ข่าว

ปชช.มอง'ม็อบเสธ.อ้าย'กระทบเชื่อมั่น

ปชช.มอง'ม็อบเสธ.อ้าย'กระทบเชื่อมั่น

18 พ.ย. 2555

'เอเเบคโพลล์'เผยคนไทยไม่เห็นด้วยกับ'ม็อบเสธ.อ้าย'เพราะกระทบความเชื่อมั่นของตปท.ด้าน'สวนดุสิตโพลล์'เผยผลสำรวจ'ม็อบเสธ.อ้าย'ชี้ควรเจรจามากกว่าออกมาชุมนุม

               18 พ.ย.55 ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง คำอธิษฐานของคนไทยต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองในสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปใน 17 จังหวัดของประเทศ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เพชรบุรี ฉะเชิงเทรา นครปฐม สมุทรปราการ อุตรดิตถ์ ลำปาง  เชียงราย  มุกดาหาร หนองคาย สกลนคร  ร้อยเอ็ด  บุรีรัมย์ เลย ยะลา  นราธิวาส  และสงขลา จำนวนทั้งสิ้น 2,267 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 11 - 17 พฤศจิกายน  2555 ที่ผ่านมา โดยใช้การเลือกตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่มเชิงชั้นภูมิหลายชั้น ที่สุ่มเลือกจังหวัด อำเภอ ตำบล ชุมชน ครัวเรือน และประชาชนที่ตอบแบบสอบถามระดับครัวเรือน ความคลาดเคลื่อนร้อยละ 7 พบว่า

               ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 77.5 ทราบข่าวการนัดชุมนุมขับไล่รัฐบาลของกลุ่มองค์กรพิทักษ์สยามซึ่งนำโดย พล.อ.บุญเลิศ  แก้วประสิทธิ์ โดยส่วนใหญ่หรือร้อยละ 87.4 คิดว่าการนัดชุมนุมขับไล่รัฐบาลของกลุ่มองค์กรพิทักษ์สยามเป็นสิทธิของประชาชนที่สามารถแสดงออกได้ทางการเมืองภายใต้ระบอบประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 94.5 ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมที่จะนำพาประเทศไปสู่การปกครองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย มีเพียงร้อยละ 5.5 เท่านั้นที่เห็นด้วย

               ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 68.9 คิดว่าการนัดชุมนุมขับไล่รัฐบาลของกลุ่มองค์กรพิทักษ์สยามจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของชาวต่างชาติต่อรัฐบาลไทย ถ้าเกิดความรุนแรงขึ้นในการชุมนุม ในขณะที่ร้อยละ 31.1 คิดว่าไม่กระทบ โดยส่วนใหญ่หรือร้อยละ 67.4 คิดว่าการนัดชุมนุมขับไล่รัฐบาลครั้งนี้เป็นเรื่องการเมือง ในขณะที่ร้อยละ 32.6 คิดว่าไม่ใช่เรื่องการเมือง

               ยิ่งไปกว่านั้น ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 74.7 คิดว่าถ้ามีการชุมนุมของคนจำนวนมากตามที่ประกาศไว้จะกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล ในขณะที่ร้อยละ 25.3 คิดว่าไม่ส่งผลกระทบ

               ที่น่าสนใจคือ คำอธิษฐานของประชาชนที่ถูกศึกษาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองในสถานการณ์การเมืองขณะนี้ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.0 อยากให้การชุมนุมวันที่ 24 พ.ย. เป็นไปด้วยความสงบ เป็นระเบียบเรียบร้อย รองลงมาคือ ร้อยละ 81.2 ขอให้ประชาชนคนไทยทุกคนมีจิตสำนึกรู้คุณแผ่นดิน ร้อยละ 73.8 อยากเห็นคนไทยรักกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีอะไรก็พูดจากัน ร้อยละ 67.8 อยากเห็นการปรองดองเกิดขึ้นอย่างแท้จริง และร้อยละ 67.2 อยากให้ผู้ชุมนุมทุกคนมีสติ ไม่ตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มผู้นิยมความรุนแรง นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 73.8 ไม่คิดว่าการชุมนุมวันที่ 24 พ.ย.นี้จะยืดเยื้อ

               ผอ.เอแบคโพลล์ กล่าวว่า จากการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์เจาะลึกพบว่า ส่วนใหญ่มีความกังวลต่อการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงจากมือที่สามเพื่อทำให้เกิดความวุ่นวายและการสูญเสีย และยังกังวลต่อปัญหาอาชญากรรม ปัญหาความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเพราะความไม่เพียงพอของจำนวนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องตรวจตราท้องที่ในช่วงที่มีการชุมนุมใหญ่ จึงต้องการให้ผู้ใหญ่ในสังคมไทยที่มีหน้าที่บริหารจัดการปัญหาบ้านเมืองและฝ่ายการเมืองช่วยกันคิดหาทางออกที่เหมาะสมกับสถานการณ์การเมืองของประเทศ  ในเวลานี้โดยไม่ทำให้ประเทศและประชาชนทั้งประเทศต้องเสียหายเดือดร้อน โดยขอให้ช่วยกันประคับประคองบ้านเมืองให้ก้าวไปข้างหน้าและเชื่อมั่นว่ากลุ่มนักการเมืองน้ำดีและกระบวนการยุติธรรมจะสามารถช่วยคลี่คลายปัญหาการเมืองที่กำลังเป็นบทพิสูจน์ความรักชาติบ้านเมืองที่แท้จริงของประชาชนคนไทยทุกคนในเวลานี้ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายที่เห็นด้วยกับการชุมนุมก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาของการเมืองที่ฝ่ายไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลเพราะเล็งเห็นว่าไม่มีความสมดุลของจำนวนสมาชิกฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลในสภาฯ จึงต้องการให้มีการเมืองนอกสภาจากภาคประชาชนมาถ่วงดุลอำนาจของฝ่ายการเมือง จึงน่าจะเป็นข้อมูลสำคัญให้ฝ่ายที่มีอำนาจไม่ประมาท ไม่ทำให้สาธารณชนรู้สึกว่ารัฐบาลกำลังใช้พวกมากในสภาฯ กอบโกยผลประโยชน์เพื่อตนเองและพวกพ้องต่อไป

               จากการพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 49.7 เป็นชาย ร้อยละ 50.3 เป็นหญิง ตัวอย่างร้อยละ 3.7 อายุน้อยกว่า 20 ปี ร้อยละ 19.9 อายุระหว่าง 20-29 ปี ร้อยละ 20.2 อายุระหว่าง 30-39 ปี ร้อยละ 20.7 อายุระหว่าง 40-49 ปี และ ร้อยละ 35.5 อายุ 50 ปีขึ้นไป ตัวอย่างร้อยละ 58.7 สำเร็จการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี ในขณะที่ ร้อยละ 41.3 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ตัวอย่างร้อยละ 32.9 ระบุอาชีพเกษตรกร/รับจ้างทั่วไป ร้อยละ 27.1 ระบุอาชีพค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว ร้อยละ 10.6 ระบุเป็นพนักงานเอกชน ร้อยละ 8.0 ระบุข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 8.3 ระบุเป็นนักเรียนนักศึกษา ร้อยละ 9.8 เป็นแม่บ้าน/พ่อบ้าน/เกษียณอายุ ร้อยละ 3.3 ว่างงาน/ไม่ได้ประกอบอาชีพ 

               

"สวนดุสิตโพลล์"เผยผลสำรวจม็อบเสธ.อ้าย ชี้ควรเจรจามากกว่าออกมาชุมนุม

               จากกรณีที่ เสธ.อ้าย ประกาศว่า จะมีการชุมนุมขึ้นอีกครั้งในวันที่ 24 พ.ย.นี้ ที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า และยังมีกระแสข่าวว่ามีนายทุนลงขันเงิน 6 พันล้านบาท เพื่อล้มล้างรัฐบาล โดยมีหลายฝ่ายออกมาแสดงความเป็นห่วงกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์บานปลาย จนถึงขั้นแนะให้ใช้ พรบ.ความมั่นคงออกมาใช้ควบคุมการชุมนุม เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมทางการเมืองและแสวงหาฐานข้อมูลด้านความคิดเห็น

               “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชน ทั่วประเทศที่สนใจติดตามข่าวการชุมนุม จำนวน 1,416 คน ระหว่างวันที่ 15-17 พฤศจิกายน 2555 สรุปผลดังนี้

               1. ประชาชนคิดอย่างไร ? กับ“การชุมนุมขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์” ของ เสธ.อ้าย ในวันที่ 24 พ.ย.นี้ อันดับ 1 ควรใช้วิธีการเจรจามากกว่าการออกมาชุมนุมเคลื่อนไหว อาจมีผู้ไม่หวังดีเข้ามาสร้างความปั่นป่วน วุ่นวาย 42.69 % อันดับ 2 เป็นเกมการเมืองเพื่อหวังกดดันรัฐบาลให้ทำตามข้อเรียกร้อง /ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ 30.43 % อันดับ 3 เป็นสิทธิของประชาชนที่ต้องการออกมาเรียกร้องหรือแสดงความคิดเห็น แต่ควรอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม 26.88 %

               2.ประชาชนมีความวิตก /กังวล /กลัว เหตุการณ์รุนแรงและบานปลายจากการชุมนุมครั้งนี้หรือไม่ ? อันดับ 1 กลัวจะเกิดความรุนแรง 39.09 % เพราะจากกระแสข่าวมีหลายฝ่ายออกมาแสดงความเป็นห่วง และแนะนำให้ใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงมาดูแล เนื่องจากเกรงว่าอาจเกิดเหตุการณ์ที่ไม่สู้ดีหรือไม่สามารถควบคุมได้ ฯลฯ อันดับ 2 เฉยๆ 35.98 % เพราะในระยะหลังประเทศไทยมีการชุมนุมเคลื่อนไหวเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนกลายเป็นเรื่องปกติของสังคมบ้านเราไปแล้ว ฯลฯ อันดับ 3 ไม่กลัวจะเกิดความรุนแรง 24.93 % เพราะเชื่อว่าภาครัฐและจนท.ตำรวจจะสามารถควบคุมดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมได้ แกนนำยืนยันว่าจะชุมนุมอย่างสงบ ฯลฯ

