ข่าว

หมอดูผ่าดวงเมือง24พ.ย.'รบ.ไม่มั่นคง'

หมอดูผ่าดวงเมือง24พ.ย.'รบ.ไม่มั่นคง'

21 พ.ย. 2555

ผ่าดวงเมือง 24พ.ย. หมอดูชี้สัญญาณความเปลี่ยนแปลง ระบุเลขดวงซ้ำรอยปี2519และ2538 สัญญาณรัฐบาลนี้ไม่มั่นคงเเววทหารครองเมืองสูง

                เมื่อเวลา 14.00น. วันที่ 21 พ.ย.2555 ที่ห้องมิตรไมตรี โรงแรมปรินซตัน ปาร์ค ย่านดินแดง มีการจัดการเสวนาโดยชมรมแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง ในหัวข้อ “24พ.ย. นำไปสู่วันสิ้นรัฐบาลหรือไม่” โดยมีบุคคลในวงการโหราศาสตร์ชื่อดังในประเทศไทยมาร่วมในวงเสวนา

                 นายภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ กล่าวว่า โหราศาสตร์เป็นศาสตร์แห่งดวงดาวที่คำพยากรณ์ต้องอ้างดวงดาวและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาแล้ว ส่วนจะเป็นวัน 24 พ.ย. หรือเป็นวันที่ 25-28 พ.ย. ที่ตนให้นับเพิ่มเพราะจะนำไปสู่วันที่ 28 พ.ย. ที่จะเกิดปรากฏการบนท้องฟ้าคือจันทรุปราคาเงามัว ในราศีพฤษภ พระอาทิตย์อยู่ที่ 12 องศา วันนั้นเป็นวันลอยกระทง ขอให้จำไว้ให้ดีว่า วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่ง เราทั้งหลายชายหญิง สนุกกันจริงวันลอยกระทง อาทิตย์กับจันทร์เล็งกัน เป็นมหาอุฒม์มาสัมพันธ์ที่จุดราหู เกิดการบังกันของดวงดาว ที่มีดาวพฤหัสบดีถอยหลัง ข้างหน้าราหูมีดาวเสาร์ที่หมายความว่า วันที่ 10 ธันวาคมราหูจะย้ายไปราศีตุล

                 “ราหูจะอยู่ปีครึ่งหรือ18 เดือน และมาเจอกับดาวเสาร์ จะเกิดอะไรขึ้นบ้างก็ให้เอาปี 2556 ลบ 18 ก็จะได้ 2538 ที่เกิดอะไรขึ้นบ้างในขณะนั้น แล้วเอา 2538 ลบ 18 อีกก็จะตรงกับปี 2519 เมื่อลบอีกครั้งก็จะตรงกับ 2501 จึงอยากให้ดูว่าถ้าราหูอยู่ตำแหน่งนี้แล้วเกิดเรื่องทั้งนั้น”นายภิญโญ กล่าว

                 นายภิญโญ กล่าวอีกว่า เรามองจุดวันที่ 24-28 พ.ย.ว่าจะมีอะไร จากประสบการณ์เทียบเคียงที่เกิดในชีวิตตนและชีวิตการเมืองหลายคนในปี 2539 ตอนนั้นรัฐบาลของนายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งวันนั้นวันที่ 19 สิงหาคม 2539 สำนักข่าวรอยเตอร์มาสัมภาษณ์ตนว่านายกฯเดินทางจากอินโดนีเซียกลับไทยเพื่อทำบุญวันเกิด แต่ตามหลักฐานที่กระทรวงมหาดไทยระบุว่า นายกฯไม่ได้เกิดเดือนสิงหาคมแต่เกิดเดือนกรกฎาคมแต่วันที่เดียวกัน

