
ขอแม่ทัพภาค4คุมเข้มรถไฟสายใต้
รฟท.เร่งประสานแม่ทัพภาค4 สถิติ 8 ปีบึ้ม-ยิง-ป่วนมากกว่า100ครั้ง ส่วนโอไอซีพอใจแนวทางแก้ปัญหา
วันที่ 19 พ.ย. 2555นายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ รองผู้อำนวยการฝ่ายด้านเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รับผิดชอบงานความมั่นคงในพี้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า ได้เร่งระดมเจ้าหน้าที่เข้าทำการซ่อมแซมรางรถไฟเพื่อให้สามารถเปิดใช้บริการให้เร็วที่สุด ซึ่งคาดว่าอาจต้องใช้เวลาอีก 1-2 วัน เนื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้นค่อนข้างรุนแรงมากเบื้องต้นจำเป็นต้องลำเลียงโบกี้รถไฟที่ได้รับความเสียหายออกจากพื้นที่ก่อน
"ได้เร่งประสานกับหน่วยงานความมั่นคง โดยเฉพาะพล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 รวมถึงตำรวจและฝ่ายปกครองเพื่อร่วมกันหารือมาตรการดูแลความปลอดภัยให้รัดกุมยิ่งขึ้น เพราะยอมรับว่าเหตุการณ์นี้รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเกิดเนื่องจากเป็นการระเบิดขบวนรถไฟขณะวิ่งให้บริการประชาชน"นายทนงศักดิ์ กล่าว
รองผอ.ฝ่ายด้านเดินรถฯ กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการดูแลความปลอดภัยเส้นทางรถไฟสายชายแดนใต้ระยะทางประมา 200 กิโลเมตรมีสถานีรถไฟประมาณ 27 สถานี โดยในจำนวนนี้มีจุดล่อแหลมเสี่ยงถูกโจมตีประมาณ 12 จุด ซึ่งทุกจุดเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงมีข้อมูลอยู่แล้วต้องดูแลอย่างเข้มงวดต่อไป ขณะที่พื้นที่อื่นๆนั้นจำเป็นต้องหามาตรการเพิ่มเข้าไปเพื่อเสริมความปลอดภัยให้รัดกุมยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะการขอความร่วมมือชุมชนและชาวบ้านที่อาศัยใกล้ทางรถไฟให้ช่วยกันดูแลสอดส่อง
อย่างไรก็ตามสำหรับรถไฟเป็นเป้าหมายของกลุ่มขบวนการผู้ก่อเหตุความไม่สงบที่พยายามก่อเหตุมาโดยตลอดทั้งที่เป็นเส้นทางคมนาคมหลัก โดยจากการรวบรวมข้อมูลของการรถไฟฯพบว่าตั้งแต่ปี 2547เป็นต้นมามีการก่อเหตุในรูปแบบต่างๆมากกว่า 100 ครั้ง เช่น การลอบถอดหมุดรางรถไฟ วางระเบิดรางก่อน-หลังรถไฟวิ่ง รวมถึงใช้อาวุธปืนยิงขบวนรถไฟ และยิงเจ้าหน้าที่บนรถไฟ แต่ครั้งล่าสุดนี้ถือเป็นการก่อเหตุระเบิดขบวนรถไฟขณะวิ่งบริการครั้งแรกที่เกิดขึ้นจนทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 รายและบาดเจ็บอีกจำนวนมาก
ทหารเผยโอไอซีมีท่าทีพอใจแนวทางแก้ปัญหาไฟใต้ลุยแก้บึ้มรถไฟ
ด้านรองโฆษกกอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้าเผยภายหลังเป็นตัวแทนฝ่ายความมั่นคงเดินทางเข้าร่วมในเวทีประชุมองค์การความร่วมมืออิสลาม (โอไอซี) เผยกลุ่มประเทศโลกมุสลิมยังวางใจในแนวทางไทยต่อการแก้ไขปัญหาไฟใต้ เตรียมถกมาตรการรปภ.รถไฟ
พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ รองโฆษกกอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า เปิดเผยภายหลังเดินทางกลับจากเข้าร่วมประชุมองค์การความร่วมมืออิสลาม (โอไอซี) ณ กรุงจิบูตี ประเทศจิบูตี ระหว่างวันที่ 15 - 17 พ.ย. 2555 ที่ผ่านมาในฐานะและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) ซึ่งครั้งนี้ยังมีคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมหลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการต่างประเทศ ,ศอ.บต. ผู้แทนจุฬาราชมนตรี เป็นต้น
