ข่าว

ไขปริศนา!ผจก.เชฟโรเลตขับรถตกตึก

ไขปริศนา!ผจก.เชฟโรเลตขับรถตกตึก

18 พ.ย. 2555

คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : ไขปริศนา!ผจก.เชฟโรเลต ขับรถตกตึก "รสา" : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ

                    ค่ำวันที่ 2 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ผู้คนที่สัญจรผ่านอาคารรสา อาคารพาณิชย์ชื่อดัง ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับสวนจตุจักร กรุงเทพมหานคร ต้องพากันอกสั่นขวัญแขวน เมื่อจู่ๆ มีรถยนต์ยี่ห้อเชฟโรเลต รุ่นครูซ สีขาว ทะเบียนป้ายแดง พุ่งตีลังกาตกลงมาจากตึกกระแทกพื้นอย่างแรงจนยับไปทั้งคัน

                    โชคยังดีอยู่บ้างที่รถยนต์คันนี้ตกลงมาไม่ทับร่างผู้ที่สัญจรผ่านบริเวณนั้นแม้แต่รายเดียว แต่ความโชคดีนั้นมีไม่มากพอที่จะทำให้ น.ส.กอบกาญจน์
วิชรัตน์ อายุ 43 ปี ผู้จัดการฝ่ายอะไหล่ บริษัท เชฟโรเลต (ประเทศไทย) คนขับรถคันดังกล่าวรอดชีวิตได้

                    หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ประสานตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ หาพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อปิดคดีที่เกิดขึ้นให้ได้ในเวลาอันรวดเร็ว

                    ฆาตกรรมอำพราง?...ฆ่าตัวตาย?...ความบกพร่องของรถยนต์?...ความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร?...หรือเป็นเพียงอุบัติเหตุ?...ปมใดกันแน่จะเป็นสาเหตุที่ทำให้รถยนต์คันนี้ตกลงมาจากตึกสูง เป็นโจทย์ข้อใหญ่ที่ตำรวจชุดนี้ต้องตีให้แตก!

                    เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นภัยสาธารณะ ที่อาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร. ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์ไขคดี จึงเข้าอำนวยการการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อคลี่คลายคดีนี้ดวยตัวเอง โดยหวังจะตอบโจทย์ถึงสาเหตุที่ทำให้รถยนต์ตกตึกสูง เพื่อประโยชน์ต่อประชาชนทั่วไป

                    ข้อสงสัยในประเด็น "ฆาตกรรมอำพราง" และ "การฆ่าตัวตาย" เป็นประเด็นแรกๆ ที่ตำรวจคำนึงถึง แต่ค่อยๆ หมดน้ำหนักลง หลังจากพยานหลักฐานต่างๆ ได้ถูกนำมาประมวล

                    ข้อมูลที่ได้จากพยาน ทราบว่า ผู้ตายเป็นพนักงานของบริษัท เชฟโรเลต (ประเทศไทย) ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายอะไหล่ ซึ่งมีที่ทำการอยู่ในตึกรสา ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดทุกซอกทุกมุมถูกนำมาตรวจสอบ พบที่บริเวณหน้าลิฟต์ชั้น 20 สามารถบันทึกภาพขณะผู้ตายเดินเข้าไปในลิฟต์ตามลำพังไม่มีผู้ใดติดตาม เช่นเดียวกับภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิดภายในลิฟต์ตัวนั้นที่ไม่ปรากฏภาพของผู้ใด นอกเหนือจากผู้ตาย

                    ผู้ตายเดินออกจากลิฟต์ที่ชั้น 7 แล้วเดินลงไปที่อาคารจอดรถชั้น 6 โดยไม่มีบุคคลอื่นติดตาม เมื่อเดินไปถึงรถยนต์แล้วผู้ตายได้เปิดรถเข้าไปนั่งในรถยนต์เปิดไฟหน้ารถและสตาร์ทเครื่องนานประมาณ 1 นาที ก่อนจะเคลื่อนรถออกจากที่จอด อากัปกริยาเป็นปกติไม่มีอาการเครียดอย่างที่คนคิดสั้นทั่วไปต้องแสดงออก ขณะที่อาการเซไปเซมา ลักษณะคล้ายคนเมา หรือบุคคลที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ก็ไม่ปรากฏให้เห็น สอดคล้องกับผลการชันสูตรศพผู้ตายที่ไม่พบ แอลกอฮอล์ สารเสพติด สารพิษ หรือสารอื่นใดที่จะลดทอนสมรรถภาพของร่างกายผู้ตายแต่อย่างใด

                    หลักฐานที่ปรากฏในที่เกิดเหตุ ผนวกกับการสอบปากคำพยานทั้งที่เป็นบุคคลใกล้ชิด และพยานที่อยู่ในละแวกที่เกิดเหตุไม่มีประเด็นใดที่จะมีน้ำหนักทำให้เชื่อได้ว่าผู้ตายจะถูกฆาตกรรมอำพราง เช่นเดียวกับประเด็นการฆ่าตัวตาย ตำรวจจึงหันไปให้น้ำหนักกับปมอื่นๆ

                    ความบกพร่องของกลไกรถยนต์ และความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร เป็นประเด็นที่ต้องหาความกระจ่างเช่นกัน พล.ต.ท.จรัมพร จึงเชิญฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งพนักงานสอบสวน ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน วิศวกรเครื่องกลฯ กรมการขนส่งทางบก ผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทเจนเนอรัล มอเตอร์ (เชฟโรเลต) และวิศวกรโยธา จากสำนักงานโยธา กทม. ร่วมกันคลี่คลายข้อสงสัย

                    ในส่วนของ "กลไกรถยนต์" จากการตรวจสอบอย่างละเอียดไม่พบว่ามีข้อบกพร่องแต่อย่างใด ตั้งแต่ระบบเบรกใช้งานได้ดี ไม่มีสิ่งแปลกปลอม เช่นกระป๋อง รองเท้า หรือสิ่งอื่นใดขัดขวาง คันเร่งไม่ค้างใช้งานได้ตามปกติ เช่นเดียวกับพวงมาลัยที่ไม่ได้ล็อก ขณะระบบเกียร์รถคันเกิดเหตุเป็นเกียร์อัตโนมัติ ก็พบว่าเป็นปกติ แม้ขณะตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุจะพบว่า เกียร์จะบอกตำแหน่ง P เบรกมือดึงขึ้น และกุญแจไม่ได้เสียบคารถ แต่ก็มีพยานยืนยันว่า เกียร์ที่เลื่อนไปอยู่ตำแหน่ง P และเบรกมือที่ดึงขึ้น เป็นเพราะผู้เข้าช่วยเหลือผู้ตายเป็นผู้ทำเพื่อป้องกันรถไหล ขณะที่กุญแจก็มีการนำมามอบให้แก่พนักงานสอบสวนหลังเกิดเหตุ

                    ประเด็นดังกล่าวยังมีภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพได้ขณะรถยนต์คันนี้ตกลงมากระแทกพื้น โดยภาพที่ปรากฏรถยนต์คันนี้ได้พุ่งตกลงมาจากตัวอาคารแล้วตีลังกาบริเวณหลังคากระแทกพื้นก่อนจะกระเด้งกลับล้อตั้งพื้นแล้วมีการเคลื่อนที่ไม่ได้หยุดนิ่ง ยืนยันได้ว่าขณะนั้นรถไม่ได้เบรก

                    ส่วนประเด็น "ความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร" พบว่าบริเวณที่รถยนต์คันนี้พุ่งชน เป็นแผ่นซีเมนต์สำเร็จกั้นเป็นผนังสูงจากพื้นประมาณ 1 เมตรเศษ ซึ่งถูกชนจนเสียหายตกลงมายังพื้นล่าง ขนาดเกือบเท่ากับด้านหน้าของรถ วิศวกรจากสำนักโยธาของ กทม. ยืนยันว่า แผ่นซีเมนต์ผนังอาคารไม่ได้ออกแบบให้สามารถต้านทานแรงชนได้อย่างเช่นแผ่นซีเมนต์ที่ติดตั้งไว้ตามข้างถนน เมื่อถูกรถพุ่งชนก็ย่อมจะแตกเสียหายและตกลงไปยังพื้นล่าง

