ข่าว

'สุกำพล'แจงศาล'กห.ปลดมาร์ค'

'สุกำพล'แจงศาล'กห.ปลดมาร์ค'

21 พ.ย. 2555

'อภิสิทธิ์ - สุกำพล' ขึ้นศาลปกครอง ชี้เเจงคดีกห.ปลด 'มาร์ค' ออกจากราชการทหาร ยันทำถูกต้อง มั่นใจตอบซักฟอกได้

                     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 พ.ย. 55  ที่ห้องพิจารณาคดี 6 ศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ  นายอนุวัฒน์ ธาราแสวง ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองชั้นต้น ประจำศาลปกครองสูงสุด นัดไต่สวนคู่ความ คดีหมายเลขดำ 2900/2555 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นฟ้อง พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม เป็นผู้ถูกฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เรื่องกระทำการโดยมิชอบด้วยกฎหมาย กรณีที่มีคำสั่งกลาโหม ลงวันที่ 8 พ.ย. 55 ปลดนายอภิสิทธิ์ ออกจากราชการเป็นทหารกองหนุน รับเบี้ยหวัดบำนาญสังกัด บก.จทบ.ก.ท. หลังจากมีการยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา

                     โดยนายอภิสิทธิ์ ผู้ฟ้องเดินทางมาพร้อม นายบัณฑิต ศิริพันธุ์ ทนายความ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ ระบุว่า "พร้อมชี้แจงต่อศาล โดยได้เตรียมเอกสารมาประกอบด้วย" ขณะที่ รมว.กลาโหม เดินทางมาถึงศาลเวลา 13.20 น. พร้อมกล่าวว่า "ผมมั่นใจในการชี้แจงต่อศาล ซึ่งวันนี้ผมมาชี้แจงในฐานะผู้ถูกฟ้อง ตามที่ศาลนัดไว้ ส่วนเอกสารที่นำมาประกอบการชี้แจงก็เป็นไปตามที่ศาลได้เรียกมา แต่จะเป็นเอกสารอะไรบ้างไม่ขอเปิดเผย ซึ่งวันนี้ผมก็มีประชุมด้วย 14.30 น. แต่ก็ยังต้องมาชี้แจงกับศาลเองเพราะเป็นหน้าที่ของผม"

                     "ผมยืนยันว่าทำถูกต้อง ถ้าไม่ถูกต้องคงไม่ทำ ผมไม่เคยอ้างว่าถูกล้างแค้นหรืออะไร ผมไม่เคย ถ้าท่านฟ้องมาผมก็ตอบ ลูกผู้ชายที่เป็นทหารก็อย่างนี้ ถูกกล่าวหาอะไรมาก็ตอบไป ส่วนการอภิปรายก็ยังมีเหมือนเดิม และผมก็อยากให้มีด้วยว่าจะอภิปรายไม่ไว้วางใจผมเรื่องอะไร ผมพร้อมจะตอบ"

                     ต่อมาเวลา 14.00 น. รมว.กลาโหม ได้เดินทางออกจากห้องพิจารณาคดีเพื่อเดินทางไปประชุมราชการ โดย พล.อ.อ.สุกำพล ระบุเพียงว่า "ผมได้ให้ข้อเท็จจริงกับศาลไปแล้ว หลังจากนี้ก็จะมีผู้ชี้แจงต่อกับศาล"

                     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของกระทรวงกลาโหม วันนี้มี พล.ท.พินิจ ฉัตรเสถียรพงศ์ เจ้ากรมเสมียนตรา เดินทางมาร่วมชี้แจงกับศาลด้วย ทั้งนี้เจ้ากรมเสมียนตรากล่าวสั้นๆ ก่อนเข้าชี้แจงว่า "ได้เตรียมเอกสารการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีของนายอภิสิทธิ์ ส่งต่อศาลด้วย ขณะที่การชี้แจงจะมีรองปลัดกระทรวงกลาโหมร่วมด้วย"