พ.อ.ปราโมทย์ ระบุว่าที่ประชุมองค์การความร่วมมืออิสลาม (โอไอซี) ครั้งนี้ โดยภาพรวมในที่ประชุมแทบไม่มีการกล่าวถึงกรณีปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยเพราะเทียบกับพื้นที่อื่นๆของประเทศต่างๆนั้นพบว่ามีปัญหาและสถานการณ์รุนแรงและน่าเป็นห่วงมากว่าประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจากประเทศต่างๆที่เข้าร่วมประชุม เช่น ตุรกี ยังได้กล่าวชมแนวทางการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ของไทยอีกด้วย
"ผมมองว่าที่ประชุมโอไอซีมองการแก้ไขปัญหาพื้นที่ชายแดนภาคใต้ของไทยในทิศทางบวกมากกว่าเพราะมีความเข้าใจที่สำคัญช่วงที่ผ่านมามีคณะผู้นำและตัวแทนจากโอไอซีเดินทางลงมาติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ด้วยตัวเองเป็นระยะ ซึ่งได้เห็นถึงทิศทางการแก้ปัญหามาตลอด ดังนั้นในที่ประชุมครั้งนี้จึงไม่มีการตั้งคำถามหรือเจาะจงถึงปัญหาภาคใต้ของไทย เนื่องจากส่วนใหญ่เชื่อว่าประเทศไทยมีแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดีระดับหนึ่งอยู่แล้ว"พ.อ.ปราโมทย์ กล่าว
รองโฆษกกอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า กล่าวถึงเหตุการณ์ความรุนแรงกรณีคนร้ายลอบวางระเบิดรถไฟในพื้นที่จ.นราธิวาสว่า เบื้องต้นยังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจนเพราะเพิ่งเดินทางมาถึงไทย โดยเท่าที่ทราบคร่าวๆมองว่าเป็นเหตุการณ์ครั้งนี้มีความรุนแรงอีกเหตการณ์หนึ่งเพราะคนร้ายเลือกก่อเหตุขณะรถไฟวิ่งให้บริการประชาชนแม้ว่าเป้าหมายจะลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่อส.บนขบวนรถไฟก็ตามแต่สร้างผลกระทบรุนแรงและที่สำคัญมีประชาชนได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้หลายรายด้วย
ทั้งนี้จะได้เร่งเดินทางลงพื้นที่ จ.นราธิวาส เพื่อติดตามและเตรียมการหารือเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาและมาตรการดูแลความปลอดภัยต่างๆร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
สถานีรถไฟยะลาเปิดให้บริการปกติ ทหาร รปภ.เข้ม
ทางด้านผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่สถานรถไฟยะลา ว่า ภายหลังจากวานนี้ เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด ขบวนรถไฟ ที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ทำให้ขบวนรถไฟ รางรถไฟได้รับความเสียหาย มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บจำนวนมาก โดยเช้านี้บรรยากาศที่สถานีรถไฟยะลา ค่อนข้างเงียบเหงา แม้ว่าทางสถานีจะเปิดให้บริการเดินรถตามปกติ ซึ่งจะมีขบวนรถไฟ ที่มีต้นทางจากสถานีรถไฟยะลา ทั้งขบวนรถท้องถิ่น ขบวนรถพิเศษ รถเร็ว จำนวนทั้ง สิ้น 6 ขบวนในวันนี้ ที่จะยังให้บริการตามปกติ แต่ขบวนรถไฟที่จะเดินทางไปยังสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ต้องหยุดให้บริการเนื่องจาก ปัญหาของรางรถไฟที่ถูกคนร้ายลอบวางระเบิดจนได้รับความเสียหาย ดังนั้นรถไฟที่ยังคงให้บริการทุกขบวนจะเดินทางมาสิ้นสุดที่สถานีรถไฟยะลาเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้การซ่อมแซมรางรถไฟที่ได้รับความเสียหายจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด ที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส นั้น ในวันนี้ นายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ รองผู้อำนวยการฝ่ายด้านเดินรถ ได้ประสานเจ้าหน้าที่ทหารชุดรบพิเศษ ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี จำนวน 1 ชุด เข้าดูแลความปลอดภัยในการซ่อมแซมรางรถไฟ และกู้โบกี้รถไฟที่ได้รับความเสียหายจากเหตุระเบิด โดยกำลังทหารชุดรบพิเศษ จะวางกำลังดูแลทั้งภาคพื้นที่บริเวณจุดที่เกิดเหตุ และมีการดูแลความปลอดภัยทางอากาศอีก 1 ชุด เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่ซ่อมแซมรางรถไฟ โดยจะมีการเร่งซ่อมแซมรางรถไฟ อย่างเร่งด่วนที่สุด เพื่อให้มีการเปิดใช้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่
นายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ รองผู้อำนวยการฝ่ายด้านเดินรถ ฝ่ายการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในวันนี้จะต้องทำการซ่อมราง รวมทั้งเข้าไปกู้โบกี้รถไฟที่ตกราง เพื่อที่จะสามารถเปิดทางให้ได้เร็วที่สุด คาดว่าจะใช้เวลาวันนี้ และพรุ่งนี้รวม 2 วัน ก็จะสามารถเปิดการเดินรถได้เป็นปกติ ขณะนี้ก็เริ่มดำเนินการซ่อมแซมในพื้นที่แล้ว ซึ่งในวันนี้ผู้โดยสารที่จะเดินทางก็จะเดินทางมาถึงสถานีรถไฟยะลา เท่านั้น และผู้โดยสารที่จะเดินทางไปกรุงเทพ ก็สามารถเดินทางมาขึ้นรถได้ที่สถานีรถไฟยะลา สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ก็คงจะต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายๆฝ่าย เพื่อที่จะได้สามารถดำเนินการได้ และส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารได้น้อยที่สุด
"สิ่งที่กำลังทำควบคู่กันไปก็คือการสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้กับพนักงานการรถไฟ ซึ่งได้มีการประสานงานกับฝ่ายความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นทหาร หรือตำรวจ และทำความเข้าใจกับพนักงานรถไฟ รวมทั้งนโยบายของท่านผู้ว่าการรถไฟ ประภัทร์ จงสงวน ที่ให้สร้างความมั่นใจในความปลอดภัย ซ่อมสร้างทางให้เรียบร้อย บริการผู้โดยสารให้เร็วที่สุด ที่เป็นนโยบายที่ท่านผู้ว่าการรถไฟ มอบนโยบายมาให้" นายทนงศักดิ์ กล่าว
รองผู้อำนวยการฝ่ายด้านเดินรถ ฝ่ายการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย ยังกล่าวอีกว่า สำหรับการช่วยเหลืออาสาสมัครรถไฟ ที่เสียชีวิตจากเหตุระเบิดนั้น ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยก็มีระเบียบการช่วยเหลือเยียวยา รองรับอยู่แล้ว คงจะไม่มีปัญหาอะไร สามารถช่วยเหลือเป็นรายๆไปตามระเบียบกำหนด ส่วนมาตรการความปลอดภัยนั้น ก็จะมีการพูดคุยกับ กอ.รมน. เพื่อที่จะกำหนดมาตรการ รปภ.ให้เข้มงวดกว่านี้ในเส้นทางต่างๆ
ด้านนางกาญจนา จำเจริญ แม่ค้าขายอาหาร-ผลไม้ ที่สถานีรถไฟยะลา เปิดเผยว่า หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ ทำให้รถไฟต้องหยุดวิ่งนั้น ก็ส่งผลให้ตนเองและเพื่อนๆ ที่เป็นแม่ค้าขายของที่สถานีรถไฟยะลา ก็ต้องหยุดนำของมาจำหน่าย ส่งผลกระทบให้ไม่มีรายได้ ทุกวันนี้ต้องเลี้ยงครอบครัว ต้องดูแลคุณพ่อที่เป็นอัมพฤก เมื่อรถไม่วิ่ง ก็ไม่มีคน ขายสินค้าไม่ได้ อยากให้รถวิ่งตามปกติ โดยเร็ว
