ข่าว

พม่าพร้อมต้อนรับ'โอบามา'

พม่าพร้อมต้อนรับ'โอบามา'

18 พ.ย. 2555

พม่าพร้อมรับการเยือนของผู้นำสหรัฐ ด้านเลขาฯอาเซียน ปัดเรียกความรุนแรงด้านเชื้อชาติในพม่าว่า 'ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์' เผย 'โอบามา' จะถกเรื่องสิทธิมนุษยชนกับกัมพูชา

                    18 พ.ย. 55  พม่าอยู่ระหว่างการเตรียมพร้อมรับการเยือนของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ของสหรัฐ ในวันจันทร์นี้ ซึ่งจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ไปเยือนอดีตประเทศที่เคยเป็นเผด็จการมาก่อน

                    สหรัฐ เป็นผู้นำในความพยายามใช้มาตรการผ่อนปรน เพื่อให้พม่าหลุดพ้นจากการถูกโดดเดี่ยวจากนานาชาติ และหนึ่งในช่วงสำคัญของการเยือนครั้งนี้ ที่นอกเหนือจากการพบปะกับนางอองซาน ซูจี ส.ส.ฝ่ายค้าน ผู้เป็นสัญลักษณ์ของการเรียกร้องประชาธิปไตย คือ การไปกล่าวสุนทรพจน์ที่คอนโวเคชั่น ฮอลล์ ในมหาวิทยาลัยย่างกุ้งในวันจันทร์

                    นับตั้งแต่อยู่ในยุคของการเป็นอาณานิคม การต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงในพม่า เริ่มต้นที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ โดยเป็นทั้งศูนย์กลางการต่อสู้เพื่อเอกราชจากอังกฤษ และการปะท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย เมื่อปี 2505, 2517, 2531 และ 2539

                    อดีตรัฐบาลทหาร ได้ปิดอาคารเรียนและหอพัก เมื่อช่วงทศวรรษที่ 1990 เนื่องจากเกรงว่าจะมีนักศึกษาก่อความไม่สงบ ทำให้นักศึกษาจำนวนมากต้องเรียนผ่านดาวเทียม ในย่านชานเมือง ขณะที่พวกอดีตนักเคลื่อนไหวหลายคน ที่เคยเข้าร่วมการประท้วงใหญ่ 3 ครั้งของนักศึกษา เมื่อปี 2505, 2531 และ 2539 ต่างแสดงความตื่นเต้นต่อการเยือนของผู้นำสหรัฐ

                    อดีตนักศึกษาที่เคยเคลื่อนไหวเมื่อปี 2539  และเคยเป็นนักโทษการเมือง บอกว่า เขารักประเทศที่เป็นประชาธิปไตย รักประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน เกลียดผู้นำเผด็จการและทรราชย์ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องบอกเหตุผลว่า ทำไมเขาถึงรักอเมริกา แต่อดีตนักศึกษาอีกคนหนึ่ง ที่เคยเคลื่อนไหวเมื่อปี 2539 และเคยเป็นนักโทษการเมืองนานถึง 25 ปี กลับคิดว่า จะมีคนแค่หยิบมือที่ได้รับประโยชน์จากการทำธุรกิจระหว่างสหรัฐกับพม่า เขาคิดว่า คนทั่วไปไม่โอกาสได้รับแม้กระทั่งอาหารสักมื้อจากคนร่ำรวย มีแต่คนที่มีความสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลเท่านั้น ที่จะได้รับประโยชน์

                    ด้านอดีตนักศึกษาที่เคลื่อนไหวเมื่อปี 2531 และเป็นอดีตนักโทษการเมืองเช่นกัน บอกว่า คนพม่าต่างคาดหวังอย่างยิ่งต่อการเยือนครั้งนี้ของผู้นำสหรัฐ เขามาเยือนหลังจากได้รับเลือกตั้งไม่นาน ดังนั้นคนพม่าเลยตั้งความหวังไว้สูง แต่เขาจะเพิ่มโอกาสในด้านธุรกิจได้มากน้อยเพียงใด เขาจะปรับปรุงเรื่องสิทธิมนุษยชนได้จริงหรือไม่

                    ในการประชุมธุรกิจที่ย่างกุ้ง ที่จัดโดยหอการค้าอเมริกันในประเทศไทยและสิงคโปร์ เมื่อไม่นานมานี้ บรรดานักธุรกิจของสหรัฐ ระบุว่า มีโอกาสที่บริษัทของสหรัฐจะเข้าไปลงทุนในพม่า แต่ยังติดเงื่อนไขที่พม่าจะต้องปฏิรูปไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยเต็มตัวเสียก่อน

                    เมื่อวันศุกร์ สหรัฐเพิ่งระงับการนำเข้าสินค้าจากพม่า ก่อนการเยือนของประธานาธิบดีโอบามา เพื่อเป็นรางวัลให้กับการก้าวย่างไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย

 

เลขาฯอาเซียน ปัดเรียกความรุนแรงด้านเชื้อชาติในพม่าว่า 'การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์'

 

                    นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน กล่าวนอกรอบการประชุมของผู้นำ 10 ชาติสมาชิกสมาคมอาเซียน ที่กรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชาว่า ชาวมุสลิมโรฮิงยาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ทางตะวันตกของพม่า เป็นเหยื่อของการถูกรบกวนจากความรุนแรงทางเชื้อชาติ แต่เขาไม่ได้เรียกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

                    คลื่นความรุนแรงในรัฐยะไข่ ระหว่างชาวพุทธและชาวมุสลิมโรฮิงยา ที่เป็นชนกลุ่มน้อย ได้ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 180 คน และทำให้ประชาชนอีกกว่า 110,000 คน ต้องไร้ที่อยู่อาศัย มาตั้งแต่เดือนมิถุนายน บดบังความพยายามปฎิรูปการเมืองของพม่า

                    นายสุรินทร์ กล่าวว่า เขาจะเรียกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เป็นแนวโน้มของการรบกวนจากความรุนแรงต่อชาติพันธุ์ ที่อาจบั่นท่อนเสถียรภาพในภูมิภาค และเขาได้เตือนไปแล้วว่าอาจนำไปสู่การเปลี่ยนทางรากฐาน ที่จะไม่ส่งผลดีไม่ว่าต่อใครในภูมิภาค แต่ขณะเดียวกันเขาก็ไม่รับรองแถลงการณ์จากองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ OIC ที่ระบุเมื่อวันเสาร์ว่าโรฮิงยาเป็นเหยื่อของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

                    OIC ได้เรียกร้องให้ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ที่มีกำหนดจะเยือนพม่าครั้งประวัติศาสตร์ในวันจันทร์ ให้กดดันรัฐบาลพม่าให้คุ้มครองชาวโรฮิงยา ซึ่งนายสุรินทร์กล่าวว่า แถลงการณ์ของ 57 ชาติสมาชิก OIC ได้สะท้อนถึงความวิตกต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

                    ชาวมุสลิมโรฮิงยาในพม่า ที่มีจำนวน 8 แสนคน เป็นผู้ไร้สถานภาพ แต่รัฐบาลพม่าและบังคลาเทศ ต่างระบุว่า พวกเขาเป็นผู้อพยพเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และสหประชาชาติ ระบุว่า พวกเขาเป็นหนึ่งในชนกลุ่มน้อยที่ถูกรังควานมากที่สุดในโลก

                    นายสุรินทร์ได้เรียกร้องให้อาเซียน ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่อชาวโรฮิงยา ที่หลายคนไร้ที่อยู่อาศัย จากเหตุการณ์ปะทะกันก่อนหน้านี้ และต้องอาศัยกันอย่างแออัดในค่ายผู้ลี้ภัย

                    เมื่อถูกถามว่า อาเซียนต้องการให้พม่าให้สัญชาติคนเหล่านี้หรือไม่ นายสุรินทร์ตอบว่า อาเซียนไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงกิจการภายในของชาติชาติสมาชิก เพราะเป็นประเด็นที่่อ่อนไหวและซับซ้อน แต่ก็หวังว่า ประชาชนชาวพม่า จะเปิดรับแนวคิดนี้  เพราะมันยากที่จะจินตนาการว่า จะหาที่ประเทศที่ 3 ให้ชาวโรฮิงยา 8 แสนคนไปตั้งถิ่นฐานได้อย่างไร

