
'พิทักษ์สยาม'ซัดคนกุข่าวจ้างแดงป่วน
'องค์การพิทักษ์สยาม'ซัดมือมืดกุข่าวจ้าง'เสื้อแดง'สร้างสถานการณ์ 24 พ.ย.นี้ ปัดจ้างมวลชนหัวละ 2 พัน ด้าน 'ภราดร'ยัน มีข้อมูลคนกว้านซื้อ 'แดง'เตรียมก่อเหตุป่วน
เมื่อเวลา 10.10 น.พล.อ.ท.วัชระ ฤทธาคนี โฆษกองค์การพิทักษ์สยาม แถลงว่า ขณะนี้มีการออกข่าวว่าองค์การพิทักษ์สยามได้ว่าจ้างกลุ่มคนเสื้อแดงหรือคนกลุ่มอื่น ประมาณ 5,000 คนมาป่วนการชุมนุมหรือสร้างสถานการณ์ความรุนแรงในวันที่ 24 พ.ย.นี้ เพื่อให้องค์การพิทักษ์สยามได้ใช้เหตุการณ์ไปกล่าวโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รัฐบาล และกลุ่มคนเสื้อแดงว่าทำร้ายประชาชน เพื่อสร้างเงื่อนไขรัฐประหาร ซึ่งข่าวลักษณะดังกล่าวถือเป็นกลยุทธเก่า รัฐบาลสามารถไปตรวจสอบได้ องค์การพิทักษ์สยามไม่มีกลยุทธสกปรกแบบนี้ ซึ่งที่ผ่านมาจะเห็นว่าเริ่มมีสงครามสารสนเทศในเชิงข่าวให้ประชาชนสับสน ยืนยันการชุมนุมไม่มีแนวคิดสร้างสถานการณ์หรือเผาบ้านเผาเมืองแน่นอน
"ผู้ที่มีประสบการณ์ของเราได้ตรวจสอบข่าวแล้ว หากทราบข่าวเปิดจะแจ้งให้ทราบทันที ส่วนที่เป็นข่างลักษณะปิดขององค์การว่าจะทำอะไร หรือเจรจากับใครจะขอปิดยุทธวิธี เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายคิดร้ายรู้ข้อมูล และข่าวจากรัฐบาลว่าเราจ้างมวลชนหัวละ 1,500-2,000 บาท ก็ไม่เป็นความจริง บ้าหรือเปล่า ใครจะมีเงินขนาดนี้ ขอให้รัฐบาลไปสอบท่อน้ำเลี้ยงได้เลย หรือตรวจบัญชีผมก็ได้"พล.อ.ท.วัชระ กล่าว
พล.อ.ท.วัชระ กล่าวต่อว่า กรณีที่ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป อดีตนายทหารคนสนิทของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีเเละรัฐบุรุษ จะมาร่วมชุมนุมเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ ซึ่ง พล.ร.อ.พะจุณณ์ ไม่ได้เป็นส่วนของแกนนำขององค์การพิทักษ์สยาม แต่สิ่งที่บางกลุ่มได้มีการโยง พล.ร.อ.พระจุณณ์ว่าเกี่ยวข้องกับ พล.อ.เปรม นั้นเป็นความคิดเลวร้าย การออกมาร่วมของ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ไม่มีสัญญาณบ่งบอกอะไร การโยงเรื่องนี้เพื่อให้เกิดการสับสน หรือปลุกระดมคนเสื้อแดงให้เกิดความไม่พอใจเช่นเดียวกับการปลุกคนเสื้อแดงให้ไปชุมนุมที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม ที่ผ่านมา
พล.อ.ท.วัชระ กล่าวต่ออีกว่า ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โฟนอินครั้งล่าสุดกับนปช.โดยระบุเรื่องประชาธิปไตยของประเทศไทยอาจจะไปอยู่หลังเขาของประเทศพม่านั้น ถือว่าเป็นการดูแคลนประเทศพม่าและทำลายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพราะประเทศพม่าเป็นสมาชิกอาเซียนเช่นกัน พ.ต.ท.ทักษิณไม่ควรนำประเทศใดมาเปรียบเทียบ นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณมักจะกล่าวถึงประชาธิบไตยบ่อยครั้ง การที่พรรคไทยรักไทยไปซื้อพรรคเล็ก จนถึงมีการยุบพรรคการเมืองตามมาจะเป็นประชาธิบไตยได้อย่างไร ขณะเดียวกันการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นการยั่วยุคนเสื้อแดงและเหมือนจะเป็นการประกาศสงครามกับองค์การพิทักษ์สยาม ทั้งๆที่ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานองค์การพิทักษ์สยามไม่มีความแค้นส่วนตัวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่มีการต่อต้านระบบทักษิณเท่านั้น
