
'เสธ.อ้าย'เมินศาลรับฟ้องยุติม็อบ
ศาลรธน. เรียก 'เสธ.อ้าย' ไต่สวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม 22 พ.ย. หลังรับคำร้องให้วินิจฉัยยุติชุมนุม 24 พ.ย. 'เสธ.อ้าย' เมินยันพร้อมเดินหน้าม็อบ แต่ส่งทนายแจงแทน
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 21 พ.ย.2555 ที่ศาลรัฐธรรมนูญ นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวภายหลังการการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีการพิจารณาคำร้องของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว.สรรหา นายสิงห์ทอง บัวชุม สมาชิกพรรคเพื่อไทย และนายหนึ่งดิน วิมุตตินันท์ ทนายความชมรมผู้รักความเป็นธรรม รวม 3 คำร้อง เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 สั่งให้พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานองค์การพิทักษ์สยาม ยุติการชุมนุมในวันที่ 24 พ.ย. ที่ลานพระบรมรูปทรงม้าว่า ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องยังไม่เพียงพอประกอบการพิจารณา
ดังนั้น เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาศาลรัฐธรรมนูญจึงอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาตรา 213 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญ สามารถเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำหรือดำเนินการใด เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาได้ ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีหนังสือเรียกพล.อ.บุญเลิศ และพล.อ.ท.วัชระ ฤทธาคนี โฆษกองค์การพิทักษ์สยาม มาไต่สวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพื่อประกอบการพิจารณาในก่อนที่จะมีคำสั่งว่าจะรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยหรือไม่ ในวันพฤหัสบดี 22 พ.ย.2555 เวลา 14.00 น.
นายพิมล กล่าวต่อว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังพล.อ.บุญเลิศ และพล.อ.ท.วัชระ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งพล.อ.ท.วัชระ ก็ได้รับทราบหนังสือดังกล่าวแล้ว พร้อมทั้งระบุว่า จะเดินทางมาชี้แจงข้อเท็จจริงกับทางศาลรัฐธรรมนูญด้วยตนเอง ทั้งนี้ในกระบวนที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกผู้ถูกร้องเข้าชี้แจงถือเป็นอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ ไม่ถือว่าเป็นการแทรกแซงการเมือง และไม่กังวลว่าการที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเรื่องดังกล่าวจะส่งผลให้ศาลรัฐธรรมนูญเกิดปัญหาความขัดแย้งกับฝ่ายการเมือง ส่วนหลังการไต่สวนศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่งออกมาเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่นั้น ตนยังไม่อยากให้มองถึงจุดนั้น คงต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญด้วย
เมื่อถามว่ากรณีดังกล่าวศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจสั่งยุติการชุมนุมได้หรือไม่ หากพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นการล้มล้างการปกครองฯจริง นายพิมล กล่าวว่า กรณีการสั่งยุติ ถือเป็นการใช้อำนาจของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่จะพิจารณาในวันพรุ่งนี้ (22 พ.ย.) ซึ่งเป็นการใช้ดุลพินิจขององค์คณะ ตนไม่อยากไปก้าวล่วงในดุลพินิจของตุลาการ สำหรับการเรียกผู้ถูกร้องมาให้ถ้อยคำเพิ่มเติมหลังจากพิจารณาคำร้องนั้น ถือว่ากรณีนี้เป็นกรณีแรกที่มีการเรียกผู้ถูกร้องมาไต่สวนก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่งว่าจะรับหรือไม่รับคำร้อง แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าการเรียกไต่สวนครั้งนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับเงื่อนเวลา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวันนี้ มีตุลาการที่เข้าประชุมเพียง 7 คน เนื่องจากนายชัช ชลวร และนายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี ได้ลาการประชุม โดยในการประชุมวันนี้องค์คณะทั้ง 7 คน เห็นพ้องร่วมกันว่าควรที่จะเรียกพล.อ.บุญเลิศ และพล.อ.ท.วัชระ มาชี้แจงเพิ่มเติม เพื่อประกอบการพิจารณา ทั้งนี้ใช้เวลาในการหารือกรณีดังกล่าวนานกว่า 2 ชั่วโมง
'เสธ.อ้าย'เมินเดินหน้าม็อบส่งทนายแจงแทน
เมื่อเวลา 14.05 น. ที่สนามม้านางเลิ้ง พล.อ.บุญเลิศ กล่าวว่า จะส่งนายประยงค์ ไชยศรี ทนายความเป็นตัวแทนไปชี้แจงกับศาลรัฐธรรมนูญในเวลา 14.00 น. แต่ยืนยันว่า ไม่ว่าศาลจะมีคำสั่งออกมาในทิศทางใด องค์กรพิทักษ์สยามจะเดินหน้าต่อไปเนื่องจากนัดมวลชนไว้แล้ว โดยการชุมนุมจะชี้วัดจากจำนวนผู้ชุมนุมเป็นหลัก และจึงมั่นใจว่าจะมีผู้มาร่วมชุมนุมวันที่ 24-25 พ.ย.เป็นจำนวนมาก แต่หากวันดังกล่าวมีคนมาร่วมชุมนุมน้อยก็จะเลิกการชุมนุมแน่นอน
'ยิ่งลักษณ์'สั่ง'เฉลิม'ดูแลม็อบ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีในส่วนของพรรคเพื่อไทย และวิปรัฐบาล เพื่อหารือในเรื่องการรับมือการชุมนุมใหญ่ขององค์การพิทักษ์สยาม และการอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยใช้เวลาหารือประมาณ 1.30 ชั่วโมง โดยนายกฯได้มอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ดูแลการชุมนุมโดยละมุนละม่อมห้ามใช้ความรุนแรง รวมถึงห่วงว่าจะมีมือที่สามสร้างสถานการณ์ นอกจากนี้ยังสอบถามถึงกรอบเวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
เตรียมเรียก'ผู้ว่าฯ-ผู้การทุกจังหวัด'รับนโยบายติดตามม็อบ
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับข้าราชการประจำกระทรวงมหาดไทยและข้าราชการฝ่ายการเมืองว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดทุกจังหวัดมารับนโยบายที่ทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 22 พ.ย. เวลา14.00 น.เป็นต้นไป เพื่อเป็นการประสานทั้ง 2 หน่วยงานในการติดตามสถานการณ์ ส่วนที่กระทรวงมหาดไทยก็ได้มีศูนย์ติดตามอยู่เช่นกัน
“ยอดผู้ชุมนุมมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เราไม่ได้ให้ความสนจำนวนตัวเลข เพราะไม่ใช่สาระสำคัญ และเรื่องการชี้แจงเป็นหน้าที่ของผู้ว่าฯและนายอำเภอ เพื่อรักษาการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ ผมจึงย้ำให้ผู้ว่าฯประชุมทำความเข้าใจหัวหน้าส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจในพื้นที่ และให้นายอำเภอทำความเข้าใจผู้นำชุมชนในพื้นที่ เพื่อให้ว่าบ้านเมืองที่เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงควรเดินหน้าต่อไปอย่างไร” นายจารุพงศ์กล่าวและว่า ในส่วนเรื่องบค่าหัวผู้ชุมนุม รับฟังมาจากการรายงานข่าว ยังไม่ได้ประเมินและยังไม่ได้วิเคราะห์แหล่งข่าวว่า มีความน่าเชื่อถือหรือไม่