 

'โอบามา' จะยกประเด็น 'สิทธิมนุษยชน-การปฏิรูปการเมือง' มาถกผู้นำกัมพูชา

 

                    ทำเนียบขาวของสหรัฐ แถลงว่า ประธานาธิบดีบารัก โอบามา จะหยิบยกประเด็นที่เขาวิตกอย่างยิ่ง ซึ่งก็คือเรื่องสิทธิมนุษยชนและความจำเป็นที่จะต้องมีการปฏิรูปการเมืองในกัมพูชา
ในระหว่างพบปะกับนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ในวันจันทร์นี้

                    ประธานาธิบดีโอบามา ซึ่งประเดิมการเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการเยือนประเทศไทยในวันอาทิตย์ และการเยือนพม่าครั้งประวัติศาสตร์ด้วย จะพบปะกับนายกรัฐมนตรีฮุน
เซน ก่อนเข้าร่วมการประชุดสุดยอดอีสต์ เอเชีย ที่กรุงพนมเปญ โดยนายเบน โร้ดส์ รองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ กล่าวขณะอยู่บนเครื่องบินประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ แอร์ ฟอร์ซ วัน ที่กำลังมุ่งหน้าสู่ทวีปเอเชียว่า การเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมสุดยอดที่กัมพูชาของผู้นำสหรัฐและคณะนั้น เขาคิดว่า จะเป็นการยุติธรรม ถ้าจะบอกว่า จะไม่มีการเยือนแบบทวิภาคี ถ้าไม่มีเรื่องพหุภาคีเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

                    นายโร้ดส์ บอกด้วยว่า ประธานาธิบดีโอบามา จะหยิบยกประเด็นสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนขึ้นมาหารือกับผู้นำกัมพูชา และสหรัฐจะพูดถึงประเด็นนี้อย่างเปิดเผยเมื่อมีโอกาส
รวมถึงเรื่องที่สหรัฐ ต้องการเห็นเสรีภาพทางการเมืองที่มากขึ้นในกัมพูชาด้วย ที่รวมถึงการเลือกตั้งที่น่าเชื่อถือและยุติธรรม และต้องการเห็นการเห็นการปล่อยตัวนักโทษการเมืองด้วยเช่นกัน

                    ประธานาธิบดีโอบามา จะเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกที่เยือนกัมพูชาขณะอยู่ในวาระการดำรงตำแหน่ง ขณะที่กลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน ได้กล่าวหารัฐบาลว่า มีการกวาดล้างผู้ที่มีความเห็นไม่ลงรอยกับรัฐบาล และผู้ประท้วงหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งเรื่องที่ดิน

                    เมื่อเดือนที่แล้ว ทั้งสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐกว่า 10 คน ได้เรียกร้องให้ประธานาธิบดีโอบามา ยกประเด็นสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนที่เสื่อมทรามลงเรื่อยๆ ของกัมพูชาขึ้นมาพูดด้วย

                    นายฟิล โรเบิร์ตสัน รองผู้อำนวยการกลุ่มฮิวแมน ไรท์ วอทช์ กล่าวก่อนหน้านี้ว่า ถ้าประธานาธิบดีโอบามา ไม่ยอมพูดเรื่องนี้ การเยือนของเขาก็จะถูกรัฐบาลกัมพูชาตีความว่า สหรัฐได้รับรองการกระทำที่พวกเขาทึกทักเอาเองว่าเป็นเรื่องที่ละเมิดมิได้ ซึ่งในช่วงกว่า 2 ทศวรรษ ภายใต้การปกครองของนายกรัฐมนตรี ฮุน เซน มีคนถูกสังหารด้วยมูลเหตุจูงใจทางการเมืองแล้วกว่า 300 คน

 

 

-----------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AP)