                    ท้ายสุดชนวนเหตุทั้งหมดจึงมาขมวดที่ "อุบัติเหตุ" จากภาพถ่ายวงจรปิดเห็นได้ว่า ผู้ตายขับรถออกจากที่จอดแล้วเลี้ยวขวาเพื่อเข้าสู่ทางลงจากลานจอดรถชั้น 6 ไปยังชั้น 5 ซึ่งมีความลาดเอียงทำมุม 30 องศา ในลักษณะย้อนศรและกระชั้น ทั้งที่ผู้บริหารอาคารได้กำหนดระบบการจัดการจราจรภายในลานจอดไว้แล้ว คือรถทุกคันที่จอดบริเวณนั้นเมื่อนำรถออกจากที่จอดจะต้องเลี้ยวซ้ายก่อนแล้วจึงวนกลับลงไปยังทางลงเพื่อความปลอดภัย

                    ชุดคลี่คลายคดียังได้ตรวจสอบภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดซึ่งบันทึกภาพขณะรถคันนี้ออกจากจุดจอดแล้วพุ่งชนผนังกำแพงมาคำนวณความเร็วของรถชนิดเฟรมต่อเฟรม พบว่า ขณะเกิดเหตุรถคันนี้วิ่งด้วยความเร็วสม่ำเสมอที่ 27.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่ได้เร่งความเร็วเพิ่มขึ้นหรือชะลอความเร็วลงแต่อย่างใด ลักษณะการพุ่งชนเป็นการชนด้านหน้า ไม่ได้ถอยหลังชน

                    ในที่ประชุมของชุดคลี่คลายคดี ซึ่งมี พล.ต.ท.จรัมพร เป็นประธานในที่ประชุม มีความเห็นตรงกันว่า จากพยานหลักฐานทั้งหมดสามารถสรุปสาเหตุแห่งคดีได้ว่าเป็น "อุบัติเหตุ" สันนิษฐานได้ว่า ขณะเกิดเหตุผู้ตายอาจใช้ความเคยชินในการขับรถ ซึ่งตามปกติหากผู้ตายขับรถวนซ้ายออกไปเพื่อเข้าสู่เส้นทางจราจรที่ทางอาคารกำหนดไว้ก็จะไม่เกิดเหตุร้ายขึ้น แต่ในวันเกิดเหตุผู้ตายขับรถย้อนศรทำให้เส้นทางเปลี่ยน ประกอบกับสภาพในลานจอดรถอาจหลอกตา ผู้ตายใช้ความเคยชินในการขับจึงขับรถมุ่งหน้าไปทิศทางของกำแพงแล้วพุ่งชน ซึ่งระยะเวลาในการเกิดเหตุเพียงแค่ 1.25 วินาที เท่านั้น ผู้ตายจึงไม่สามารถทำอะไรได้ทัน

                    "อยากเตือนไปยังผู้ขับขี่รถยนต์ทุกคน ในการขับขี่รถจะต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ก่อนออกรถทุกครั้งต้องตั้งสติ โดยต้องวางแผนการเดินทางล่วงหน้าระหว่างทางจะได้ไม่ใจลอย รถที่เป็นเกียร์ออโต้ก่อนเหยียบคันเร่งต้องสังเกตทุกครั้งว่าเกียร์อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการหรือไม่ เช่นหากต้องการเดินไปข้างหน้าเกียร์ต้องอยู่ที่ D หากถอยหลังต้องอยู่ที่ R หากไม่ระวังท่านอาจเข้าเกียร์ผิดรถจะไปในทิศทางตรงกันข้ามกับที่ต้องการ ซึ่งจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ขณะที่รองเท้า น้ำดื่ม หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นใดไม่ควรวางไว้ในช่องวางเท้าคนขับเพราะสิ่งเหล่านั้นอาจไปขัดขวางการเหยียบเบรกหรือคันเร่งซึ่งอันตรายอย่างยิ่ง" พล.ต.ท.จรัมพร แนะนำ

                    ที่สำคัญคือการขับรถต้องเคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพราะเพียงชั่วเวลาสั้นๆ แค่เสี้ยววินาทีเดียว อาจคร่าชีวิตทั้งผู้ขับขี่ เพื่อนร่วมทาง และบุคคลอื่นๆ ที่สัญจรผ่านละแวกนั้นด้วย

                    ตั้งสติก่อนสตาร์ท...อุบัติเหตุป้องกันได้หากไม่ประมาท!

 

 

---------------------

(คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : ไขปริศนา!ผจก.เชฟโรเลต ขับรถตกตึก "รสา" : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ)