ข่าว

'พิทักษ์สยาม'ซัด'เอแบคโพลล์'บิดเบือน

'พิทักษ์สยาม'ซัด'เอแบคโพลล์'บิดเบือน

19 พ.ย. 2555

องค์การพิทักษ์สยาม ซัด 'เอแบคโพลล์' บิดเบือน ระบุชาวกทม. 94.5% ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมใหญ่ ชี้สโลแกน "ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ" ย้ำชัดรบ.หุ่นเชิด

                     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 พ.ย. 55  พล.อ.ท.วัชระ ฤทธาคนี โฆษกองค์การพิทักษ์สยาม แถลงข่าวว่า การตอบรับของชาว กทม.หลังจาก วันที่ 18 พ.ย. ขบวนคาราวานขององค์การพิทักษ์สยามได้มีการรณรงค์เพื่อชี้แจงถึงวิกฤตของชาติ และวัตถุประสงค์ของการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 24-25 พ.ย. ได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างท่วมท้น รวมทั้งได้แสดงการสนับสนุนอย่างจริงใจ ซึ่งตรงนี้เองถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะว่าผลนั้นออกมาตรงกันข้ามกับเอแบคโพลล์ ที่ให้ตัวเลขสวนทางกับความเป็นจริง โดยออกมาระบุว่า ประชากรชาวกทม. ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยามถึง 94.5% ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ไร้สาระและบิดเบือนจากข้อเท็จจริง ทั้งนี้ประชาชนชาวกทม.ที่อยู่ในโซเชียลเน็ตเวิร์คนั้น ต่างแสดงเจตนารมณ์อย่างท่วมท้น ว่าจะออกมาพิสูจน์ให้เห็นว่า ผลของเอแบคโพลล์นั้นใช้ไม่ได้

                     พล.อ.ท.วัชระ กล่าวต่อว่า เอแบคโพลล์รวมทั้งโพลล์อื่นๆ ที่ไม่ได้ให้ข้อเท็จจริงกับประชาชนชาวไทย ขอให้ยุติวิธีคิด เนื่องจากว่าหลักการการทำโพลล์เพื่อที่จะค้นหาทัศนคติที่แท้จริงของสังคมนั้น คงไม่ใช่การวิเคราะห์ตลาด เพราะว่าการทำทัศนคติทางการเมืองนั้นมีความสลับซับซ้อนยิ่งใหญ่กว่า และอยากจะให้เอแบคโพลล์ รวมทั้งโพลล์ต่างๆ ตระหนักถึงความเป็นจริง เพราะว่าโพลล์กำลังจะถูกสังคมสิ้นศรัทธาในโพลล์ของสถาบันต่างๆ และอยากให้ยึดมั่นในหลักทฤษฎีความเป็นจริงอย่าเอาวิชามารมาใช้กับการเมืองในขณะนี้ โดยตนขอท้าทายกับเอแบคโพลล์ว่า จะสิ้นซึ่งศรัทธาหากยังมีการชี้นำด้วยตัวเลขเช่นนี้

                     พล.อ.ท.วัชระ กล่าวต่อว่า จากกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้แสดงตัวอย่างชัดเจนในฐานะที่เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี และเป็นผู้ที่บงการทางการเมือง ซึ่งถ้าเรามองถูกสโลแกน "ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ" ซึ่งสโลแกนนี้ได้บ่งบอกว่าคนที่ไม่ได้อยู่ในระบบทางการเมืองเป็นบุคคลธรรมดา แต่มีศักยภาพสามารถที่จะบงการให้พรรคการเมืองทำในสิ่งที่พวกเขาคิด ซึ่งตรงนี้ไม่ต้องอธิบายเลยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ คือผู้ที่บงการทางการเมืองทั้งหมด ดังนั้นการที่จะบอกว่ารัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นรัฐบาลหุ่นนั้น เป็นการพิสูจน์โดยประจักษ์ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้แสดงออกมาชัดเจน ว่าคือผู้นำอย่างแท้จริงในการทำให้เห็นถึงความวุ่นวายในแผ่นดินนี้ รวมทั้งมีความต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ซึ่งตนอยากจะให้สังคมไทยนำสิ่งเหล่านี้ไปพิจารณา ว่าแม้กระทั่งสโลกแกน "ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ" นั้นมีความหมายลึกซึ้งอย่างไร

                     พล.อ.ท.วัชระ กล่าวว่า จากการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ออกมายอมรับว่า ได้มีการติดต่อกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และให้คำปรึกษาอย่างเป็นประจำ ก็ชัดเจนว่าผู้เป็นพี่ชายก็ยังมีอิทธิพลครอบงำน้องสาวอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ทุกครั้งที่จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นการโยกย้ายนายทหาร การปรับคณะรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ก็จะมาอยู่โดยรอบประเทศไทย และจะมีนักการเมืองระดับแกนนำพรรค แกนนำกลุ่ม จะวิ่งไปพบ เพื่อแสดงตัวรวมทั้งต่อรองกับอำนาจ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นอีกประการหนึ่งที่บ่งบอกว่าตัวตนผู้ชักใยในการควบคุมการเมืองไทยนั้นคือใคร นอกจากนั้นยังรวมถึงการโฟนอินเมื่อมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองด้วย ซึ่งตรงนี้เราเห็นได้ว่าการโฟนอินนั้นเป็นการสร้างอิทธิพลอย่างเด่นชัด หรือแม้กระทั่งกรณีที่นายตำรวจใหญ่ ให้มีการประดับยศให้ในต่างประเทศ

