ข่าว

'เหยื่อวางยา'แม่ตรีทูตลูกพ้นอันตราย

'เหยื่อวางยา'แม่ตรีทูตลูกพ้นอันตราย

21 พ.ย. 2555

ตร.ลุยหาหลักฐานคดีวางยายกครัว ล่าคู่กรณีที่เคยกล่าวหาฉกเงิน 2 หมื่น หิ้วพี่ชายไปสอบเจ้าตัวย้ำไม่คิดฆ่าน้อง ขณะที่อาการ 2 เด็กชายพ้นขีดอันตราย ส่วนแม่ตรีทูต

               ความคืบหน้าเหตุสลดสามแม่ลูกชาวอ่างทอง คือ นางประทุม งามเจริญ อายุ 45 ปี ด.ช.สันติ ชายสีอ่อน อายุ 12 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนโพธิ์ทองจินดามณี และ ด.ช.ชัยชนะพล ชายสีอ่อน อายุ 10 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนวัดศีลขันธาราม ชงเครื่องดื่มกินก่อนไปเรียนหนังสือ ปรากฏว่าเกิดอาการชักหมดสติน้ำลายฟูมปาก เชื่อว่าสาเหตุมาจากโดนวางยาพิษนั้น เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ต.อ.ชูเดช กองกันภัย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง (รอง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง) พร้อมด้วย พ.ต.ท.สำราญ อ่วมเมือง รองผู้กำกับการ (รอง ผกก.) สภ.โพธิ์ทอง เดินทางไปที่โรงพยาบาลอ่างทอง เพื่อเยี่ยมอาการและสอบปากคำทั้งสามเพิ่มเติม
 
               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อาการของเด็กทั้งสองอยู่ในขั้นปลอดภัย ส่วนผู้เป็นแม่อาการทรุดหนัก ยังไม่รู้สึกตัว นอกจากนี้เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมาเกิดสภาวะหัวใจหยุดเต้น แพทย์ต้องปั๊มหัวใจช่วยชีวิต ขณะที่ความดันลดลงเรื่อยๆ แพทย์ระบุว่าสาเหตุมาจากการได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกาย แต่ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นสารพิษชนิดใด เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นยาฆ่าหญ้า หรือฆ่าแมลง ซึ่งมีส่วนผสมของสารกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต
 
               ต่อมา พ.ต.อ.ชูเดช พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่วิทยาการจังหวัดอ่างทอง และชุดสืบสวน บก.ภ.จว.อ่างทอง ไปตรวจสอบภายในบ้านเกิดเหตุ เลขที่ 49 หมู่ 6 ต.โคกพุทธา อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง เพื่อรวบรวมหลักฐานในการแกะรอยคนร้าย ไม่ว่าจะเป็นวัตถุพยาน สิ่งแปลกปลอม หรือพยานบุคคล โดยเจ้าหน้าที่วิทยาการนำหม้อหุงข้าว ซึ่งเป็นภาชนะใช้ต้มน้ำชงกาแฟและโอวัลติน กระป๋องใส่น้ำดื่มที่มีร่องรอยของสารพิษ กาแฟชนิดซอง 3 ซอง ส่งตรวจหาลายนิ้วมือแฝง
 
               จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำนายไพฑูรย์ งามเจริญ อายุ 49 ปี พี่ชายนางประทุม ไปสอบสวนที่ สภ.โพธิ์ทอง พร้อมทั้งจะติดตามตัวนายบูรณ์ (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง) ตามที่ลูกชายนางประทุมให้การไว้ก่อนหน้านี้ มาสอบปากคำว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้หรือไม่
 
               "นายไพฑูรย์ให้การว่า ตอนนี้เหลืออยู่สองคนพี่น้อง จากพี่น้องทั้งหมด 3 คน เพราะอีกคนตายไปแล้ว ทุกวันนี้อยู่อย่างลำบาก ทรัพย์สมบัติอะไรมีอยู่ไม่มาก พี่ชายคงจะไม่คิดจะฆ่าน้องสาว ส่วนที่เด็กบอกว่าน่าจะเป็นนายบูรณ์ ซึ่งอุ้มไปทำร้ายก่อนหน้านี้ ตำรวจจะเร่งนำตัวมาสอบสวน" พ.ต.อ.ชูเดชกล่าว
 
               รอง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง ยืนยันว่า สามแม่ลูกไม่ได้กินยาฆ่าตัวตายแน่นอน ส่วนประเด็นโดนวางยา ต้องขอเวลาให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนสักระยะหนึ่ง คาดว่าจะได้ตัวคนร้ายอย่างแน่นอน เร็วๆ นี้จะได้รู้ว่าใครที่โหดเหี้ยมคิดสังหารแม่ลูกแบบยกครัว
 
               "ประเด็นที่ให้น้ำหนักมากที่สุด คือ ถูกทำร้าย เนื่องจากช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา เด็กทั้งสองถูกกล่าวหาในคดีลักทรัพย์ ผู้เสียหายเข้าแจ้งความว่า ทั้ง 2 คน ขโมยเงินสด 2 หมื่นบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง วันนั้นตำรวจได้เรียกเด็กทั้งสองพร้อมกับแม่ไปสอบปากคำ เด็กให้การปฏิเสธ ส่วนผู้เป็นแม่พูดกับตำรวจว่า ถ้าฉันกับลูกเป็นอะไร แสดงว่าถูกผู้เสียหายคนนั้นเป็นคนทำ เมื่อสอบถามเด็กว่าสงสัยใคร เด็กบอกว่าสงสัยผู้เสียหายคนนั้น เพราะเคยพาไปซ้อมเพื่อจะให้รับสารภาพว่าขโมยเงินไปจริง แต่ไม่ได้นำเรื่องไปแจ้งความ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ทิ้งประเด็นอื่น โดยเฉพาะพี่ชาย" พ.ต.อ.ชูเดชกล่าว
 
               มีรายงานว่า นางประทุมอาการทรุดหนักอย่างต่อเนื่อง ทีมแพทย์พยายามเยื้อชีวิตอย่างสุดกำลัง แต่อาการไม่ดีขึ้น ทั้งนี้แพทย์รอให้ญาติตัดสินใจว่าจะถอดเครื่องช่วยหายใจหรือไม่ ขณะที่ ด.ช.สันติ และ ด.ช.ชัยชนะพล อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว
 
               ช่วงเย็นวันเดียวกัน พยาบาลประจำห้องไอซียู แผนกอายุรกรรม เปิดเผยว่า อาการของนางประทุมขณะนี้ไม่ตอบสนองใดๆ ทั้งสิ้น แม้จะใช้ยากระตุ้นความดันไปแล้ว 3 รอบ ความดันก็ไม่ตอบสนองขึ้นมา ค่อนข้างเป็นไปได้ว่า น่าจะเสียชีวิตอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้อยู่ได้ด้วยเครื่องช่วยหายใจเท่านั้น
 
               ขณะที่ญาติของนางประทุมแจ้งว่า แพทย์โรงพยาบาลอ่างทอง เตรียมย้ายลูกของนางประทุมที่รักษาอยู่ที่ตึกกุมารเวชกรรม ไปอยู่ในที่ปลอดภัย ภายหลังเด็กว่ามีชายลึกลับขึ้นไปข่มขู่ให้ยอมรับสารภาพเกี่ยวกับเรื่องการขโมยเงิน จนเด็กหวาดผวา ทั้งนี้ ญาติกำลังตรวจสอบว่าเป็นใครกันแน่