
เฮ!ครม.ขึ้นค่าแรง300บาททั่วปท.
ครม.อนุมัติขึ้นค่าแรง 300 บาทต่อวันทั่วประเทศ ดีเดย์ 1 ม.ค.56 พร้อมอนุมัติคลังค้ำประกันเงินกู้ธอส.-ธกส.-การเคหะ เห็นชอบให้เปิดตลาดนำเข้านมผงขาดมันเนย6.8พันตัน
20 พ.ย.55 นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ ที่จะมีการประกาศขึ้นราคาค่าจ้างขั้นต่ำ วันละ 300 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2556 เป็นต้นไป ใน 70 จังหวัดที่เหลือ ภายหลังมีการปรับไปแล้วใน 7 จังหวัดนำร่อง เมื่อเมษายน 2555 พร้อมกันนี้ยังมอบให้คณะกรรมการค่าจ้าง พิจารณาดำเนินการตามมาตรการบรรเทาผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำให้กับภาคเอกชน รวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME ซึ่งประกอบด้วย 6 ประเภทมาตรการใหญ่ และ 27 มาตรการย่อย ดังนี้
1.มาตรการลดภาระต้นทุนจากค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น เช่น การลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคมของฝ่ายนายจ้าง-ลูกจ้าง, การจัดตั้งกองทุนการจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นให้ผู้ประกอบการ, การลดภาษีเงินได้นิติบุคคล เป็นต้น
2.มาตรการยกระดับผลิตภาพแรงงาน อาทิ การนำค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ตาม พรบ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ.2545 มาหักลดหย่อนภาษีได้เพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า เฉพาะผู้ประกอบการ SMEs, การให้กู้ยืมเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.1 เพื่อใช้ในการฝึกอบรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
3.มาตรการทางการเงินเพื่อเสริมสภาพคล่อง อาทิ สินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน สำหรับเป็นทุนหมุนเวียนในกิจการเสริมสร้างสภาพคล่องสถานประกอบการ และเพิ่มผลผลิตแรงงาน, สินเชื่อเพื่อพัฒนาผลิตภาพการผลิต เป็นต้น
4.มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของ SMEs อาทิ การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต, การหักค่าเสื่อมราคาเครื่องจักร เป็นต้น
5.มาตรการเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการผ่านการใช้จ่ายภาครัฐ เช่น การปรับเพิ่มอัตราค่าใช้จ่ายในการจัดประชุมสัมมนาของส่วนราชการ, การหาตลาด/เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้ผู้ประกอบการ SMEs เป็นต้น 6.มาตรการช่วยลดค่าครองชีพให้ลูกจ้างและประชาชนทั่วไป เช่น การออกบัตรลดราคาสินค้าให้ลูกจ้าง การลดภาระหนี้สินนอกระบบ และการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นต้น
ครม.อนุมัติคลังค้ำประกันเงินกู้ธอส.-ธกส.-การเคหะ
นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม.มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอดังนี้ 1. อนุมัติให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กู้เงินในประเทศในปีงบประมาณ 2556 จำนวน 4,000 ล้านบาท เพื่อทดแทนพันธบัตรเดิมที่ครบกำหนดโดยกระทรวงการคลัง ค้ำประกัน และ 2. อนุมัติให้ กค. เป็นผู้พิจารณาการกู้เงิน วิธีการกู้เงิน เงื่อนไข และรายละเอียดต่าง ๆ ของการกู้เงิน และการค้ำประกันในแต่ละครั้งได้ตามความเหมาะสมและความจำเป็น
นอกจากนี้ ครม.ยังมีมติเห็นชอบให้การเคหะแห่งชาติ (กคช.) กู้เงินประจำปีงบประมาณ 2556 จำนวน 17,400 ล้านบาท โดยมีกระทรวงการคลังค้ำประกัน ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอ ทั้งนี้คณะกรรมการการเคหะแห่งชาติได้พิจารณาอนุมัติการกู้เงินประจำปีงบประมาณ 2556 ของการเคหะแห่งชาติแล้วในการประชุมครั้งที่ 8/2555 เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2555 รวมจำนวน 17,400 ล้านบาท ประกอบด้วย เงินกู้เพื่อการลงทุน จำนวน 1,700 ล้านบาท และเงินกู้เพื่อชำระหนี้เดิม (Roll Over) จำนวน 15,700 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2556 ตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 9 ตุลาคม 2555
อีกทั้ง ครม.ยังอนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนออีกคือ 1. อนุมัติให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กู้เงินในประเทศ ในปีงบประมาณ 2556 วงเงินไม่เกิน 113,798 ล้านบาท เพื่อ Roll Over เงินกู้ที่จะครบกำหนดชำระคืน โดยมี กค. ค้ำประกัน รัฐบาลรับภาระชำระคืนต้นเงินกู้และดอกเบี้ยจากการกู้เงินและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจริงจากการดำเนินการ Roll Over ทั้งหมด 2. อนุมัติให้ กค. เป็นผู้พิจารณาการกู้เงิน วิธีการกู้เงิน เงื่อนไขและรายละเอียดต่าง ๆ ของการกู้เงินและการค้ำประกันเงินกู้ในแต่ละครั้งได้ตามความเหมาะสมและจำเป็น
เห็นชอบให้เปิดตลาดนำเข้านมผงขาดมันเนย 6.8 พันตัน
นายภักดีหาญส์ แถลงมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม.มีมติเห็นชอบเปิดตลาดนำเข้านมผงขาดมันเนยปี 2555 เพิ่มเติม จำนวน 6,840.36 ตัน ในอัตราภาษี ร้อยละ 5 เท่ากับอัตราภาษีในโควตาที่เก็บจริงในปัจจุบัน ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) เสนอ โดยให้ผู้ประกอบการนำเข้าให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2555 โดยมีเงื่อนไขและแนวทางการจัดสรรโควตาส่วนนี้ตามที่คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นมเสนอ