                     พล.อ.ท.วัชระ กล่าวว่า ตรงนี้องค์การพิทักษ์สยามจึงเห็นว่าเป็นเห็นเหตุผลสำคัญอย่างหนึ่งว่าตัวตนของ พ.ต.ท.ทักษิณ คือผู้ที่บงการรัฐบาลนี้อย่างชัดเจน โดยประเด็นนั้นอยู่ที่ว่าหากเกิดความผิดพลาดล้มเหลวแล้วใครรับผิดชอบ ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ นั้นอยู่ในสิ่งที่จับต้องไม่ได้ เพราะอยู่นอกประเทศ อำนาจรัฐเอื้อมไปไม่ถึง ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นบุคคลที่อยู่นอกระบบการเมืองไทย แต่สามารถที่จะใช้อำนาจรัฐได้อย่างเต็มภาคภูมิ ดังนั้นอดีตนายกรัฐมนตรี จะรับผิดชอบหรือไม่หากเกิดความล้มเหลว นำประเทศชาติไปสู่หายนะ นำประเทศชาติไปสู่ประเทศที่อยู่ภาวะล้มเหลว ซึ่งสาธารณะชนต้องคิดว่าผู้ที่บงการแต่ไม่รับผิดชอบ รวมทั้งไม่อยู่ในสถาณะภาพที่ต้องรับผิดชอบตรงนี้ประเทศไทยยอมรับได้หรือไม่

                     พล.อ.ท.วัชระ กล่าวต่อว่า องค์การพิทักษ์สยามไม่ได้แช่แข็งอะไร และไม่มีอะไรที่พวกเราจะต้องแช่แข็ง แต่พวกเราจะแช่แข็งผู้ที่เป็นนักการเมืองและมีพฤติกรรมคดโกง คอร์รัปชั่น เอาเงินภาษีของประชาชนไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน ซึ่งเป็นนโยบายความตั้งใจของพวกเรา ทั้งนี้องค์การพิทักษ์สยามใช้แนวคิดของการปฏิวัติอุตสาหกรรมคือ การนำเอาระบอบการปฏิบัติงาน เพื่อจะสร้างให้อุตสาหกรรมดีขึ้น เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่การปฏิวัติโดยใช้ความรุนแรง ทั้งนี้เงื่อนไขเวลาไม่ใช่ประเด็น โดยเวลานั้นอยู่ที่ปวงชนชาวไทยในการที่จะตกตะกอนว่าพวกเขาต้องการอะไร และองค์การพิทักษ์สยามรับรองได้ว่าไม่มีนโยบายความคิดในการสะสมยางรถยนต์ รวมทั้งสิ่งที่เป็นเชื้อเพลิงแต่อย่างใด  ส่วนกรณีที่ นายประชา ประสพดี รมช.มหาดไทย ออกมาระบุว่า กลุ่มองค์การพิทักษ์สยามที่จะมาชุมนุมวันที่ 24 - 25 พ.ย. จะนำประชาชนไปที่ท่าน้ำศิริราช ว่า ไม่เป็นความจริง และไม่จำเป็นต้องไปที่นั่น เพราะพวกเราจงรักภักดีด้วยหัวใจอยู่แล้ว เราไม่มีนโยบายใดๆ ทั้งสิ้นที่จะไปที่รพ.ศิริราช

                     ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีกระแสข่าว พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป อดีตหัวหน้าสำนักงานประธานองคมนตรีจะเข้าร่วมชุมนุมด้วยนั้น พล.อ.ท. วัชระ กล่าวว่า "ตนไม่ทราบว่าใครจะมาใครจะไป แต่ขอเรียนว่าทหารที่อยู่ในองค์การพิทักษ์สยามนั้น  เป็นอดีตนายทหารนอกราชการ โดยมีเพียง 3 ท่าน คือ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ พล.ร.อ.ชัย สุวรรณภาพ และผมเท่านั้น ส่วนผู้จะคิดอย่างไรนั้นไม่มีอยู่ในรายชื่อ และไม่มีการประสานจาก พล.ร.ท.พะจุณณ์ ทั้งสิ้น ทั้งนี้ พล.ร.ท.พะจุณณ์ สามารถจะมาร่วมชุมนุมได้อยู่แล้วเนื่องจากเป็นประชาชนคนหนึ่ง"

                     โฆษกองค์การพิทักษ์สยาม กล่าวต่อว่า ตนได้รับการยืนยันจากกองทัพธรรมว่า จะสามารถดูแลมวลชนเรือนแสนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะมีการดูแลในเรื่องเสบียง ที่ปลดทุกข์ และความปลอดภัย โดยตัวแทนของกองทัพธรรมได้ระบุว่า ขออย่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำลายห้องสุขา เพราะเหมือนเป็นการแกล้งประชาชน ซึ่งเป็นเหมือนกลยุทธ์ที่สกปรก นอกจากนี้ตนได้รับรายงานจากแหล่งข่าวภูมิภาคว่า รัฐบาลเริ่มมีพฤติกรรมโหด ในการแสดงเจตนาข่มขู่ปิดกั้นและคุกคามสิทธิเสรีภาพของนักศึกษา ประชาชนในพื้นที่ภาคอีสานและจังหวัดชลบุรี ซึ่งตนคิดว่าเป็นพฤติกรรมที่เลวร้ายมาก และขอให้เลิกเสียเพราะเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