
'กระจกมองข้าง'ชี้เป้าโจรโรคจิต'งัดตู้เซฟ'
'กระจกมองข้าง'ชี้เป้า โจรโรคจิต'งัดตู้เซฟ' : ตะลุยข่าวโดยโต๊ะรายงานพิเศษ
กว่า 1 เดือนแล้ว ที่คนร้ายบุกเข้าไปงัดตู้เซฟภายในบริษัทบาเซล จำกัด เลขที่ 161/207-9 หมู่บ้านบัณฑิตโฮม ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นบริษัทจิวเวลรี่ของนายณรงค์ หรรษานนท์ อายุ 49 ปี ต้องสูญทรัพย์สินกว่า 10 ล้านบาท!!
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น., พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์, พล.ต.ต.วรัญวัส การุณยธัช, พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ, พล.ต.ต.มานิต วงศ์สมบูรณ์ รอง ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี ผบก.น.2 เร่งรัดการสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุ
พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผกก.สส.บก.น.2 และ พ.ต.อ.สำราญ นวลมา ผกก.สน.ดอนเมือง พร้อมชุดสืบสวนเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด โดยพบภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกแผนประทุษกรรมของคนร้าย และกล้องวงจรปิดตัวหนึ่งบันทึกภาพตำหนิรูปพรรณรถยนต์ของคนร้ายที่ขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีขาวไว้ได้อย่างชัดเจน รวมถึงภาพใบหน้าด้านข้างของคนร้ายขณะขับรถยนต์ โดยเปิดกระจกด้านข้างไว้
การสังเกตตำหนิรูปพรรณรถยนต์ของคนร้าย ชุดสืบสวนพบเอกลักษณ์พิเศษของรถยนต์คันดังกล่าว บริเวณกระจกมองข้างมีไฟเลี้ยวติดตั้งอยู่ แล้วมีตัวอักษรชื่อรุ่น ชุดสืบสวนจึงประสานขอความร่วมมือไปยังบริษัทผู้ผลิตรถยนต์จนทราบว่า รถยนต์ยี่ห้อและรุ่นดังกล่าวเป็นรถยนต์ที่ผลิตขึ้นมาเป็นพิเศษ โดยผลิตและใช้ในประเทศไทยเพียงแค่ 671 คันเท่านั้น
ข้อมูลของรถยนต์ที่ผลิตทั้งหมดชุดสืบสวนตรวจสอบไปยังตัวแทนผู้จำหน่ายรถยนต์ทั้งหมด เพื่อนำข้อมูลของผู้ถือกรรมสิทธิ์ และหรือผู้ครอบครอง มาตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อเป็นแนวทางการสืบสวน
"หลังจากได้ข้อมูลรถยนต์รุ่นพิเศษรุ่นนี้ ชุดสืบสวนพยายามทยอยตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องแต่ละคันอย่างละเอียด โดยเฉพาะข้อมูลของผู้ครอบครองรถยนต์อย่างละเอียด จนกระทั่งตรวจสอบมาถึงรถยนต์คันที่ 345 พบผู้ครอบครองเป็นสุภาพสตรี เมื่อตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องพบบุคคลใกล้ชิดกับสุภาพสตรีคนนี้ มีตำหนิรูปพรรณด้านข้างของใบหน้าตรงกับภาพจากกล้องวงจรปิด จึงตรวจสอบพบมีประวัติอาชญากรแล้วมีหมายจับในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ในพื้นที่ สน.พลับพลาไชย 1 โดยหลบหนีหลังจากได้รับการประกันตัว" พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ กล่าว