นายจารุพงศ์กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีเตรียมเรียกประชุมคณะรัฐมนตรีชุดเล็กเพื่อติดตามสถานการณ์นั้น ขึ้นอยู่ที่ ร.ต.อ.เฉลิมว่าจะตัดสินใจเรียกประชุมเมื่อไหร่
พท.จี้ม็อบเสธ.อ้ายรับปากไม่ยึดสถานที่ราชการ
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนทราบข้อมูลมาว่า จะมีผู้ชุมนุมไปยึดสถานที่ราชการที่สำคัญเพื่อไม่ให้รัฐบาลทำงานได้นั้น อยากถามแกนนำองค์การพิทักษ์สยามว่าเป็นความจริงหรือไม่ และหากมีการไปยึดสถานที่ราชการจริงจะรับผิดชอบอย่างไร เพราะแกนนำองค์การพิทักษ์สยามเคยประกาศไว้เองว่าจะไม่ปิดล้อมสถานที่ราชการ นอกจากนี้ มีมาตรการอะไรเตรียมรับมือไว้แล้วหรือไม่ เพราะไม่อยากให้มีการนำประเทศมาเป็นตัวประกันอีกแล้ว
นักวิชาการชี้ศาลมีสิทธิ์รับเรื่องสั่งยุติม็อบ
นายกิตติศักดิ์ ปรกติ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ศาลมีอำนาจที่จะพิจารณาได้ว่ามูลเหตุสามารถที่จะพิจารณาได้ เช่นเดียวกันนกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีคนร้องว่าอาจจะเป็นการล้มล้างการปกครองหรือไม่ ศาลก็มีสิทธิรับไว้พิจารณาส่วนคำสั่ง เขาก็ต้องพิจารณาดูในข้อมูลหรือเหตุแห่งการกระทำว่าเข้าข่ายล้มล้างการปกครองหรือไม่
นปช.ปูดข่าว4สถานการณ์ที่น่าเกิดขึ้นจากม็อบเสธ.อ้าย
เมื่อเวลา 13.00 น.ส.ส.พรรคเพื่อไทยและแกนนำคนเสื้อแดง ประกอบด้วยนายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ร่วมกันแถลงข่าวโดยนายก่อแก้ว กล่าวว่า พวกตนได้มีการวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวของม็อบว่า มีการวางแผนก่อเหตุซึ่งไม่ได้มาจากมือที่สาม แต่มาจากกลุ่มผู้ชุมนุมเอง โดยมีรูปแบบความเป็นไปได้ 4 แนวทางคือ 1.ก่อเหตุการณ์คล้ายกับวันที่ 7 ต.ค. 2551 โดยกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยล้อมสภาฯ จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต จากนั้นเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบ หากไม่ยอมก็จะก่อการจลาจล ตามด้วยให้ทหารออกมายึดอำนาจ 2.สร้างสถานการณ์ให้คนไทย 2 กลุ่มเกิดการเผชิญหน้ากันจนบาดเจ็บล้มตายและนำไปสู่การให้ทหารออกมา 3.ส่งคนเข้ามาแฝงตัวในสภาฯ เพื่อก่อเหตุร้าย 4. ส่งคนเข้ามาแฝงและจับกุมตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ เชื่อว่าจะมียุทธการลักษณะคู่ขนานกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของฝ่ายค้าน ซึ่งอาจจะมีเหตุวุ่นวายในสภาฯ จนทำให้สังคมเห็นว่ากลไกในสภาฯ ไม่ทำงาน อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเชื่อว่าการชุมนุมของอพส.มีแกนนำส่วนหนึ่งที่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ใดๆ ก็ตามเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงประเทศ ฉะนั้นหากเกิดเหตุรุนแรงต่อประชาชน พล.อ.บุญเลิศในฐานะแกนนำจะต้องรับผิดชอบ
บช.น.แถลงเรื่องม็อบเสธ.อ้าย
เมื่อเวลา 13.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. เปิดเผยถึงมาตรการเตรียมความพร้อมวางแผนรับการชุมนุมกลุ่มองค์การพิทักษ์สยามของพล.อ.บุญเลิศว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกคำสั่งปฏิบัติการรักษาความสงบเรียบร้อยเพื่อรองรับสถานการณ์การชุมนุมในครั้งนี้ จำนวน 112 กองร้อย โดยระดมจากกองบัญชาการทุกแห่ง และในวันที่ 21 พ.ย. เวลา 13.30น. จะมีการประชุมเพื่อมอบหมายภารกิจให้หัวหน้าชุด ก่อนที่กำลังพลจะเข้ามาพร้อมปฏิบัติในพื้นที่ในวันที่ 22 พ.ย.นี้



