
รองแม่ทัพภาคที่2ช่วยชาวบ้านประสบภัยแล้ง
กาฬสินธุ์-รองแม่ทัพภาค 2 กำชับทหารช่วยเหลือชาวบ้าน พร้อมนำเครื่องจักรเข้าเจาะบ่อบาดาล ให้ชาวบ้านมีน้ำใช้ ส่วนทางด้าน ผอ.โครงการชลแม่ฮ่องสอน มั่นใจมีน้ำเพียงพอ
วันที่ 21 พ.ย. 55 พล.ต.ชาญชัย ภู่ทอง รองแม่ทัพภาคที่ 2 พล.ต.จารุเกียรติ ชัยวงศ์ เสนาธิการกองทัพน้อยที่ 2 พ.อ.เดชอุดม นิชรัตน์ ฝ่ายเสนาธิการประจำรองแม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมคณะเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ ติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง โดยมี พ.อ.จุมพล จุมพลภักดี ผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 6 ค่ายศรีพัชรินทร์ นายอำพล ตมโคตร หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 4 โครงการชลประทานกาฬสินธุ์ รายงานสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่
สำหรับจังหวัดกาฬสินธุ์พบว่าประสบภัยแล้งครอบคลุม 18 อำเภอ 133 ตำบล มีราษฎรกว่า 2 แสนครัวเรือนขาดแคลนน้ำ สาเหตุจากฝนทิ้งช่วงส่งผลให้อ่างเก็บน้ำขนาดกลางแห้งแล้งโดยเฉพาะเขื่อนลำปาวซึ่งเหลือปริมาณอยู่ไม่ถึงร้อยละ 17
พล.ต.ชาญชัย กล่าวว่า ในอนาคตกองทัพจะดำเนินการขุดเจาะบ่อบาดาลให้กับประชาชน จากการติดตามอ่างเก็บน้ำลำพะยังภูมิพัฒน์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ พบว่ายังมีน้ำอีกกว่าร้อยละ 70 ครอบคุลมพื้นที่การเกษตร 4,600 ไร่ แต่สามารถส่งน้ำให้เกษตรกรเพาะปลูกพืชฤดูแล้งที่ใช้น้ำน้อยได้เพียง 300 ไร่เท่านั้น ส่งผลให้เห็นถึงความแห้งแล้ง เนื่องจากต้องสงวนน้ำไว้อุปโภค บริโภค ทั้งนี้กองทัพภาคที่ 2 ก็พร้อมที่จะเข้าช่วยเหลือบรรเทาภัยแล้งอย่างเต็มที่
มั่นใจสถานการณ์ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเพียงพอในช่วงฤดูแล้ง
ทางด้าน นายกตัญญู ใจเชื้อ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ จำนวน 28 อ่าง ปริมาณความจุเฉลี่ย 91.09 เปอร์เซ็นต์ ของความจุอ่าง ขณะที่ปี 2554 ของช่วงเวลาเดียวกัน มีปริมาณน้ำเฉลี่ย 99.67เปอร์เซ็นต์ โดยปริมาณน้ำในปัจจุบันสามารถสนับสนุนพื้นที่เพาะปลูกในเขตพื้นที่ชลประมานได้อย่างพอเพียง
อย่างไรก็ตามในปี 2555/2556 โครงการชลประทานแม่ฮ่องสอน ได้วางแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง โดยให้มีการปลูกพืชใช้น้ำน้อยในเขตพื้นที่ชลประทาน จำนวน 11,031 ไร่ โดยปลูกผลไม้ 1,313 ไร่ ไม้ยืนต้น 165 ไร่ พืชไร่-พืชผัก 9,269 ไร่ บ่อปลา 177 ไร่ และพื้นอื่น ๆ จำนวน 107 ไร่
ผอ.ชลประทานแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ในช่วงฤดูแล้งหากเกษตรที่อยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานประสบปัญหาเรื่องน้ำบริโภค โครงการชลประทานแม่ฮ่องสอน มีเครื่องสูบน้ำ จำนวน 8 เครื่อง ที่จะสนับสนุนพื้นที่เพาะปลูกสำหรับเกษตรกรในเขตพื้นที่ส่งน้ำกรมชลประทานตามแผนการเพาะปลูกของอ่างบริวาร จำนวน 4,240 ไร่



