
'นักสืบ'พันธุ์ใหม่
'นักสืบ'พันธุ์ใหม่ : เลียบค่าย โดยชัยกร ใบเงิน
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดอบรมเทคนิคการสืบสวนสมัยใหม่
หลังจากที่พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. ศึกษาพบว่า ตำรวจยังไม่มีความรู้ด้านการสืบสวนอยู่หลายส่วนและยังปฏิบัติไม่ถูกต้องอีกด้วย
เช่น การตรวจที่เกิดเหตุ การรักษาที่เกิดเหตุ ปัญหาการจับผิดตัวหรือขยายผลไปถึงคนบงการไม่ได้
ผบช.ก.จึงรวบรวมเทคนิคการสืบสวนสมัยใหม่ โดยมีทีมที่ปรึกษาเป็นนายตำรวจใหญ่ในต่างประเทศที่มีประสบการณ์มาถ่ายทอดความรู้ให้แก่ตำรวจในสังกัด
โดยมีเนื้อหาทั้ง 15 สาขาวิชา เช่น วิชาตำรวจสมัยใหม่ 5 ทฤษฎี 1 หลักการ วิทยาศาสตร์ประยุกต์ การสืบสวนเชิงรุก ภูมิศาสตร์อาชญากรรม การสะกดรอยติดตาม แผนประทุษกรรมและลายเซ็นอาชญากรหรือวิธีการล่าเหยื่อของมนุษย์ เป็นต้น
นี่ถือเป็นครั้งแรกของวงการตำรวจไทย ที่มีการสอนการสืบสวนแนวใหม่นี้
โดยความคาดหวังครั้งนี้คือ อยากให้ตำรวจไทยมีความรู้ในวงกว้างและทำงานด้านการสืบสวนอย่างมีประสิทธิภาพ
ความจริงงานสืบสวนในวงการสีกากีไทยมีปัญหาเรื้อรังมานาน ผู้ต้องขังมากมายเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ถูกปั้นแต่งพยานหลักฐานเท็จจนต้องรับโทษอยู่ในเรือนจำ บางคนตายคาคุกทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำความผิด
ในยุคที่ พล.ต.ท.โสภณ วาราชนนท์ เป็นผบช.น. เคยจัดทำโรงเรียนนักสืบขึ้น เมื่อไม่ได้อยู่ในตำแหน่งก็เงียบหายไป
ตำรวจส่วนใหญ่จึงติดยึดอยู่กับการสืบสวนแบบเดิมๆ อุ้มมารีด หิ้วมาซ้อมให้รับสารภาพ
มีกรณีตัวอย่างที่แม้แต่คนในแวดวงตำรวจด้วยกันก็ยังหวาดผวาคือ มีตำรวจนายหนึ่งยศถึง พ.ต.ท.ตำแหน่งสารวัตร อยู่ทางภาคเหนือ ถูกสงสัยว่าพัวพันกับคดีฆาตกรรม
นายตำรวจใหญ่ระดับ ตร.คนหนึ่งสั่งให้อุ้มสารวัตรรายนี้มาสอบเค้น มีการทรมานด้วยวิธีการต่างๆ ด้วย แต่ยังไงนายตำรวจคนนี้ก็ไม่รับสารภาพเพราะไม่ได้ทำ
สุดท้ายเมื่อคดีฆาตกรรมเริ่มกระจ่าง พบว่า พ.ต.ท.รายนี้ไม่เกี่ยวข้อง จึงถูกปล่อยตัวออกมา
แต่เรื่องก็ถูกเก็บเป็นความลับ เกือบตายโดยที่ไม่มีการเอาเรื่องกัน สุดท้ายก็เงียบหายไป
นี่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในแวดวงตำรวจ



