
'สว.'ท้วงเลือก'บอร์ดกสทช.'ไม่โปร่งใส
'สว.'ท้วงเลือก'ซูเปอร์บอร์ดกสทช.'ไม่โปร่งใส-ไม่เป็นความลับ หลังพบมีการเผยใครลงคะแนนให้ใครบ้าง
19 พ.ย. 55 เมื่อเวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนิคม ไวรัชพานิช ประธานวุฒิสภา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าตรวจสอบความพร้อมของพื้นที่ และคูหาลงคะแนนเลือกผู้สมัครเข้ารับการดำเนินการคัดเลือกเป็นกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม. พ.ศ.2553 (พรบ.กสทช.) รอบแรก ที่บริเวณห้องโถงอาคารรัฐสภา ก่อนที่จะให้ สว. ลงคะแนนเลือกบุคคล ในเวลา 09.30 น. โดยการตรวจสอบดังกล่าวได้มีการตรวจสอบคูหาลงคะแนน และหีบบัตร ด้วยการเปิดหีบบัตรให้สื่อมวลชนและผู้สังเกตการณ์ได้ตรวจสอบว่าเป็นหีบเปล่า ไม่มีบัตรแปลกปลอมอยู่ในตู้ จากนั้นได้มีการปิดหีบ ใช้แม่กุญแจล็อคอย่างเรียบร้อย
จากนั้น นายนิคม ได้แจ้งกับ สว.ผ่านที่ประชุมวุฒิสภาว่า สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้จัดให้มีการลงคะแนนเลือกกรรมการติดตามและประเมินผลงานของ กสทช. ตั้งแต่เวลา09.30 - 11.00น. และขอให้ สว.ได้จัดสรรเวลาลงไปใช้สิทธิ์อย่างพร้อมเพรียง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมช่วงที่แจ้งวาระดังกล่าว ได้มี สว. ลุกสอบถามถึงกรณีการใช้พื้นที่ห้องโถงอาคารรัฐสภา 1 เพื่อลงคะแนนเลือก แทนที่จะใช้ภายในห้องประชุมรัฐสภาเหมือนอย่างที่เคยปฏิบัติมา ทั้งนี้ได้ท้วงติงว่าอาจจะทำให้เกิดความไม่โปร่งใส และเสี่ยงที่จะถูกนำประเด็นไปฟ้องร้องเป็นคดีความได้ ซึ่ง นายนิคม ชี้แจงว่า เหตุที่ได้ใช้พื้นที่อื่นจัดการเลือกตั้ง เพื่อเป็นการบริหารเวลาระหว่างการพิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระและการลงคะแนนเลือกกรรมการติดตามและประเมินผลงานของกสทช. ส่วนประเด็นเรื่องฟ้องร้องนั้น ขณะนี้ทราบว่า นายสุทธิพร เดี่ยวพานิช ผู้สมัครเป็นกรรมการติดตามและประเมินผลงาน กสทช. ซึ่งไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติได้ฟ้องร้องอยู่ที่ศาลปกครองกลางแล้ว โดยศาลได้จัดไต่สวนในวันนี้ ( 19 พ.ย.) เวลา 10.00 น. เบื้องต้นหากศาลไต่สวนแล้วมีคำสั่งคุ้มครอง กระบวนการลงคะแนนเลือกกรรมการดังกล่าว ต้องยุติลง แต่หากศาลไม่มีคำสั่งใดๆ ออกมา ตนพร้อมจะเดินหน้าการลงคะแนนเลือกตั้งดังกล่าวต่อไป ทั้งนี้เมื่อการเลือกตั้งรอบแรกแล้วเสร็จและไม่เกิดปัญหา ตนจะนัดประชุม สว.อีกครั้งในวันที่ 23 พ.ย. เพื่อให้เลือกกรรมการฯ ในรอบสุดท้าย ให้เหลือจำนวน 5 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สว.สรรหา ได้ลุกท้วงติงว่าไม่ทราบถึงประเด็นการเลือกตั้งกรรมการติดตามและประเมินผลงาน ของกสทช. นอกห้องประชุมมาก่อน ซึ่งจากการรับฟังคำชี้แจงนั้นระบุว่าเพื่อความโปร่งใสและไม่เสียเวลาการประชุม ทั้งนี้ตนมีประเด็นเรียกร้องในส่วนการทำลายบัตรลงคะแนนที่ทำโดยกรรมการอยากให้มีการทำลายจริงๆ เพราะในการเลือกเลขาธิการกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ทั้งที่เป็นการลงคะแนนลับ แต่กลับพบว่ามีการพิมพ์ใบลงคะแนนของ สว.มาเผยแพร่ ว่าใครโหวตอย่างไรบ้าง ดังนั้นขอให้ทบทวน อย่าคิดแค่ว่าเป็นการเรื่องเสียเวลาเท่านั้น เพราะประเด็นนี้ สว.ได้รับหน้าที่มาดำเนินการแล้ว ขอให้ทำด้วยความรอบคอบ เช่นเดียวกับนายสมชาย แสวงการ สว.สรรหา ที่ของให้มีการทำลายบัตรลงคะแนนต่อหน้า เพราะก่อนหน้านั้นมีคนมาพูดกับตนว่าทราบว่าตนได้ลงคะแนนลับให้กับบุคคลใดบ้าง จึงทำให้เห็นว่าการลงคะแนนลับไม่ใช่ความลับอย่างแท้จริง
จากนั้นนางทัศนา บุญทอง สว.สรรหา ในฐานะประธานคณะกรรมการเพื่อทำหน้าที่จัดทำบัญชีรายชื่อและตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครเข้ารับการดำเนินการคัดเลือกบุคคลผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเพื่อนำเสนอให้วุฒิสภาพิจารณาคัดเลือกเป็นกรรมการติดตามและประเมินผล กสทช. รายงานการตรวจสอบว่า จากผู้สมัครเป็นกรรมการทั้ง 72 คน พบว่ามีผู้ที่ผ่านคุณสมบัติทั้งหมด 67 คน และมี 5 รายที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ ได้แก่ 1.นายเจตศักดิ์ บุญสุยา เพราะเป็นผู้ถือหุ้มบริษัททรู คอเปอร์เรชั่น จำกัด, 2.นายชนัด เผ่าพันธุ์ดี เพราะถือหุ้นบริษัททีทีแอนด์ที จำกัด, 3.นายสุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล เป็นกรรมการบริษัทจีเดด จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ประกอบกิจการโทรคมนาคม และไม่พ้นจากตำแหน่งเป็นระยะเวลา 1 ปีตามที่กฎหมายกำหนด, 4.นายวุฒิพร เดี่ยวพานิช เป็นกรรมการบริษัทไอทีวี และ 5.พล.ต.ต.ภานุรัตน์ มีเพียร เป็นกรรมการบริษัทสหพัฒนพิบูลย์
หลังจากนั้นที่ประชุมได้ดำเนินการเพื่อลงคะแนนเลือกกรรมการติดตามและประเมินผลงานของกสทช.ต่อไป โดยบรรยากาศการลงคะแนนเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมี สว. เข้าคิวเพื่อใช้สิทธิ์จำนวนมาก จนทำให้ต้องเข้าแถวยาวตั้งแต่กลางห้องโถง จนถึงประตูทางเข้าอาคารรัฐสภา1



