ข่าว

ถ้าม็อบก้าวหน้ากว่านี้จะขนาดไหน

ถ้าม็อบก้าวหน้ากว่านี้จะขนาดไหน

22 พ.ย. 2555

ถ้าม็อบก้าวหน้ากว่านี้จะขนาดไหน : เสรีภาพและความรับผิดชอบ โดยนายประชา ช้ำชอก [email protected]

             ติดตามข่าวสารการชุมนุมใหญ่ขององค์การพิทักษ์สยาม ได้อ่านถ้อยความฟังถ้อยคำการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ แล้วงุนงงสงสัยเหมือนเช่นอีกหลายคนว่า อดีตนายทหารซึ่งอยู่ในวัยเฒ่าชแรแก่ชรา อายุอานามรุ่นราวคราวเดียวกับคุณปู่ผู้นี้ จะบรรลุซึ่งเป้าหมาย โค่นล้มรัฐบาลพรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีสตรีผู้เลอโฉม เป็นที่โจษจันถึงมนต์เสน่ห์ได้อย่างไร

              เพราะแต่ละถ้อยแต่ละคำที่ยักแย่ยักยันผ่านลิ้นและฟันปลอม หลุดลอดออกมาจากริมฝีปาก นอกจากจะสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิด อุดมการณ์ทางการเมืองอันล้าหลัง ทวนกระแสประชาธิปไตยและพัฒนาการของโลก จนยากที่จะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนคนส่วนใหญ่แล้ว

              ยุทธศาสตร์แย่ ยุทธวิธีก็ขาดความแจ่มชัด ปราศจากสภาพบังคับ ชุมนุมยืดเยื้อก็ไม่ ปิดล้อมสถานที่สำคัญก็เปล่า ใช้ความรุนแรงก็ปฏิเสธ

              จะพาม็อบไปนั่งพับเพียบเรียบร้อยจากลานพระบรมรูปทรงม้าไปจนถึงสะพานผ่านฟ้า อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย หรือถึงท้องสนามหลวง โดยคิดว่านั่งนอนผึ่งแดด เคี้ยวเมี่ยงกินกล้วยทอดกันสักพักแล้วรัฐบาลจะตกใจกลัวตัวสั่น รีบถวายบังคมลาในบัดดลหรืออย่างไร

              ไม่เหมือนกับม็อบเพื่อไทยและเสื้อแดง ซึ่งผูกขาดกล่าวอ้างประชาธิปไตยเป็นไฟแลบ แกนนำซึ่งล้วนเป็นกลุ่มก๊วนปักษ์ใต้พูดจาปราศรัยให้ข่าวด้วยวาทะโวหารอันชวนให้ฮึกเหิม ขึงขังด่าทออำมาตย์ ท้าทายกองทัพ-รัฐประหาร ขู่จะบุกไปตรงนั้นปิดล้อมตรงนี้

              ปลุกปั่นบรรยากาศของความวุ่นวาย-จลาจลขึ้นมาบีบคั้นกดดัน สร้างความหวาดกลัวให้แก่ผู้คนได้ทั้งประเทศ

              อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องแปลกประหลาดอยู่เหมือนกัน ที่ถึงแม้จะถูกสาปส่งก่นด่า เย้ยหยันปรามาสจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทยและแกนนำคนเสื้อแดง ในทำนองว่าเป็นม็อบคร่ำครึ โบราณ ล้าหลัง เป็นม็อบทหารแก่ไม่มีน้ำยา เป็นม็อบพันธมิตรหรือพวกซาหริ่ม ฯลฯ

              ขณะเดียวกันกลับมีแต่พลพรรครัฐบาลเพื่อไทยและเสื้อแดงอีกเช่นกันที่พยายามเอะอะ ปลุกปั่นสร้างบรรยากาศความหวาดกลัวขึ้นมา ทำราวกับบ้านนี้เมืองนี้จะต้องเผชิญกับความวิบัติวอดวาย เกิดการจลาจลเผชิญหน้าเป็นแน่แท้

              ปลุกผี ปลุกระดมกันต่างๆ นานา ให้เตรียมต่อต้านการปฏิวัติรัฐประหารบ้าง อ้างว่าจะมีแดงเทียมเข้ามาปั่นป่วนสร้างความรุนแรงบ้าง บอกว่ามีมือที่มองไม่เห็นอยู่เบื้องหลังบ้าง ปล่อยข่าวลือว่าคนนั้นคนนี้จะขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี ฯลฯ ไปไกลถึงขนาดนั้นเลยทีเดียว

              สุดแท้แต่จะทำกันเพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่ตัวเอง และทำให้ฝ่ายตรงกันข้ามกลายเป็นยักษ์เป็นมารในสายตาประชาชนคนทั่วไป ซึ่งไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรด้วยเลยกับการแก่งแย่งช่วงชิงอำนาจรัฐในระหว่างกลุ่มชนชั้นนำด้วยกัน โดยมีชาวบ้านราษฎรเป็นเครื่องมือในการแย่งชิงหรือรักษาอำนาจนั้น

              คิดเหมือนอย่างที่ตัวเองเคยเชื่อว่า การตายและความรุนแรงเป็นสูตรสำเร็จในการขับไล่รัฐบาล ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นความจริงเสมอไป

              รัฐบาลจะล้มหรือไม่ อยู่ที่ผลงานการบริหารบ้านเมืองเป็นเงื่อนไขปัจจัยหลักต่างหาก ซึ่งทุกคนย่อมรู้ดี

              นายกรัฐมนตรีเป็นแต่ทำตาเยิ้ม ปล่อยให้นโยบายจำนำข้าวสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศชาติกว่าสองแสนล้านบาทโดยมิได้รู้ร้อนรู้หนาว แค่ทำเอ็มโอยูจะซื้อขายข้าวที่รับจำนำเอาไว้กับต่างประเทศ ต้องปกปิดเป็นความลับยิ่งกว่าซื้อขายอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารเสียอีก

              แค่ม็อบล้าหลังยังสร้างปัญหาให้แก่รัฐบาลได้อย่างเหลือเชื่อ