               3. ทำอย่างไร?“การชุมนุมขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์” ของเสธ.อ้ายครั้งนี้จะไม่เกิดความรุนแรง อันดับ 1 ทุกฝ่ายจะต้องมีสติ ใช้เหตุผล หันหน้าเข้าหากัน เจรจาอย่างสันติวิธี 44.24 % อันดับ 2 ทุกคนต้องยึดปฏิบัติตามกฎระเบียบในการชุมนุมอย่างเคร่งครัด นึกถึงส่วนรวมเป็นสำคัญ 28.49 % อันดับ 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องดูแลการชุมนุมอย่างเข้มงวด อย่าปล่อยให้มีการปลุกระดมหรือใช้กำลังอย่างเด็ดขาด 27.27 %               

               4. ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะใช้ พรบ.ความมั่นคง ควบคุมการชุมนุมของเสธ.อ้ายครั้งนี้ อันดับ 1 ไม่แน่ใจ 42.33 % เพราะถ้าการชุมนุมมีคนมาเข้าร่วมจำนวนมากก็อาจส่งผลให้การควบคุมดูแลของจนท.ตำรวจลำบากมากขึ้น อาจเกิดการกระทบกระทั่งกันได้ง่าย ฯลฯ อันดับ 2 ยังไม่ถึงเวลา 30.97 % เพราะยังไม่รู้เหตุการณ์ข้างหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ไม่ควรตีตนไปก่อนไข้ อาจสร้างความไม่พอใจให้กับหลายๆคน ฯลฯ อันดับ 3 ถึงเวลาแล้ว 26.70 % เพราะประชาชนจะได้สบายใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงใดๆขึ้น กันไว้ดีกว่าแก้ เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานง่ายขึ้น ฯลฯ

               5.สิ่งที่อยากฝากบอก กับ“เสธ.อ้าย” กรณี การชุมนุมครั้งนี้ คือ อันดับ 1 ขอให้ชุมนุมอย่างสงบ ใช้หลักสันติวิธี มีเหตุและผล /ไม่ใช้ความรุนแรง 41.07 % อันดับ 2 ไม่ควรใช้เกมการเมืองในการชุมนุมครั้งนี้ เพราะอาจเกิดเหตุการณ์บานปลายได้ 31.25 % อันดับ 3 การตรวจตรา สังเกตผู้ที่มาร่วมชุมนุมไม่ให้มีการพกอาวุธหรือปล่อยให้มีผู้ไม่หวังดีเข้าปะปนในการชุมนุม 27.68 %

               6.สิ่งที่อยากฝากบอก กับ“รัฐบาล” กรณี การชุมนุมครั้งนี้ คือ อันดับ 1 กำชับ สั่งการให้จนท.ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องดูแลควบคุมการชุมนุมครั้งนี้ให้ดี อย่าให้มีความรุนแรง 36.23 % อันดับ 2 การอำนวยความสะดวกต่างๆให้กับผู้ชุมนุม เพื่อบรรยากาศในการชุมนุมจะได้ผ่อนคลาย 33.82 % อันดับ 3 มีความเป็นธรรม เป็นกลาง ยึดปฏิบัติตามกฎหมาย /ยอมรับฟังความคิดเห็น มีสติมีเหตุผล 29.95 %

               7. สิ่งที่อยากฝากบอก กับ“ฝ่ายค้าน” กรณี การชุมนุมครั้งนี้ คือ อันดับ 1 ไม่ยั่วยุหรือปลุกระดมให้กลุ่มผู้ชุมนุมเกิดความไม่พอใจหรือใช้ความรุนแรง 40.12 % อันดับ 2 อยู่เฉยๆ เฝ้าดูสถานการณ์ /ทำตามหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด 31.14 % อันดับ 3 รับฟังเหตุผลหรือข้อเรียกร้องต่างๆอย่างมีสติ /ร่วมมือกับรัฐบาลหรือช่วยหาแนวทางแก้ไขปัญหา 28.74 %

               8. จากข่าวที่ว่าการชุมนุมของเสธ.อ้ายครั้งนี้ มีขบวนการระดมทุนลงขัน 6,000 ล้านบาท เพื่อล้มรัฐบาล ประชาชนเชื่อหรือไม่ ? อันดับ 1 ไม่แน่ใจ 45.82 % เพราะไม่ทราบข้อเท็จจริง ยังไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่ามีการรับเงินจำนวนนี้จริง ฯลฯ อันดับ 2 ไม่เชื่อ 31.70 % เพราะเป็นเกมการเมือง เป็นการปล่อยข่าวเพื่อหวังลดความน่าเชื่อถือของเสธ.อ้ายและการออกมาชุมนุมครั้งนี้ ฯลฯ อันดับ 3 เชื่อ 22.48 % เพราะมีกระแสข่าวในเรื่องนี้ออกมามาก ,นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ก็ออกมายอมรับว่าได้ยินข่าวนี้เหมือนกัน ,การชุมนุมต้องใช้เงินมาก ฯลฯ