ผู้ต้องสงสัยคือ นายดนัย รายเวทย์ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 59/56 สุขาภิบาล 5 ซอย 76 แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ ชุดสืบสวนเดินทางไปตรวจสอบแล้วหาข้อมูลรอบข้าง ทราบว่านายดนัยไม่ได้มาอยู่ที่บ้านหลังนี้นานแล้ว ทำให้ชุดสืบสวนตัดสินใจเดินทางไปตรวจสอบบ้านเลขที่ 18/3 ซอยเลียบคลองสอง 25 แขวงคลองสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวเป็นของบุคคลใกล้ชิดนายดนัย โดยผู้ครอบครองรถยนต์แจ้งที่อยู่ไว้ในเอกสารคู่มือจดทะเบียนรถยนต์
"ชุดสืบสวนลงพื้นที่พบข้อมูลว่า นายดนัยอยู่ภายในบ้านรวมถึงเห็นรถยนต์คันที่ก่อเหตุ ซึ่งติดหมายเลขทะเบียน ชธ 9304 กรุงเทพมหานคร ชุดสืบสวนตัดสินใจประสานงานตำรวจ สน.นิมิตใหม่ ขออำนาจศาลพิจารณาหมายค้น หลังจากที่ได้รับการอนุมัติหมายค้น ชุดสืบสวนเข้าตรวจค้นได้ยินเสียงความผิดปกติบริเวณหลังบ้านดังกล่าว จึงรีบไปดูพบ นายดนัยนอนร้องครวญครางอยู่ที่พื้นด้านล่าง หลังรีบโรยตัวจากลวดสลิงที่ติดตั้งถาวรจากด้านบนชั้นสองของบ้านลงมาเพื่อหลบหนีจนกระทั่งขาหัก" แหล่งข่าวในชุดสืบสวน กล่าว
การตรวจค้นครั้งนี้ ชุดสืบสวนยึดของกลางอุปกรณ์ที่ใช้ในการงัดแงะหลายรายการ รวมถึงชุดชั้นในสตรีกว่า 5,000 ตัว นายดนัยให้การอ้างว่า เคยก่อคดีมาตั้งแต่อายุ 18 ปี ที่ จ.นครสวรรค์ เมื่อปี 2553 ก่อเหตุในพื้นที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ปลายปี 2554 ก่อเหตุในพื้นที่ สน.พลับพลาไชย 1 แต่ประกันตัวและอยู่ระหว่างการหลบหนี หลังก่อเหตุครั้งล่าสุดก็ทยอยขายทรัพย์สินนำเงินไปเล่นการพนันที่ประเทศกัมพูชา
"เรียนรู้วิธีการงัดตู้เซฟระหว่างที่เคยถูกขังอยู่ในเรือนจำลาดยาว การงัดตู้เซฟหากตู้เซฟตั้งอยู่ในแนวตั้งไม่สามารถที่จะงัดได้ จำเป็นต้องทำให้ตู้เซฟล้มลง หรือเรียกว่า การล้มเซฟ จากนั้นก็จะใช้ใบเลื่อยเลื่อยหูยึดของตู้เซฟให้ได้มากที่สุด แล้วใช้ชะแลงขนาดใหญ่งัดตู้เซฟให้เปิดออกมา เพื่อเอาทรัพย์สิน การก่อเหตทุกครั้งจะสวมใส่เสื้อสีแดง เพราะชอบสีแดง ส่วนการตระเวนขโมยชุดชั้นในของสตรีที่ตากเอาไว้ตามอพาร์ตเมนต์ นำมาสะสมไว้เป็นความชอบส่วนตัว โดยจะเลือกช่วงเวลากลางดึก" นายดนัย กล่าวอ้าง
ด้าน พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวว่า หลังจากนายดนัยรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุแล้วให้การซัดทอดว่า หลังจากลักทรัพย์สินได้ก็นำไปขายให้นายแหล่ (ขอสงวนชื่อนามสกุล) ที่ย่านสำเหร่ ฝั่งธนบุรี ได้เงินสดเพียงแค่กว่า 4 แสนบาท ซึ่งชุดสืบสวนได้ประสานงานพนักงานสอบสวนดำเนินการพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
.....................
(หมายเหตุ : 'กระจกมองข้าง'ชี้เป้า โจรโรคจิต'งัดตู้เซฟ' : ตะลุยข่าวโดยโต๊ะรายงานพิเศษ)



