
นาทีรวบ'แก๊งอุ้มรีด'ว่าที่ร.ท.อ้างเป็นตร.
นาที...รวบ'แก๊งอุ้มรีด' ว่าที่ร.ท.อ้างเป็นตำรวจ : ตะลุยข่าวโดยโต๊ะรายงานพิเศษ
ราว 4 ทุ่มครึ่งของวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ร.ต.ต.อนันต์ เข่งคุ้ม รองสวป. และ ด.ต.กิตินันท์ จุลศร ผบ.หมู่งาน ป.สน.ลำผักชี ขับรถยนต์สายตรวจออกตรวจพื้นที่ในเขตรับผิดชอบ จนกระทั่งตรวจมาถึงริมทุ่งนา ถ.ร่วมพัฒนา หมู่ 5 แขวงลำต้อยติ่ง เขตหนองจอก กรุงเทพฯ พบเห็นรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นวากอน สีบรอนซ์เทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนด้านหลังจอดอยู่ในซอยเปลี่ยว จึงเปิดสัญญาณไฟวับวาบของรถยนต์สายตรวจ ปรากฏว่ารถยนต์คันดังกล่าวขับออกไป จึงเกิดความสงสัยตัดสินเปิดสัญญาณเสียงไซเรนพร้อมประกาศให้จอดรถยนต์ก็ไม่เป็นผล จนกระทั่งขับไปถึงทางตันแล้วกลับรถ จังหวะนั้นรถยนต์สายตรวจจึงขวางไว้
นาทีนั้น ร.ต.ต.อนันต์ คู่หูสายตรวจบอกให้ ด.ต.กิตินันท์ ระมัดระวังตัวไว้ เพราะรถติดฟิล์มมืดมองไม่เห็นภายใน หากเกิดอะไรขึ้นมาให้ตอบโต้ป้องกันตัวไว้ จากนั้นจึงตะโกนให้ผู้ขับขี่รถยนต์ลงมาจากรถยนต์เพื่อแสดงตัว จังหวะนั้นมีผู้ชายรูปร่างท้วม สวมหมวก ใส่แว่นตา ลงมาจากรถยนต์แล้วแสดงตนว่าเป็นนายตำรวจยศ ร.ต.อ. สังกัดกองปราบปราม กำลังปฏิบัติหน้าที่
"ผู้ชายที่ลงจากรถยนต์ยืนโต้ตอบกับผมอยู่นาน สุดท้ายชายคนดังกล่าวพยายามอ้างว่ารู้จักกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ รวมถึงอ้างชื่อนายตำรวจนามสกุลดังท่านหนึ่ง ผมบอกว่าผมไม่คุยต้องการดูบัตรประจำตัวข้าราชการ ปรากฏว่าชายคนดังกล่าวยื่นบัตรให้ ระบุ ว่าที่ ร.ท.ศุภกฤษณ์ ธนวัตน์วรวณิช ผมก็บอกว่าเป็นทหารไม่ใช่ตำรวจ จากนั้นผมก็ติดต่อผู้บังคับบัญชาให้มาที่จุดตรวจค้น" ร.ต.ต.อนันต์ กล่าว
เมื่อ พ.ต.ท.สมชาย ธรรมสารตระกูล รองผกก.ป.สน.ลำผักชี พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถจักรยานยนต์ เดินทางมาสมทบ ได้สั่งการให้ผู้ที่อยู่ในรถยนต์ลดกระจกลงทุกด้านเพื่อตรวจสอบภายใน และพบเห็นบริเวณที่นั่งตอนหลังผู้ขับขี่มีผู้ชายคนหนึ่งมีหมวกไหมพรมคลุมหน้าไว้ แล้วข้อมือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยกุญแจมือไพล่หลัง โดยมีผู้ชายอีกคนนั่งคุมเชิงอยู่ใกล้กัน จึงควบคุมตัวทั้งหมดมาที่สถานีตำรวจ
