ข่าว

ยึดมั่น“ปลูกได้ ต้องขายเป็น” 
เคล็ด(ไม่)ลับบัณฑิตคืนถิ่น

ยึดมั่น“ปลูกได้ ต้องขายเป็น” เคล็ด(ไม่)ลับบัณฑิตคืนถิ่น

28 พ.ค. 2552

ด้วยสายเลือดที่เป็นลูกเกษตรกร ทำให้หมุ่มเมืองคอนวัย 28 ปี "สมพร ทองเพิ่ม” บัณฑิตคืนถิ่นภาคเกษตร เลือกเรียนต่อในสาขาวิชาพืชศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช (ไสใหญ่) และนำความรู้ที่ร่ำเรียนมา ผสมผสานกับความรู้ม

  ก่อนที่ สมพร จะเลือกทางเดินบนเส้นทางภาคเกษตรนั้น หลังจากเรียนจบปริญญาตรี ในสาขาวิชาพืชศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ ได้ใช้ชีวิตเป็นครูสอนวิชาชีพที่ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) อ.ทุ่งสง เป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน ได้เงินเดือน 7,200 บาท และเงินที่ได้มา แม้จะไม่มากนัก แต่เขาอุตส่าห์เก็บหอมรอมริบไปซื้อที่ 4 ไร่ นำหน่อกล้วยหอมทองมาปลูก จนได้เก็บเกี่ยวผลผลิต นำไปขายในตลาด อ.ทุ่งสง ได้วันละ 300-500 บาท มากกว่าเงินเดือนเสียอีก จากนั้นจึงลาออกจากงานประจำมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว พร้อมกับเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการจัดการความรู้ของเยาวชนในชุมชนท้องถิ่น (4 ภาค) ที่ดำเนินการโดยสถาบันเสริมสร้างการเรียนรู้เพื่อชุมชนเป็นสุข (สรส.) และมีมูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ให้การสนับสนุน

 "ผมชอบอาชีพเกษตรมาตั้งแต่เด็กๆ สมัยผมเรียนหนังสือ ผมช่วยงานด้านเกษตรของที่บ้านมาตลอด ตอนที่เรียนระดับปริญญาตรี ผมช่วยงานอาจารย์ในฟาร์ม ปลูกผักในบริเวณบ้านพักอาจารย์ และนำผลผลิตที่ได้มาไปจำหน่ายเพื่อเสริมรายได้ ทำให้ผมซึมซับการทำนา ทำสวน ทำไร่  รู้ถึงวิธีการปลูกไม้ผล พืชผัก รู้จักบำรุงรักษา เก็บเกี่ยว พืชผัก ผลไม้ จนรู้สึกว่าผูกพันกับอาชีพเกษตร และตรงนี้ผมได้เรียนรู้ว่าภาคเกษตรที่เกษตรกรยากจน ส่วนหนึ่งเพราะถูกกดขี่จากพ่อค้าคนกลาง ฉะนั้นถ้าจะยึดอาชีพเกษตรต้องนึกว่า เมื่อเราปลูกได้ ต้องขายเป็นด้วย" สมพร กล่าว 

 จนวันเวลาผ่านไปเพียง 4 ปี วันนี้ สมพร สามารถซื้อที่เพื่อการเกษตรเป็นของตัวเอง 20 ไร่ ส่วนหนึ่งเป็นสวนยาง สวนผลไม้ดั้งเดิม สวนกล้วย มะละกอที่ปลูกแซม ล่าสุดมนำพันธุ์สละจาก จ.จันทบุรีไปปลูก พร้อมกับขยายแผงขายเพิ่มอีก 1 แห่ง ในตลาดโต้รุ่งใน อ.ทุ่งส่ง ส่วนลูกค้าของเขานั้น สมพรบอกว่า มีทั้งกลุ่มขายส่ง แม่ค้าที่นำกล้วยไปแปรรูป หรือทำขนม และอีกส่วนคือกลุ่มผู้บริโภคทั่วๆ ไป แต่ละวันสามารถขายกล้วยได้เฉลี่ย 70-90 หวีต่อแผง ในราคาหวีละ 35-40 บาท หากเป็นช่วงเทศกาลจะขายได้วันละถึง 300 หวี

 นอกจากจะขายกล้วยหอมทองแล้ว สมพรยังนำพืชผัก ผลไม้จากสวนของพี่สาว ซึ่งเป็นผลไม้ตามฤดูกาลมาจำหน่ายที่แผงด้วย เช่น ลองกอง ทุเรียนบ้าน ทุเรียนหมอนทอง มังคุด กล้วยน้ำว้า กล้วยเล็บมือนาง มะละกอแขกดำ และผักพื้นบ้านหลายชนิด รวมถึงผักที่เขาปลูกเองแบบปลอดสารเคมี มีทั้งกวางตุ้ง และคะน้า รวมถึงข้าวโพดหวานด้วย

 นับเป็นบัณฑิตคืนถิ่นภาคเกษตรที่มีความขยัน อดทนอีกคนหนึ่ง ที่สามารถพัฒนาอาชีพเกษตรจนประสบผลสำเร็จได้เป็นอย่างดี และน่าจะเป็นแบบแก่บัณฑิตอีกจำนวนไม่น้อยที่หลงระเริงในสังคมเมืองในขณะนี้

"สมเกียรติ พุทธิจรุงวงศ์"