                 และขณะนั้นนายบิลล์ คลินตัน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่เกิดราศีสิงห์ซึ่งเข้าใจว่า นายบรรหารอยากเทียบเคียงบ้าง และเมื่อนักข่าวถามว่า นายกฯเปลี่ยนวันเกิดแล้วจะทำให้ดวงชะตาดีขึ้นหรือไม่ เราก็ตอบว่าตามโหราศาสตร์ต้องใช้วันเกิดจริง เพราะไม่เช่นนั้นก็เปลี่ยนวันเกิดให้ดีไปเลย และเมื่อนักข่าวถามว่าแล้วรัฐบาลจะอยู่ได้ตลอดขนาดไหน เราก็มองเดือนมองดาวในขณะนั้น ก็เจอจุดหนึ่งคือการเกิดจันทรุปราคาที่ราศีมีน ปรากฏว่าพรรคชาติไทยซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาลมีจุดองศาได้พอดี ก็ไม่รู้อะไรดลใจก็ตอบไปว่ารัฐบาลชุดนี้อยู่ไม่เกิน27 ก.ย. และรุ่งขึ้นก็เป็นข่าว

                 นายกฯสมาคมโหราศาสตร์ฯ กล่าวต่อไปว่า วันเวลาก็ล่วงเลยมาถึงเดือนกันยายน ปรากฏว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายบรรหาร 3 วัน 3 คืน วันที่ 19-21 ก.ย. 2539 วันแรกเรื่องอภิปรายคือสัญชาตินายกฯและวิทยานิพนธ์ฉาว และเรื่องของตนพ่วงเข้าไป โดยนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ในตอนนั้นนำข่าวของตนไปอภิปรายด้วย ตนก็ใจเต้นแรงว่าจะถูกหรือผิดเพราะพยากรณ์ล่วงหน้าเดือนกว่า แต่ขณะอภิปรายเหลือไม่กี่วัน จนกระทั่งวันที่ 21 พ.ย. ก็มีกระแสบีบนายกฯให้ลาออก และนายกฯขอเวลา 7 วัน โดยที่ตรงกับวันที่27พ.ย พอดี จากนั้นนายกฯก็ตัดสินใจยุบสภาตรงวันที่ตนดูไว้พอดี ซึ่งมันตรงได้อย่างไรก็ไม่รู้

                 “เมื่อมาเทียบเคียงกับคราวนี้ลีลาคล้ายคลึงกันมาก  แต่เกิดคนละแห่งที่เป็นจันทรุปราคาเหมือนกันแต่เกิดราศีพฤษภ และการอภิปรายยื่นโดยพรรคประชาธิปัตย์และวันลงมติไม่รู้ใครกำหนดให้ลงมติวันที่ 28 พ.ย. ซึ่งเป็นวันอุปราคา ที่เป็นจันทรุปราคา ที่มองว่าถ้าอุปราคาชนิดนี้เกี่ยวกับเรื่องของจิตใจ ดวงจันทร์ สตรีและเด็ก จันทร์คือประชาชนส่วนใหญ่ ซึ่งจิตอารมณ์ความรู้สึกจะมีผลกระทบนำไปสู่การตัดสินใจอะไรบางอย่างที่เราอาจจะคาดไม่ถึง อาจจะน้องๆสมัยเติ้ง(นายบรรหาร) ที่เคยตัดสินใจมาแล้วครั้งหนึ่งหลังจากถูกกระแสกดดัน ที่ท่านยุบสภาได้เหมือนกัน”นายภิญโญ กล่าว

                 นายภิญโญ กล่าวอีกว่า ฉะนั้นวันที่ 24 พ.ย. เป็นผลบางอย่างที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในอนาคต แต่ไม่ต้องเพ่งเล็งแค่วันที่ 28 พ.ย. มากนัก เพราะเวลายังมี อย่างไรก็ตามอดีตเป็นรากฐานของปัจจุบัน อนาคตใกล้เป็นรากฐานของอนาคตไกล คนทำอะไรไว้ก็ย่อมส่งผลในอนาคต ฉะนั้นเราบอกว่าการชุมนุมวันที่24 พ.ย.จะมีผลสู่การเปลี่ยนแปลงในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นวันที่ 28 พ.ย.หรือวันที่อื่นๆ

