
เค้นสอบ3นักข่าวโยงทีมอุ้มหลาน'กิตติรัตน์'
เค้น 3 นักข่าว-ช่างภาพเคเบิล โยงคดีอุ้มหลาน "กิตติรัตน์" ขณะซิ่งเก๋งเหยื่อออกจาก ม.รังสิต ยันไม่เอี่ยว อ้างรับจำนำจาก "นายตี๋" 1 แสนบาท ตำรวจแจ้งข้อหารับของโจร
หลังเหตุการณ์สองคนร้ายอ้างตัวเป็นตำรวจกองปราบฯ ติดตามคดียาเสพติดจับตัวนายฤทธิ์ โรจนกิจ ณ ระนอง อายุ 22 ปี หลานชายนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง พร้อมชิงรถยนต์ฮอนด้า ทะเบียน ฌท 1763 กรุงเทพมหานคร จากหน้าบ้านที่แยกวังหิน แขวงและเขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ ต่อมาตำรวจ สน.ลำผักชี ช่วยไว้ได้ทัน ทราบชื่อผู้ต้องหาคือ ว่าที่ ร.ท.ศุภกฤษณ์ ธนวัฒน์วรวณิช อายุ 40 ปี และว่าที่ ร.ท.นันทวุฒิ มรรคผล อายุ 30 ปี พร้อมส่งดำเนินคดี 3 ข้อหา คือ 1.มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหรือที่ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และ 3.หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ต.ท.เจริญ บุญศิลป์ พนักงานสอบสวน สน.ลำผักชี กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติ ว่าที่ ร.ท.ศุภกฤษณ์ พบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ชั่วคราวของกรมพลังงานทหารบก ส่วน ว่าที่ ร.ท.นันทวุฒิ ที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบแล้ว ปรากฏว่าเป็นบัตร ป.ป.ช.จริง แต่ ว่าที่ ร.ท.นันทวุฒิ เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิทยาการคอมพิเตอร์ อีกทั้งเป็นลูกชายของอดีตนายตำรวจยศ "พ.ต.ท." สังกัด สน.สุวินทวงศ์ จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ยังให้การปฏิเสธ ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลใด ดังนั้น พนักงานสอบสวนจะนำผู้ต้องหาไปฝากขังต่อไป
ฝากขัง2มืออุ้มหลานรมต.อ้างนายสั่งมาอุ้ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 13.30 น. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวว่าที่ ร.ท.ศุภกฤษณ์ และว่าที่ ร.ท.นันทวุฒิ ไปฝากขังต่อศาลจังหวัดมีนบุรี ถ.สีหบุรานุกิจ แขวงและเขตมีนบุรี กทม. โดยผู้สื่อข่าวถามว่าเพราะสาเหตุใดจึงเลือกลงมืออุ้มเหยื่อในครั้งนี้ ทางด้านว่าที่ ร.ท.ศุภกฤษณ์ ได้กล่าวเพียงสั้นๆว่า “ตัวเองนั้นช่วยราชการอยู่กองปราบปราม และนายเป็นคนสั่งมา” เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามถามว่านายเป็นใคร ทางผู้ต้องหาก็ไม่ยอมพูด จากนั้นทางเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวขึ้นรถออกไป
ส่วนรถยนต์ของผู้เสียหาย หลังจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คนได้แล้ว ยังมีเพื่อนของผู้เสียหายโทรศัพท์แจ้งตำรวจว่ารถยนต์ของผู้เสียหายจอดอยู่ในมหาวิทยาลัยรังสิต อ.เมือง จ.ปทุมธานี ตำรวจ สภ.ปากคลองรังสิต ไปตรวจสอบพบรถยนต์คันดังกล่าวมีคนขับออกจากมหาวิทยาลัยรังสิต เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจสอบและจับกุมผู้ต้องหาได้อีก 3 คน ทั้งหมดสวมเสื้อสีชมพู ซึ่งเป็นแบบฟอร์มของพนักงานเคเบิลในมหาวิทยาลัยรังสิต โดยทั้งสามคนอ้างว่าเพื่อนของผู้เสียหายนำมาจำนำในราคา 1 แสนบาท
ต่อเวลา 13.30 น. พ.ต.ท.ขวัญชัย ทองศักดิ์ หัวหน้าพนักงานสอบสวน สน.ลำผักชี เดินทางไปสอบปากคำผู้ต้องหาในคดีรับของโจรที่ สภ.ปากคลองรังสิต ทั้ง 3 คน คือ นายศรวิทย์ สุทธินันท์ศาสตร์พร อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47/544 ซอยนิมิตใหม่ 40 แขวงคลองสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ นายณัฐพล อัมพรรัตน์ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108 หมู่ 8 ต.ตำไหล อ.ศรีเชียงใหม่ จ.อุบลราชธานี และนายสุริยะ มั่นเทียน อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43/101 หมู่ 2 ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยทั้งสามคนเกี่ยวข้องกับการรับจำนำรถยนต์ของผู้เสียหาย
พ.ต.ท.ขวัญชัยให้สัมภาษณ์ว่า หลังเกิดเหตุคนร้ายอ้างตัวเป็นตำรวจอุ้มตัวนายฤทธิ์ และนำรถยนต์ของนายฤทธิ์ไป ต่อมาได้รับการประสานงานจาก สภ.ปากคลองรังสิต ว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 19 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา สามารถสกัดจับรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีขาว ทะเบียน ฌท 1763 กรุงเทพมหานคร ซึ่งนำไปขับในมหาวิทยาลัยรังสิต ภายในหมู่บ้านเมืองเอก ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี โดยนายณัฐพลเป็นคนขับ มีนายสุริยะนั่งมาด้วย เจ้าหน้าที่จึงยึดรถและควบคุมตัวไปสอบสวน ทั้งสองให้การว่า นายศรวิทย์ได้รับจำนำไว้ จากนั้นตำรวจได้ติดต่อนายศรวิทย์ ยอมรับว่ารับจำนำรถไว้เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 18 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ในราคา 1 แสนบาท โดยไม่ทราบว่าเป็นรถที่คนร้ายไปก่อเหตุอุ้มตัวมา
"การสอบสวนครั้งนี้ เพื่อสืบพยานคดีอุ้มตัวหลานชายรองนายกรัฐมนตรี หลังการสอบสวนแล้วไม่พบว่ากลุ่มคนทั้งสามมีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งอุ้มดังกล่าว ส่วนการรับจำนำรถต้องเป็นเรื่องของตำรวจ สภ.ปากคลองรังสิต เป็นผู้ดำเนินคดี โดยแยกกับคดีอุ้มในท้องที่ สภ.ลำผักชี" พ.ต.ท.ขวัญชัยกล่าว
ด้านนายศรวิทย์กล่าวว่า ทำงานด้านสื่อสารมวลชน โดยทำรายการเคเบิลทีวีให้มหาวิทยาลัยรังสิต รถคันดังกล่าวรับจำนำมาจากนายตี๋ หรือนายอลงกรณ์ บุญประสิทธิ์ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45 หมู่ 10 ซอยทรัพย์สาคร แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ซึ่งรู้จักกันทางอินเทอร์เน็ต วันเกิดเหตุนายตี๋โทรศัพท์บอกว่ามีรถจะจำนำ จึงตกลงรับจำนำไว้ ส่วนนายตี๋เอารถมาจากไหน ไม่ทราบและไม่รู้เรื่องอุ้มแต่อย่างใด
"ถ้าเป็นรถยนต์ที่ผมลักขโมยมา คงไม่กล้าให้ใครนำไปขับลองเล่นแน่ๆ อีกทั้งรถที่ผมรับจำนำไม่ได้ดัดแปลงอะไร ส่วนที่มีคนรู้ว่ารถคันนี้มาอยู่ในมหาวิทยาลัยรังสิต น่าจะมาจากสติกเกอร์ที่กระจกหน้ารถระบุว่า naraka คำนี้มีกลุ่มของเขาซึ่งเป็นวัยรุ่นอยู่ตามมหาวิทยาลัยทุกแห่ง อาจเป็นไปได้ว่าสมาชิกของกลุ่มมาเห็นรถคันนี้จึงแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ ขณะที่ตำรวจมายึดรถนั้น ผมไปต่างจังหวัด ลูกน้องซึ่งเป็นช่างภาพเคเบิลทีวี คือนายณัฐพล และนายสุริยะ ขออนุญาตขอนำรถไปลองขับ ผมก็อนุญาต ไม่คิดว่าเป็นรถที่เกี่ยวพันกับคดีอุ้ม เลยมาแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ เพราะเราบริสุทธิ์ใจ ไม่มีส่วนรู้เห็นเรื่องคดีอุ้ม" นายศรวิทย์กล่าว



