ข่าว

ความขัดแย้งในยะไข่(1)

ความขัดแย้งในยะไข่(1)

19 พ.ย. 2555

ความขัดแย้งในยะไข่(1) : มองมุมยุทธศาสตร์โดยเรือรบ เมืองมั่น Facebook : ruarob.muangman

              ความตึงเครียดระหว่างชาวมุสลิมโรฮิงญากับชาวพุทธรัฐยะไข่ของเมียนมาร์ยังคงมีความต่อเนื่อง และน่าที่จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง เนื่องจากความรุนแรงระหว่างกลุ่มชนได้ปะทุขึ้นมาอีก มีองค์กรระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง และรัฐบาลเมียนมาร์ ไม่มีความชัดเจนในการแก้ไขปัญหาระยะยาว จึงมีความเป็นไปได้ที่เมียนมาร์อาจสูญเสียการสนับสนุนบางส่วนจากต่างประเทศในการมุ่งหน้าสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ คลื่นผู้อพยพออกนอกประเทศจะก่อปัญหาให้แก่ประเทศเพื่อนบ้าน ความไม่พอใจระหว่างชาวมุสลิมกับชาวพุทธในประเทศต่างๆ มีสูงขึ้น และกลุ่มก่อการร้ายฉวยโอกาสแทรกซึมเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ประเทศไทยอาจได้รับผลกระทบในฐานะประเทศพุทธและเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีโอกาสรับผู้อพยพชาวมุสลิมโรฮิงญา

               หลังจากที่สถานการณ์ความไม่สงบในรัฐยะไข่ เมื่อเดือนมิถุนายน 2555 ยุติลงชั่วคราวด้วยการที่รัฐบาลเมียนมาร์ประกาศภาวะฉุกเฉิน ตั้งแต่ 22 มิถุนายน และส่งกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ การปะทะกันครั้งใหญ่ระหว่างชาวมุสลิมโรฮิงญากับชาวพุทธได้ปะทุขึ้นอีกครั้งเมื่อ 21 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยเริ่มจากการที่ชาวมุสลิมโรฮิงญาจุดไฟเผาบ้านชาวพุทธ ในชานเมืองชิตต่วย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน ความไม่สงบลุกลามไปยังเมืองมละอู และเมืองอื่นๆ อย่างรวดเร็ว และเมื่อความรุนแรงลดลงเมื่อ 26 ตุลาคม สำนักประสานภารกิจด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ ประเมินว่ามีผู้เสียชีวิต 89 คน และพลัดถิ่นกว่า 2.8 หมื่นคน  ตลอดจนมีบ้านเรือนเสียหายกว่า 1,000 หลัง   ปัจจุบัน แม้ว่าจะยังไม่มีความรุนแรงขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น แต่สถานการณ์ยังคงไม่เป็นที่ไว้วางใจ ทางการเมียนมาร์ยังคงกฎอัยการศึกในพื้นที่และยึดอาวุธจากชาวบ้านได้เป็นจำนวนมาก การปล้นสะดมและเรียกค่าคุ้มครอง ตลอดจนผู้อพยพยังมีอยู่เป็นระยะ  

               ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชนตั้งแต่เดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากนานาชาติและองค์กรระหว่างประเทศ ท่าทีส่วนใหญ่มีความโน้มเอียงในทางเห็นใจชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมโรฮิงญา โดยมุ่งเน้นให้รัฐบาลเมียนมาร์แก้ปัญหาความแตกร้าวระหว่างกลุ่มชนอย่างเร่งด่วน โดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ทั้งนี้ ชาติตะวันตกมีการแสดงออกค่อนข้างละมุนละม่อม เช่นสหรัฐ อังกฤษ แสดงความวิตกต่อสถานการณ์ และขอให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้น ขณะที่สหภาพยุโรปแถลงว่าได้จับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ไม่ได้ชะลอการยกเลิกคว่ำบาตรเมียนมาร์ การแสดงออกเช่นนี้ต่างจากชาติอิสลามที่มักประณามการทำร้ายชาวมุสลิมโรฮิงญาอย่างรุนแรง โดยองค์การความร่วมมืออิสลาม แถลงเมื่อ 15 สิงหาคม 2555 ประณามรัฐบาลเมียนมาร์ที่ใช้ความรุนแรงและไม่ยินยอมให้สัญชาติแก่ชาวโรฮิงญา กษัตริย์ซาอุดีอาระเบียมอบเงินช่วยเหลือแก่ชาวโรฮิงญา 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในมาเลเซียมีการจัดตั้งกลุ่มนำของบรรเทาทุกข์ 400 ตันเดินทางทางเรือจากปีนังไปยังเมืองชิตต่วย    ท่าทีแข็งกร้าวของฝ่ายมุสลิมทำให้เมื่อ 28 ตุลาคม นายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ เรียกร้องให้โอไอซี ดำเนินการในประเด็นนี้อย่างระมัดระวัง มิให้เกิดผลบานปลาย สัปดาห์หน้าจะว่าถึงผลกระทบต่อไทยด้วยครับ