
ฟันธง!จำนำข้าวไม่มีเจ๊ามีแต่เจี๊ยะ
ที่ปรึกษา ปปช.ฟันธง "จำนำข้าว" ไม่มีเจ๊ามีแต่เจี๊ยะ เผยคดีทุจริตที่อยู่ในการตรวจสอบกว่า 100 คดี แนะรบ.ใช้เวทีจีนเยือนไทยเร่งเจรจาขายแบบจีทูจี
นางสิริลักษณา คอมันตร์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวในการอภิปรายหัวข้อ “นโยบายจำนำข้าว เจ๋ง เจ๊า เจ๊ง?” จัดโดยสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ว่าปัจจุบันมีคดีทุจริตโครงการจำนำข้าวของรัฐบาลที่เข้าสู่การตรวจสอบของ ป.ป.ช.กว่า 100 คดี สะท้อนถึงการทุจริตในโครงการทุกขั้นตอน และส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ถือว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์ของการทุจริตในโครงการนี้
อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลไม่สามารถยกเลิกโครงการดังกล่าวได้ ป.ป.ช.ก็เสนอแนะว่าควรจะมีการจำกัดปริมาณการรับจำนำ แต่ไม่ใช่มีการรับจำนำข้าวทุกเมล็ด ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาในแง่การกระจายรายได้ โดยเฉพาะเกษตรกรคนรวยจะได้ประโยชน์มากกว่าคนจน นอกจากนี้รัฐบาลควรเปิดข้อมูลการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี เพื่อความโปร่งใสในการดำเนินการ
"แม้รัฐบาลบอกว่าจะหยุดรูรั่วต่างๆ แต่ ป.ป.ช.เห็นว่าเป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุ เพราะนโยบายนี้เป็นนโยบายที่ส่งเสริมให้เกิดการทุจริตอยู่แล้ว แม้แต่การที่รัฐบาลรับซื้อข้าวมากองไว้ ก็ทำให้เกิดการรั่วไหล และมีผู้ที่ได้ประโยชน์นี้อย่างมหาศาล เรียกได้ว่าโครงการนี้ไม่มีเจ๊า มีแต่เจี๊ยะ” นางสิริลักษณากล่าว
ด้านนายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า การที่ผู้นำจีนจะเดินทางมาเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 20-21 พฤศจิกายนนี้ นายกรัฐมนตรีจะต้องใช้เวทีดังกล่าวหารือ เพื่อให้จีนลดมาตรการกีดกันทางการค้าและอำนวยความสะดวกให้ประเทศไทยมากขึ้น โดยสิ่งที่ผู้ส่งออกข้าวเป็นห่วง คือ ปริมาณการส่งออกข้าวของไทยไปจีนช่วงเดือนมกราคม-ตุลาคม 2555 ปริมาณการส่งออกข้าวไทยไปจีนลดลง ดังนั้นรัฐบาลควรเร่งเจรจาขายข้าวแบบจีทูจีให้แก่จีน



