ข่าว

ใต้ป่วน!วางบึ้มรถไฟที่รือเสาะ-เจ็บเพียบ

ใต้ป่วน!วางบึ้มรถไฟที่รือเสาะ-เจ็บเพียบ

18 พ.ย. 2555

คนร้ายวางระเบิดน้ำหนัก 90 กิโลกรัม ขบวนรถไฟ 453 นครศรีธรรมราช-สูไหงโก-ลก แรงระเบิดทำให้อส.เสียชีวิต เจ็บ 16 ด้านจนท.ระบุระเบิดรถไฟ ฝีมือกลุ่มนายรอแปอิง อุเซ็ง

               เมื่อเวลา 07.15 น.วันที่ 18 พ.ย.55 ร.ต.ท.ศรีธนน สำลี ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุระเบิดขบวนรถไฟ เส้นทางระหว่าง บ.สโลว์กับ บ.ลาโละ ม.9 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ดุลยามาน แยนา ผกก.สภ.รือเสาะ พ.ต.พงษ์พิภพ อรุณเลิศ รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 นายวรเชษฐ พรมโอภาษ นายอำเภอรือเสาะ ร.ต.ต.แซน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และกองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.นราธิวาส กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารและฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งเดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

                ทั้งนี้ พบขบวนรถไฟสายที่ 453 วิ่งต้นทางจาก จ.นครศรีธรรมราช ปลายทางสุไหงโก-ลก ตกอยู่ไหล่ทาง เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานไปยังหน่วยที่เกี่ยวข้องทำการลากรถไฟขบวนดังกล่าวออกห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร เพื่อความสะดวกในการเข้าตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ โดยจากการเข้าตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตซึ่งเป็น อส.คุ้มครองขบวนรถไฟสายดังกล่าวนอนตายในสภาพคว่ำหน้าอยู่กลางตู้การ์ดซึ่งเป็นโบกี้ที่6โดยถูกแรงอัดและสะเก็ดระเบิดเข้าที่ลำตัว ตรวจสอบชื่อ อส.ธนากร ขุนแก้ว อายุ 35 ปี ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บซึ่งเจ้าหน้าที่มูลนิธิของอิสลามทำการลำเลียงออกจากจุดเกิดเหตุมีจำนวน 16 ราย ถูกนำส่งรักษาอาการเบื้องต้นที่ รพ.รือเสาะ ในเวลาต่อมา

                จากการเข้าตรวจที่เกิดเหตุบริเวณภายในโบกี้ที่ 6 ซึ่งเป็นตู้การ์ดของเจ้าหน้าที่ พบว่าภายในมีสภาพที่ถูกระเบิดจนเสียหายยับเยินทั้งตู้ รวมทั้งตู้ข้างเคียงที่ถูกสะเก็ดระเบิดเช่นกันอีก 1 ตู้ ส่วนหลุมระเบิดกว้าง 2 เมตร ลึก 1.50 เมตร และพบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่อง หนัก 90 กิโลกรัมที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สหุงต้ม ก่อนลากสายไฟไปในป่ารกทึบข้างทางประมาณ 100 เมตร แล้วจุดชนวนด้วยแบ็ตเตอรี่ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบมือข้างขวาของ อส.ธนากร ที่เสียชีวิตตกอยู่ริมรางรถไฟ พร้อมอาวุธปืนสงคราม M 16 พร้อมแม็กกาซีนและกระสุนจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานต่อไป

               ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 16 ราย ซึ่งมีอาการสาหัส 8 รายและส่งรักษาต่อ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ ในเวลาต่อมาคือ 1.อส.ชวนิต ชูประวัติ 2.อส.วินัย พรหมพูล 3.อส.ประสาน ชาตรี 4.นายสุขสวัสดิ์ เรืองนาม ขาขาด 2 ข้าง  5.ดช.มะเพาซัน ดาโอ๊ะ 6.ดช.มะเพาซี ดาโอ๊ะ 7.นายสุกรี โกเบ 8.นายกำพล หน่อแก้ว ส่วนอีก 1 รายคือนายสมมาตร แก้วประสิทธิ์ นอนรักษาตัวที่ รพ.รือเสาะ และอีก 7 รายแพทย์รักษาอาการบาดเจ็บก่อนอนุญาตให้กลับบ้านได้

