ข่าว

วูบเดียวที่โอบามามาเยือน

วูบเดียวที่โอบามามาเยือน

22 พ.ย. 2555

วูบเดียวที่โอบามามาเยือน : ประชาธิปไตยที่รัก โดยพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ([email protected] )

              เขียนเรื่องนี้เพื่อให้เป็นบันทึกร่วมสมัยไว้เฉยๆ ครับ ตัวกระผมเองก็ไม่ได้มีความรู้เรื่องราวของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมากมายนัก

             ประเด็นก็คือว่า ความรวดเร็วของการมาเยือนและจากไปของโอบามานั้นทำให้เราต้องคิดเรื่องอะไรมากมาย

             แต่อาจจะกล่าวโดยภาพรวมได้ว่า การมาเยือนครั้งนี้เหมือนกับว่าเราจะตั้งตัวกันไม่ทันซะอย่างงั้น

             เพราะเมื่อเขาจากไปแล้ว เราก็ยังมาเถียงกันอยู่ว่าจะทำอะไรบ้างกับข้อเรียกร้องของโอบามาและสหรัฐอเมริกา

             มาเริ่มจากเรื่องแรกก่อนดีกว่า นั่นก็คือ ตกลงเขามาทำไมที่บ้านเรา ?

             ผมคิดว่าแค่นี้ก็แทบจะตกเก้าอี้แล้วครับ เพราะเรื่องราวการมาเยือนของโอบามานั้น แทบจะเรียกว่าสื่อและนักวิชาการแทบจะเดาทางกันรายวัน

             ถ้าเรื่องแบบนี้แสดงให้เห็นถึงความไม่พร้อมของบ้านเรา เรื่องความสนใจในเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ผมก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว

             มัวแต่ตื่นเต้นแต่กับภาพสถานที่เยี่ยมชม หรือรอยยิ้มของผู้นำกันอะนะ… หึหึ

             ทั้งหมดทั้งปวงนี้แสดงให้เห็นถึงการตั้งรับลูกเดียวของประเทศไทย เพราะข่าวเหล่านี้ไม่เคยปรากฏออกมาในหน้าสื่อ

             ตัวอย่างอีกเรื่องหนึ่งที่ต่อเนื่องก็คือ ข่าวเรื่อง ทีพีพี หรือ ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจข้ามแปซิฟิก ที่อยู่ดีๆก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาทั้งที่เขาคุยกันมานานแล้ว

             ไม่ใช่ว่าไม่มีคนรู้เรื่องเหล่านี้ แต่มันแปลว่าคนจำนวนมากถูกทำให้ไม่รู้เรื่องเรื่องแบบนี้ด้วยการกรองข่าวต่างประเทศของบ้านเรา ที่ให้น้ำหนักในเรื่องการแปลข่าวต่างประเทศ มากกว่าการทำข่าวต่างประเทศ

             หมายถึงว่า การแปลข่าวต่างประเทศ คือการแปลข่าวที่ถูกเรียกว่าข่าวต่างประเทศของประเทศอื่น แต่ถ้าเราจะพิจารณาข่าวต่างประเทศของบ้านเรา ต้องหมายถึงว่าข่าวที่พูดถึงผลประโยชน์ของบ้านเราที่จะถูกกระทบจากต่างประเทศเสียมากกว่า ซึ่งบางทีต้องทำเอง หรือว่าต้องไปแปลข่าวจากภาษาอื่นๆ อาทิ ถ้ามีเรื่องกับกัมพูชา ก็ต้องอ่านจากฝั่งกัมพูชาด้วย ไม่ใช่แปลแต่จากข่าวภาษาอังกฤษของโลกตะวันตก เป็นต้น

             เรื่องที่สอง ผมคิดว่าแทนที่จะสนใจว่าโอบามากับนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เขาทำตาหวานกันไหม ควรจะตั้งคำถามว่า ใครบ้างไปรับโอบามาที่สนามบิน โดยเฉพาะบทบาทของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ทั้งที่ต้องไม่ลืมว่า พล.อ.สุรยุทธ์ ก็เป็นนายกรัฐมนตรีในช่วงหลังการรัฐประหารในปี 2549

             เรื่องที่สาม ผมคิดว่า ยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ว่าประเทศไทยนั้นมีความสำคัญแค่ไหนในการดำเนินนโยบายต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาและของโลกในวันนี้

             ซึ่งถ้าคิดให้ดี แทนที่จะมาน้อยอกน้อยใจกับข้อสังเกตที่ว่าโอบามาแค่มาเปลี่ยนเครื่องที่บ้านเราเพื่อเข้าไปที่พม่า เราก็ควรจะลองพิจารณาว่า เอาเข้าจริง เราควรจะภูมิใจว่า เรามีบทบาทสำคัญในการกำหนดความเป็นไปของชีวิตทางการเมืองและเศรษฐกิจของพม่า

             ซึ่งในแง่นี้ เราก็ควรจะมองเรื่องนี้ให้เป็นโอกาส และเข้าอกเข้าใจเพื่อนบ้านเรามากขึ้น

             ทั้งต้องให้กำลังใจและการสนับสนุนให้เพื่อนบ้านของเรานั้นเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น และมีระบบการลงทุนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและชีวิตของผู้คนมากขึ้น

             พูดง่ายๆ ว่า ยิ่งเรารู้จักและใส่ใจพม่ามากเท่าไหร่ ใครๆ ก็อยากคบกับเรามากขึ้น และประโยชน์ทั้งหลายก็จะหลั่งไหลเข้ามาที่ประเทศไทยมากขึ้น และพม่าก็จะได้ประโยชน์มากขึ้นด้วย

             แค่สองเรื่องที่บ่นถึงนี้ผมว่ากว่าเราจะทำได้ก็คงหืดขึ้นคอแล้วครับ…