จากการตรวจค้นรถยนต์พบว่า ติดหมายเลขทะเบียน ฐร 5097 กรุงเทพมหานคร เฉพาะบริเวณด้านหน้า ภายในรถพบอาวุธปืนขนาด .357 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด .357 จำนวน 25 นัด อาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน .38 จำนวน 13 นัด กระสุนปืน 9 มม. จำนวน 9 นัด ลูกกระสุนขนาด 11 มม. 12 นัด ลูกกระสุนปืนเบอร์ 12 จำนวน 5 นัด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
การสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า ผู้ชายที่ถูกหมวกไหมพรมคลุมศีรษะแล้วถูกพันธนาการด้วยกุญแจมือ คือ นายฤทธิ์ โรจนกิจ ณ ระนอง อายุ 22 ปี ถูก ว่าที่ ร.ท.ศุภกฤษณ์ ธนวัฒน์วรวณิช อายุ 40 ปี และ ว่าที่ ร.ท.นันทวุฒิ มรรคผล อายุ 30 ปี อุ้มตัวมาจากบริเวณแยกวังหิน เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ
"ผมกำลังขับรถยนต์เข้าบ้านพัก แต่แล้วจู่ๆ มีผู้ชาย 2 คน ขับรถมาจอดที่หน้าบ้าน พร้อมกับเดินเข้ามาหา บังคับให้ขึ้นรถยนต์แล้วถูกสวมกุญแจมือไพล่หลังและถูกสวมหมวกไหมพรมคลุมศีรษะ เอาปืนจี้ที่หัวตลอดเวลา โดยบอกว่าผมพัวพันยาเสพติด จนกระทั่งมีตำรวจมาช่วยเหลือ ส่วนรถยนต์ของผมก็ถูกผู้ชายอีกคนเอาไปด้วย" นายฤทธิ์ ให้การต่อตำรวจ
พ.ต.ท.สมชายกล่าวว่า จากการสอบสวนคนร้ายที่ก่อเหตุกักขังหน่วงเหนี่ยวนายฤทธิ์พบว่า ว่าที่ ร.ท.ศุภกฤษณ์ ปัจจุบันเป็นลูกจ้างชั่วคราวกรมการพลังงานทหาร เคยถูกให้ออกจากราชการเมื่อ 2 ปีก่อน แล้วขอกลับเข้ามาทำงานอีกครั้งในตำแหน่งลูกจ้างชั่วคราว ส่วนว่าที่ ร.ท.นันทวุฒิ มีบัตรประจำตัวแสดงเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ตรวจสอบไปที่สำนักงาน ป.ป.ช. พบว่า มีชื่อเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวทำงานอยู่ภายในหน่วยงาน
แหล่งข่าวในชุดสืบสวนสอบสวนกล่าวว่า ผู้ถูกกล่าวหาที่มียศทางทหารไม่มีอำนาจในการตรวจค้นจับกุมหรือควบคุมตัว โดย ว่าที่ ร.ท.ศุภกฤษณ์ เคยผ่านการเป็น รด.แล้วรู้จักสนิทสนมกับ ว่าที่ ร.ท.นันทวุฒิ จึงถูกชักชวนมาร่วมกระทำการแบบนี้ประมาณ 3 ครั้งแล้วในหลายพื้นที่ โดยใช้วิธีติดตามวัยรุ่นที่ชอบแต่งรถยนต์แข่ง และคาดว่าน่าจะเสพยาเสพติดหรือพัวพันยาเสพติด จึงดักอุ้มเพื่อนำตัวไปตรวจปัสสาวะ หากพบเป็นสีม่วงก็จะใช้วิธีต่อรองเพื่อแลกกับอิสรภาพ ส่วนกรณีของผู้เสียหายรายนี้ก็ถูกบังคับให้ตรวจปัสสาวะ แต่ก็ไม่พบว่าเสพยา
"ตอนนี้รถยนต์ฮอนด้าของผู้เสียหาย ตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี ถูกคนร้ายอีกคนนำไปจำนำไว้ในราคา 1 แสนบาท ตอนนี้ได้ตรวจยึดไว้แล้วและกำลังขยายผลผู้มีส่วนร่วมทั้งหมด" แหล่งข่าวในชุดสืบสวนสอบสวนกล่าว
............
(หมายเหตุ : นาที...รวบ'แก๊งอุ้มรีด' ว่าที่ร.ท.อ้างเป็นตำรวจ : ตะลุยข่าวโดยโต๊ะรายงานพิเศษ)