นราธิวาสเจ้าหน้าที่รถไฟเร่งกู้โบกี้ตกราง
ด้านนราธิวาส นายปรีชา พรมทุ่งค้อ วิศวกรการรถไฟหาดใหญ่และนายกำพล ปานกำเนิด สารวัตรแขวงรถจักรหาดใหญ่ ได้พาพนักงาน ช่างโยธาและขบวนรถไฟกู้ภัยจากโรงจักรรถไฟทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เดินทางมายังสถานีรถไฟสโลว์บูกิ๊ตยือแร ม.9 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เพื่อทำการซ่อมแซมรางรถไฟและกู้โบกี้โดยสารของขบวนรถไฟที่ 453 วิ่งต้นทางจากสถานีรถไฟยะลา จรดปลายทางสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก ซึ่งตกรางจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมา บริเวณหลักกิโลเมตร 1076 ทำให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 3 ราย ได้รับบาดเจ็บ 35 ราย
โดยนายปรีชา วิศวกรการรถไฟหาดใหญ่ ได้แบ่งการทำงานออกเป็น 2 ชุด คือ ชุดแรกทำการซ่อมแซมรางรถไฟ โดยใช้มือเสือเป็นเครื่องมือทุ่นแรงในการ คุ้ยเขี่ยและอัดกองหินที่ใช้เป็นฐานในการวางรางรถไฟ เพื่อเปลี่ยนไม้หมอนตามจุดสำคัญๆตลอดแนวยาวกว่า 300 เมตร รวมทั้งกลบฝังหลุมระเบิด เพื่อที่จะให้รถปั่นจั่นสามารถแล่นผ่านไปทำการกู้โบกี้ที่ตกรางได้
ส่วนเจ้าหน้าที่ชุดที่ 2 ได้ใช้แม่แรงลูกัสระบบไฮโดรลิคเป็นเครื่องมือทุ่นแรงในการยกโบกี้รถไฟส่วนแคเพลาหน้าและแคเพลาหลังทั้ง 4 ตัว เพื่อที่จะได้นำล้อรถไฟที่ตกราง นำกลับเข้าไปสู่เดิมและทำการเคลื่อนย้ายโบกี้รถไฟทั้ง 3โบกี้ที่อยู่ส่วนหลังของขบวนนำกลับไปเพื่อซ่อมบำรุงและนำกลับมาใช้งานตามปกติ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.นราธิวาส 30 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รือเสาะ รวมทั้งฝ่ายครอง และคาดว่าในวันพรุ่งนี้ช่วงสายรถไฟที่วิ่งต้นทางจากสถานีรถไฟสุไหงโก-ลกจรดปลายทางสถานีรถไฟต่างๆทั้ง 14 ขบวน จะสามารถวิ่งรับส่งผู้โดยสารได้ตามปกติ หากไม่มีข้อขัดข้องในการเรียกร้องเปลี่ยนแปลงและเพิ่มมาตรการในการ รปภ.ของเจ้าหน้าที่รถไฟ เพื่อสร้างความมั่นใจต่อชีวิตและทรัพย์สิน
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย คือ อส.พนากร ชุ่นแก้ว อส.ประสาน ชาตรี และนายสุขสวัสดิ์ เรืองนาม ทางผู้บังคับบัญชาและเครือญาติ ได้รับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีแล้ว ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 35 รายนั้น หลังจากแพทย์ปฐมพยาบาลในเบื้องต้นแล้ว ได้อนุญาตให้กลับไปรักษาตัวที่บ้านพัก จำนวน 28 ราย ส่วนที่เหลืออีก 7 ราย นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ 6 ราย ประกอบด้วย 1.อส.เชาวลิต ชุมวัฒน์ 2.อส.วินัย พรหมพูล 3.นายสุกรี กูแป 4.นายกำพล หน่อแก้ว นอนรักษาตัวที่ห้อง ไอ.ซี.ยู. 5. ด.ช.มะเพาซัน ดาโอ๊ะ 6.ด.ช.มะเพาซี ดาโอ๊ะ ส่วนอีก 1 ราย แพทย์ได้ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จ.สงขลา คือ นายสมมาตร แก้วประสิทธิ์ ซึ่งล่าสุดอาการดีขึ้นตามลำดับ ยกเว้นนายกำพล หน่อแก้ว ที่แพทย์ต้องดูแลอาการอย่างใกล้ชิด