"เรื่องทักษิณคิด เพื่อไทยทำมีนัยยะอะไร เพราะเมื่อทักษิณคิด แนวร่วมทางการเมืองที่ได้รับเงินก็จะทำตามทั้งสิ้น หากมีรัฐบาลมีความผิดพลาดอย่างร้ายแรง พ.ต.ท.ทักษิณจะรับผิดชอบได้หรือไม่ และจากนี้องค์การพิทักษ์สยามจะทำหนังสือถึงนายเวิ่น เจีย เป่า นายกรัฐมนตรีจีนในช่วงมาเยือนประเทศไทย ซึ่งในหนังสือจะมีเนื้อหาเช่นเดียวกับหนังสือที่ทำถึงนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซึ่งขณะนี้ทราบมาว่ามีหนังสือ 6 ฉบับ ส่วนหนึ่งมีหนังสือขององค์การพิทักษ์สยามได้ส่งถึงนายโอบามาเรียบร้อยแล้ว"พล.อ.ท.วัชระ กล่าว
"ภราดร"ประเมินคน 4 หมื่นร่วม "ม็อบเสธ.อ้าย"ยัน มีข้อมูลคนกว้านซื้อ"เสื้อสีแดง"หลายพันตัวเตรียมก่อเหตุป่วน
พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) กล่าวถึงการประเมินการชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยาม ในวันที่ 24 พ.ย.ที่ลานพระรูปทรงม้าว่า ประเมินว่าจะมีผู้ร่วมการชุมนุมดังกล่าวประมาณ 40,000 คนขึ้นไป ทั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวกำชับในการประชุมกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.)เมื่อวันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา ในเรื่องของมือที่สามที่อาจสร้างสถานการณ์ ซึ่งต้องมีมาตรการป้องกันตรงนี้ด้วย รวมถึงได้ประเมินถึงกรณีที่มีข่าวว่ามีการว่าจ้างกลุ่มคนเสื้อแดงไปก่อความวุ่นวายในการชุมนุม ตามที่พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.มหาดไทยระบุ โดยได้มีการสื่อสารไปยังแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ถือเป็นมาตรการป้องกันเอาไว้ก่อน ซึ่งตนเชื่อว่าน่าจะพูดจาควบคุมกันได้
ส่วนที่มีกระเเสข่าวว่ามีการจัดหาเสื้อสีแดงประมาณ3,000-4,000 ตัว ไว้ให้คนที่จะเข้ามาก่อความวุ่นวายในการชุมนุมนั้น เลขาธิการสมช. กล่าวว่า ยืนยันว่ามีข้อมูลดังกล่าวจริง ซึ่งมาจากการรายงานข้อมูลของหน่วยข่าวของฝ่ายทหาร ตำรวจ และพลเรือน โดยเป็นคนของกลุ่มที่อยู่ตรงข้ามกับรัฐบาล ซึ่งขณะเดียวกันก็รู้จักกับคนในฝ่ายรัฐบาลด้วย อีกทั้งมีการจัดมวลชนจากทุกภาค แต่ส่วนใหญ่มาจากพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทราบข้อมูลว่ามีผู้ที่จัดหาเสื้อสีแดง เพื่อใช้ในการเตรียมก่อความวุ่นวาย เหตุใดจึงไม่แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อไปจับกุมผู้ที่กระทำการดังกล่าว พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ข้อมูลดังกล่าวทำให้เราประเมินสถานการณ์ได้ แต่ไม่ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย เพราะประชาชนมีสิทธิ์ที่จะผลิตหรือซื้อเสื้อสีอะไรก็ได้ และพวกเขายังไม่ได้นำสิ่งนั้นมาใช้กระทำผิด เพียงแต่เราตั้งข้อสังเกตจากที่ได้พบว่ามีการผลิตเสื้อสีแดงออกมาเป็นจำนวนที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปกติ ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มแดงเทียมดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับกลุ่มใด เลขาธิการสมช. กล่าวว่า ตอนนี้เรื่องของความสัมพันธ์ยังไม่ชัดเจน แต่เราพอจะทราบว่ามีกลุ่มลักษณะนี้อยู่ อย่างไรก็ตาม ในชั้นนี้อยู่ในเกณฑ์ที่มีการสื่อสารแล้วน่าจะควบคุมกันได้ ส่วนการป้องกันนั้น ตอนนี้เราต้องเข้มงวดในการตรวจค้นผู้ที่จะมาร่วมการชุมนุม โดยขอให้เข้าใจว่าเป็นการระวังป้องกันตัวของเขาเอง และไม่ให้ไปละเมิดสิทธิของผู้อื่น
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ประเมินถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะตั้งเวทีปราศรัยด้วยในวันดังกล่าวหรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า กลุ่มคนเสื้อแดงตั้งเวทีปราศรัยคู่ขนาน โดยอยู่ห่างจากกลุ่มของพล.อ.บุญเลิศ เเก้วประสิทธิ์ เเกนนำองค์กรพิทักษ์สยาม ในระยะที่เราควบคุมได้ และมีการสื่อสาร ทำความเข้าใจกันอยู่ตลอด ตนคิดว่าคงไม่เกิดปัญหา
ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อมูลการข่าวดังกล่าวจะถูกมองว่าเป็นการปรักปรำฝ่ายผู้ชุมนุมหรือไม่ เลขาธิการสมช. กล่าวว่า ไม่ได้เป็นการปรักปรำ เพราะ พล.อ.บุญเลิศ ก็มีเจตนาดีและได้ออกมาระบุแล้วว่า ขอให้การชุมนุมเป็นไปอย่างสงบ แต่ตอนนี้เป็นเรื่องความคิดของคนบางคน ซึ่งเราไปห้ามพวกเขาไม่ได้ แต่เราต้องใช้มาตรการในการระวังป้องกัน โดยสิ่งที่สำคัญคือต้องป้องกันไม่ให้เกิดการปะทะกัน มิฉะนั้นจะทำให้การควบคุมมีความลำบาก
ส่วนจะมีทหารเข้ามาเกี่ยวข้องกับการสร้างความวุ่นวายหรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ได้พูดชัดแล้ว จึงคิดว่าคงไม่มีทหารมาสร้างความวุ่นวาย ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้ามีคนมาร่วมการชุมนุมดังกล่าวจำนวนมากจนพื้นที่ของลานพระรูปทรงม้าไม่เพียงพอ จะเปิดพื้นที่อื่นรองรับหรือไม่ เลขาธิการสมช. กล่าวว่า พื้นที่ของลานพระรูปทรงม้าสามารถรองรับประชาชนได้ประมาณ 37,000 คน ส่วนจะขยายวงกว้างไปถึงบริเวณสะพานมัฆวานหรือรัฐสภาหรือไม่นั้น ก็ต้องดูกันไปตามสถานการณ์ สำหรับการกำหนดกรอบเวลาการชุมนุมดังกล่าวอย่างไร พล.ท.ภราดร กล่าวว่า เราไม่ได้จำกัดเวลา เพราะถือเป็นสิทธิ์การชุมนุมโดยสงบ แต่เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ก่อนที่มีการชุมนุมเกิดขึ้น เมื่อถามว่าเกรงว่าอาจมีการใช้อาวุธร้ายแรงในช่วงที่มีการชุมนุมหรือไม่ เลขาธิการ สมช.กล่าวว่า "เราก็มีการจับตาอย่างเข้มข้น โดยข่าวสารที่มีตอนนี้ก็เป็นเพียงเบื้องต้น ซึ่งถูกปล่อยมาจากกลุ่มหัวรุนแรง แต่ก็ยังไม่ปรากฏความชัดเจนออกมา อย่างไรก็ตาม เมื่อเราได้พิสูจน์ทราบลงลึกไปแล้ว ก็เห็นว่าไม่น่าจะเกิด"