               จากการสอบสวนนายอิสมะแอ อูเซ็งดอเลาะ ผญบ.ม.9 บ.สโลว์ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ขบวนรถไฟสายดังกล่าวกำลังออกจากสถานีย่อยบ้านสโลว์บูกิตจือแร ได้ประมาณ 5 นาที จากนั้นตนเองซึ่งกำลังนั่งดื่มน้ำชาอยู่ที่ร้านน้ำชาใกล้สถานีรถไฟ ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ จึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่เข้าตรวจสอบจนพบว่ารถไฟสายดังกล่าวถูกระเบิดเสียก่อน ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ตนเองขอประณามกลุ่มคนร้ายเนื่องจากชาวบ้านที่โดยสารมากับขบวนรถไฟได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก

              ด้านนายมานพ เหมือนปรีชา นายสถานีรถไฟตันหยงมัส อ.ระแงะ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุขบวนรถไฟทั้งขาขึ้นและขาล่องรวม 14 ขบวนที่วิ่งต้นทางและปลายทางสุไหงโก-ลกต้องหยุดวิ่งทุกขบวนอย่างไม่มีกำหนด เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่เคลียร์จุดเกิดเหตุโดยต้องมีการยกขบวนรถไฟสายดังกล่าวออกจากที่เกิดเหตุ และทำการซ่อมแซมรางรถไฟ ขณะเดียวกันต้องดูถึงมาตรการในการคุ้มครองขบวนรถไฟของเจ้าหน้าที่กองกำลังว่าจะต้องมีการปรับแผนอย่างไรบ้างต่อไปอีกด้วย

 

จนท.ระบุระเบิดรถไฟ  ฝีมือกลุ่มนายรอแปอิง อุเซ็ง

               พ.ต.อ.บรรลือ ชูเวทย์ รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส เปิดเผย "ผู้สื่อข่าว" ความคืบหน้าทางคดีเหตุคนร้ายวางระเบิด 90 กก.ถล่มขบวนรถไฟสายที่ 453 ต้นทางนครศรีธรรมราช ปลายทางสุไหงโก-ลก เหตุเกิดช่วงเช้าที่ผ่านมา ส่งผลให้มี อส.เสียชีวิต 1 นายและมีชาวบ้านรวมทั้ง อส.ได้รับบาดเจ็บอีกรวม 16 ราย ว่า จากการตรวจสอบพบว่ากลุ่มที่ลอบวางระเบิดสร้างความสูญเสียต่อชีวิต

                อีกทั้งยังสร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้านที่ต้องอาศัยรถไฟเป็นพาหนะในการเดินทางหลังขบวนรถไฟหยุดวิ่งให้บริการอย่างไม่มีกำหนด โดยผู้ก่อเหตุที่มีประมาณ 6 คนทั้งฝังระเบิด ดูต้นทางและจุดชนวนเป็นสมุนของนายรอแปอิง อุเซ็ง แกนนำระดับปฏิบัติการตัวเอ้ ที่มีหมายจับ ป.วิอาญาหลายคดี และเคลื่อนไหวในพื้นที่ ม.9 บ.สโลว์ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายกำลังประชุมลับเพื่อวางแผนในการบุกจู่โจมตรวจค้นเพื่อไล่ล่านายรอแปอิงและสมุนทั้งหมดมาดำเนินคดีให้ได้

                ขณะที่บริเวณจุดเกิดเหตุซึ่งถือเป็นพื้นที่เสี่ยงและจุดบอด เนื่องจากเกิดเหตุการณ์บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการลอบยิงขบวนรถไฟ หรือการวางระเบิด ทำให้ทุกฝ่ายต้องมีการนำแผนในการ รปภ.กลับมาทบทวนกันใหม่อีกรอบ เพราะไม่เช่นนั้นจะสร้างความเดือดร้อนซ้ำแล้วซ้ำเล่า และช่วงที่กลุ่มคนร้ายลอบนำระเบิดหนักถึง 90 กก.ไปฝังไว้เป็นช่วงดึกในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังมีการสับเปลี่ยนกำลังเป็นวงรอบปรกติ โดยใช้จอบเสียมขุดและฝังระเบิดใช้เวลาเพียง 1 ชม. และยังเป็นเส้นทางที่ไม่มีบ้านเรือนของชาวบ้านแม้เพียงหลังเดียว ที่สำคัญพบว่าชาวบ้านในพื้นที่ ม.9 เกรงกลัวการเป็นเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่ เพราะนายรอแปอิง จะไม่มีการข่มขู่ แต่สังหารทิ้งเมื่อรู้ว่าใครเป็นสายให้ทางการ และนี่คือจุดบอดที่กำลัง 3 ฝ่ายต้องเร่งเข้าไปสร้างมวลชนเพื่อดึงชาวบ้านมาเป็นฝ่ายรัฐให้มากที่สุด