกล่าว ในหัวข้อ (ลับ) มือม็อบ ? โดยมีผู้เข้าร่วมรายการคือ นายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษานายกฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ ในฐานะอดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีตรอง ผบช.น. และรองจเรตำรวจ

                นายถวิลกล่าวว่า สมช.ต้องทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางประมวลข่าวกรอง สิ่งที่เราทำงานยึดถือมาตลอดคือ เปิดหูเปิดตาให้กว้างที่สุด และปิดปากให้แน่นที่สุด เพราะบางทีถูกใช้ไปในทางการเมืองเอาแพ้เอาชนะ ขณะนี้รัฐบาลมี 2 สถานะ คือ ตกเป็นเป้าของการชุมนุม และดูแลสถานะของการประท้วง ดังนั้นหน้าที่ของรัฐบาลคือ อำนวยความสะดวกในการแสดงออกของภาคประชาชน

                อดีตเลขาธิการ สมช.มองว่า การทำงานของเลขาฯ สมช.คนใหม่แปลกไปจากเดิม พูดไปแล้วเสียจะทำให้ความน่าเชื่อถือเสียไป อย่างม็อบเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม รัฐบาลปรามาสว่าอย่างเก่งไม่เกิน 2,000 คน ถือเป็นการเรียกแขก หากตั้งใจจะมาคนก็ไม่กลัว การไปขู่จึงไม่มีผล หากรองนายกฯ พูดครั้งหนึ่ง เลขาฯ สมช.พูดครั้งหนึ่ง จะเป็นการเรียกแขกแสนบวกลบ จึงไม่ควรออกมาพูดเพราะการไปขู่มีผลต่อจำนวนแน่นอน

                ขณะที่พล.ต.ต.วิชัย ชี้ว่า เมื่อมีการชุมนุมต้องมีทั้งการข่าวและสร้างข่าว ส่วนจะข่าวจริงหรือปลอมต้องพิจารณากัน การเอาข้อมูลหรือข่าวออกมาพูด เห็นว่าเป็นผลเสียมากกว่า คนที่รับผิดชอบจึงไม่ควรออกมาพูด เมื่อออกมาเรียกร้องตามสิทธิ ตำรวจก็ต้องดูแลความปลอดภัย ยืนอยู่บนความถูกต้อง มิเช่นนั้นจะไม่มีใครศรัทธา หากผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เมื่อทำอย่างนี้แล้วก็ไม่ต้องประโคมข่าวอะไร แต่จะทำให้จำนวนลดลงหรือไม่นั้น อยู่ที่หลายปัจจัย เพราะแต่ละกลุ่มก็มีแฟนพันธุ์แท้ หากเห็นว่ากลุ่มตัวเองถูกรังแกก็จะออกมา

                ส่วนที่มีการจัดเตรียมกำลังตำรวจถึง 5 หมื่นนายนั้น พล.ต.ต.วิชัยกล่าวว่า กำลัง 5 หมื่นนายจะใช้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกัน ไม่ใช่ใช้เพียงวันเดียว การดูแลความเรียบร้อยผู้ชุมนุมดูแลยาก เพราะมากันหลายทิศทาง ดังนั้นโอกาสที่จะนำอาวุธเข้ามาก็มีสิทธิ์ทำได้ ซึ่งต้องอยู่ที่เจ้าหน้าที่รัฐว่าจะเตรียมการอย่างไร