                 ด้านนายกิจจา ทวีกุลกิจ หรือหมอนิด นักโหราศาสตร์ที่เชี่ยวชาญด้านการใช้ญาณ กล่าวว่า มองว่าวันที่ 24 พ.ย. ตนว่าจะไม่ใช่ม้วนเดียวจบจะลากยาวแต่ว่าการลากยาวนี้มองว่าบ้านเมืองจะเสียหายไม่ว่าช้าหรือเร็ว ถ้าพล.อ.บุญเลิศ เเก้วประสิทธิ์ เเกนนำองค์การพิทักษ์สยามคิดว่าภายในสองวันจบนั้น แต่ตนยืนยันว่าไม่จบ ต้องมีก๊อกสองก๊อกสามอีก และมองว่าคงจะเห็นความหลังจากวันที่ 10 ธ.ค. ขึ้นไป โดยที่อาจจะจะลากยาวข้ามปีและจะเลือดนอง

                 “แต่ทั้งนี้ผมไม่ได้เชียร์ให้ไปนองเลือด  แต่มันต้องเกิดเพราะหนีไม่พ้น ช้าหรือเร็วไม่มีทางที่รัฐบาลจะหนีพ้น รัฐบาลนี้จะถูกคำตัดสินของศาลเหมือนรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช และถ้าคนตระกูลชินวัตรออกนอกประเทศเมื่อไร   ให้รู้เลยว่าเป็นการประกาศศึกสงคราม ทั้งนี้ผมเคยเขียนแนะนำไว้ว่า รัฐบาลอาจจะชิงยุบสภาเพื่อไปเลือกตั้งใหม่ ถ้าเห็นความกดดันเยอะๆ แต่ถ้าชิงยุบสภาก็ดีแต่จะไม่มีการเลือกตั้งอย่างน้อยห้าปี แต่เขาจะไม่จบเขาเล่นไม่เลิก จะมีการการก่อวินาศกรรม การปั่นป่วนในหัวเมืองและกทม.ที่จะต้องเกิด บอกได้เลยว่างานนี้ไม่หมู และเสธ.อ้ายผูกมัดตัวเองมากเกินไปที่บอกว่าสองวันจบ แต่ถ้าบอกว่าถ้าประชาชนมาเยอะค่อยว่าอีกทีจะดีกว่า”นายกิจจากล่าว

                 นายกิจจา กล่าวอีกว่า แต่มีโอกาสนองเลือดน้อยลง  หากศาลมาจัดการอีกครั้ง มีศาลเท่านั้นที่จะทำได้ แต่อยู่ที่ว่าศาลจะรับเรื่องหรือไม่เพราะจะเป็นการช่วยประชาชน แต่ถ้าศาลเอ้อระเหยก็จะนองเลือด แต่ทั้งนี้ไม่ว่าจะออกหัวหรือก้อยก็หนีไม่พ้นความหายนะครั้งยิ่งใหญ่  ถ้าปล่อยให้รัฐบาลบริหารประเทศต่อไป อย่างไรก็ตามตอนนี้รัฐบาลกำลังย่ามใจ ใครอย่าเข้ามาแหยมเพราะพวกเขาก็มีกองกำลังของพวกเขา พวกเขาไม่กลัวใคร จะโกง กินไปเรื่อย ซึ่งเรื่องพวกนี้ตนเคยเตือนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และโทรศัพท์บอกด้วยตัวเองว่าให้ระวังแต่ก็ไม่ฟัง สุดท้ายก็บ่มิไก๊

                 “ใครบอกว่าเที่ยวนี้ไม่รุนแรงแต่ผมว่ารุนแรงแน่นอน100% ถ้าธันวาคมไม่เกิด มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน ที่จะเกิดอันตราย ที่จะมีการชุมนุมครั้งใหญ่มีการปฏิวัติประชาชนโดยประชาชน และที่มีคนเข้าใจว่าทหารขายสีไปแล้ว แต่เชื่อว่าทหารมีความจงรักภักดีอยู่ และถ้ามีชุมนุมใหญ่อีกครั้งที่สองขอให้ตุนข้าวปลาอาหารได้เลย และจะยาวเป็นเดือนไม่ใช่วันสองวันจบ”นายกิจจากล่าว

                 นายกิจจา กล่าวอีกว่า เที่ยวนี้ถ้าตำรวจใช้ความรุนแรงตำรวจจะไม่กล้าใส่เครื่องแบบไปอีกนาน เพราะครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อนักการเมือง ทหารมีสิทธิ์มาเป็นนายกฯอีก เพราะเริ่มเห็นลางแล้วว่าใครจะอยู่ตรงไหนแล้ว แต่ดูแล้วคงไม่ใช่คนดวงดีที่จะเข้ามาเป็นผู้นำ ดังนั้นขอฝากผู้มีอำนาจเลือกคนดีเข้ามาดูแลบ้านเมืองว่าไม่ใช่เอาพรรคพวกขึ้นมา เหมือนพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ที่เลือกพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรีขึ้นมาซึ่งพล.อ.สุรยุทธ์เป็นคนดี แต่ทหารรอบกายไม่ไหว

                 นายกิจจากล่าวอีกว่า อีกไม่นานดวงของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีกำลังจะดับ และจะสัญญาณเปลี่ยนตัวนายกฯทันทีจะมา หาก ร.ต.อ.เฉลิมไม่สั่งการให้ตำรวจใช้ความรุนแรง และคนที่จะมาแทนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะร้ายกาจกว่า อาจจะเป็นคนที่บอกว่า “เผาเลย ผมจะรับผิดชอบเอง” จึงขอให้บล็อคคนนี้เอาไว้ และอย่าคิดว่าคนนี้ไม่กล้าทำอะไร

                 นายกิจจา กล่าวต่อไปว่า ส่วนดวงของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นั้นจากวันนี้จนถึงปี 2561 ไม่มีทางโผล่พ้นดิน ดวงจะขึ้นอีกครั้งปี 2562 แม้ล้มรัฐบาลนี้ได้ก็ไม่มีทางเป็นรัฐบาล และคนที่จะมาเป็นรัฐบาลต่อไม่ใช่พรรคการเมือง เพราะประชาชนไม่เอาพรรคการเมืองแล้ว เพราะไม่มีนักการเมืองคนไหนดีจริง และอย่างไรก็ตามตนคิดว่ากลุ่มพันธมิตรฯต้องออกมาแน่นอน เพราะตอนนี้เหมือนกับใบบอนที่น้ำหยดลงมาเป็นจุดเดียวกันเพื่อโค่นล้มรัฐบาล แม้ตอนนี้ไม่ออกมาเต็มๆแกนนำยังไม่ออก แต่สุดท้ายต้องออก และหนีไม่พ้นทหารจะตามมาด้วย

                 นายกิจจากล่าวอีกว่า ในปี 2556 นอกจากภัยการเมืองแล้วยังจะมีภัยธรรมชาติ คือ ภัยทางทะเล ส่วนปี2557 ก็ตัวใครตัวมัน เพราะในกทม.และปริมณฑลจะมีน้ำท่วมใหญ่กว่า2554 ร้อยเท่า ดินฟ้าอากาศจะเปลี่ยนแปลง เดี๋ยวหนาวเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝน หนาวก็หนาวสุดๆร้อนก็ร้อนสุดๆ และปี2558 คนมีสีจะฟัดกันเอง อย่างไรก็ตามบ้านเมืองจากนี้จนถึงปี2561 จะยุ่งมาก คนทำธุรกิจถ้าไม่แน่จริงพังแน่นอน เพราะเศรษฐกิจจะระเนระนาด โจรผู้ร้ายจะชุกชุม หากใครจะทำธุรกิจให้คิดให้ดี และอย่าเพิ่งคิดออกหรือเปลี่ยนงาน

.............

(หมายเหตุ : ที่มาของคลิป  : http://www.youtube.com/watch?v=qehAaZ9gcv4)