
เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงชายฝั่งจี้รบ.เยียวยา
เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงชายฝั่งกว่า 300 คนรวมตัวหน้าศาลากลาง จ.สมุทรสงคราม เรียกร้องรบ.ให้การเยียวยากรณีน้ำทะเลเสียเนื่องจากภัยธรรมชาติเพลงก์ตอนบูม ซึ่งมียอดความสูญ
วันที่ 21 พ.ย.55 เวลา 09.00 น. ที่บริเวณหน้าศาลากลาง จ. สมุทรสงคราม นายมงคล เจริญสุขคณา ประธานสหกรณ์ประมงแม่กลอง กำจัด นำผู้ประสบปัญหาเลี้ยงกุ้ง, หอยแมลงภู่, หอยแครง และปลากระชัง ในพื้นที่อำเภอเมือง และอำเภออัมพวา จำนวน 9 ตำบล ประกอบด้วยตำบลแม่กลอง ตำบลลาดใหญ่ ตำบลบ้านปรก ตำบลบางแก้ว ตำบลบางจะเกร็ง ตำบลแหลมใหญ่ ตำบลคลองโคน ตำบลท้ายหาด และตำบลยี่สาร กว่า 300 คน พร้อมซากหอยแครง 4 คันรถกระบะมายื่นหนังสือต่อ นายธนน เวชกรกานนท์ ผู้ว่าราชการ จ.สมุทรสงคราม ให้ช่วยเหลือกรณีน้ำทะเลเสียเนื่องจากภัยธรรมชาติแพลงก์ตอนบูล ซึ่งเป็นภัยธรรมชาติที่ร้ายแรงที่สุดในรอบ 40 ปี สร้างความเสียหายให้กับชาวประมงเป็นจำนวนกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งประสบปัญหามาตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย. 2555 ต้องการให้จังหวัดประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินร้ายแรงอย่างเร่งด่วน และหากไม่สามารถดำเนินการได้ในวันที่ 23 พ.ย.นี้จะเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล พร้อมนำหอย และสัตว์น้ำที่ตายไปเทหน้าทำเนียบรัฐบาล
นายธนน เวชกรกานนท์ ได้มารับหนังสือจากนายมงคล เจริญสุขคณา ประธานสหกรณ์ประมงแม่กลอง กำจัด พร้อมกล่าวว่า จังหวัดได้จัดทำหนังสือหารือไปยังกรมบัญชีกลาง ผ่านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้มีหนังสือชี้มาว่าได้หารือไปยังกรมบัญชีกลางแล้ว ผลที่ได้รับเป็นอย่างไร ? จะได้แจ้งให้จังหวัดสมุทรสงครามทราบอีกที นอกจากนี้ยังได้เร่งรัดไปสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 8 กรมประมงเพื่อให้นักวิชาการมาชี้แจงถึงปรากฏการณ์ที่ชาวบ้านเรียกว่าขี้ปลาวาฬ หรือเรดไทน์หรือน้ำแดง ว่าเกิดาจากอะไร ในเบื้องต้นทราบว่าต้นเหตุเกิดจากสาหร่ายสีแดง ซึ่งเจริญเติบโตในภาวะที่เหมาะ แต่สาหร่ายชนิดนี้มีอายุสั้นอยู่ได้ไม่นานก็ตาย เมื่อตายแล้วต้องใช้ออกซิเจนย่อยสลาย ทำให้สัตว์น้ำตาย ทำให้น้ำเสียและสัตว์น้ำตายว่าเกิดจากอะไร ซึ่งได้รวบรวมข้อมูลทั้งรายงานไปยังรัฐบาลแล้ว เพื่อจะหารือว่าจะประกาศภัยพิบัติได้หรือไม่ และจะสามารถช่วยเหลือเกษตรผู้เพาะเลี้ยงชายฝั่งที่ได้รับความเดือดร้อนได้อย่างไร
นายมงคล เจริญสุขคณา ประธานสหกรณ์ประมงแม่กลอง กำจัด กล่าวว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ร้ายแรงกว่าทุกปี ที่ผ่านมาจะมีหอยแมลงภู่ตายทุกปี หอยแครงไม่เคยตาย เพราะหอยแครงอยู่น้ำลิกอยู่หน้าดิน และหอยแครงอึดกว่าหอยแมลงภู่ แต่ในปีนี้หอยแครงตาย ภาครัฐต้องมาดู นักวิชาการอย่าตะแบงว่าหอยตายเป็นเรื่องปกติทุกปี เพราะเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงชายฝั่งเป็นผู้ลงทุน หากมีปัญหาหอยและปลาตายเป็นภัยธรรมชาติทุก ๆ ปีใครจะลงทุน ที่มาเรียกร้องเพื่อต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือ



