ข่าว

'เต็ง เส่ง'ยอมให้สิทธิโรฮิงญามากขึ้น

'เต็ง เส่ง'ยอมให้สิทธิโรฮิงญามากขึ้น

17 พ.ย. 2555

'เต็ง เส่ง'แบะท่าพร้อมให้สิทธิแก่โรฮิงญามากขึ้น รวมไปถึงสัญชาติใบอนุญาตให้ทำงาน เป็นของขวัญก่อนบารัก โอบามาเยือนพม่า

              โฆษกสหประชาชาติแถลงเมื่อวันเสาร์ (17 พ.ย.) ว่าประธานาธิบดีเต็ง เส่งได้ส่งจดหมายถึงนายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ ประกาศจะยอมให้สิทธิบางอย่างแก่มุสลิมโรฮิงญา รวมไปถึงเรื่องสัญชาติ การออกใบอนุญาตทำงาน และเสรีภาพในการเดินทาง สิทธิความเป็นพลเมืองพม่าแก่โรฮิงญา ในจดหมายฉบับนี้ นายเต็ง เส่งได้ประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่างชาวพุทธในรัฐยะไข่แก่ชาวมุสลิมโรฮิงญา รวมทั้งให้สัญญาว่าจะหามาตรการเยียวยาเหยื่อความรุนแรงตลอดจนนำตัวผู้ที่เกี่ขวข้องกับเหตุรุนแรงมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
    
               ผู้นำพม่ายังให้สัญญาว่ารัฐบาลพร้อมจะใช้มิติทางการเมืองเข้ามาช่วยเหลือชาวโรฮิงญา ตั้งแต่การจัดหาที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้ที่ไร้ที่อยู่อาศัยไปจนถึงการให้สัญชาติ นอกเหนือจากจะออกเอกสารสำคัญทางราชการให้ไม่ว่าจะเป็นใบเกิด ใบอนุญาตให้ทำงานและการอนุญาตให้สามารถเดินทางไปทั่วประเทศได้ภายใต้เงื่อนไขว่าต้องแต่งกายแบบชาวพม่าทั่วไปเพื่อเป็นหลักประกันว่าชาวโรฮิงญาพร้อมจะยอมรับปทัสถานของสังคม แต่ผู้นำพม่าไม่ได้ระบุชัดว่าจะเริ่มลงมือเมื่อใด
    
               ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศและการคลังของสหรัฐได้ประกาศยกเลิกมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าเกือบทุกชนิดจากพม่าแล้ว  ยกเว้นสินค้าจำพวกประเภท หยก ทับทิม และอัญมณีอื่นๆ ที่มีส่วนประกอบของหยก และทับทิม เนื่องจากพบว่ายังมีการคอรัปชันและความรุนแรงสูง เพื่อส่งเสริมความพยายามในการปฏิรูปประเทศสู่ความเป็นประชาธิปไตย รวมทั้งสนับสนุนให้มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดียิ่งขึ้น นอกเหนือจากเปิดโอกาสทางธุรกิจระหว่างพม่าและสหรัฐฯ และเพื่อเปิดโอกาสให้พม่ากลับเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจโลก ก่อนที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา จะเดินทางเยือนครั้งประวัติศาสตร์ในวันจันทร์นี้ (19 พย)
    
               ด้านนายแบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการองค์การฮิวแมน ไรท์ส วอทช์ ประจำภูมิภาคเอเชียให้ความเห็นว่าการเดินทางเยือนพม่าของนายโอบามามีความสุ่มเสี่ยงที่จะถูกมองว่าสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาลที่ยังมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะในรัฐยะไข่และรัฐคะฉิ่น  นายโอบามาควรระมัดระวังไม่ชมเชยการเปลี่ยนแปลงในพม่ามากเกินไปจนกว่าจะเห็นการปฏิรูประยะยาว รวมทั้งควรจะใช้โอกาสอันงามครั้งนี้กดดันให้รัฐบาลประธานาธิบดีเต็ง เส่ง เดินหน้าปฏิรูปด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นรูปธรรม จึงจะเป็นการสนับสนุนการปฏิรูปอย่างแท้จริงและยั่งยืน
 

เสนอตั้งฮอตไลน์เชื่อมอาเซียน-จีน

            นายมาร์ตี้ นาทาเลกาวา รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซียได้เสนอแนะระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของภาคีอาเซียนที่กรุงพนมเปญ เมื่อวันเสาร์ (17 พ.ย.) ให้ตั้งฮอตไลน์เชื่อมอาเซียนกับจีนขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางในการติดต่อสื่อสารฉุกเฉินในกรณีที่เกิดเหตุพิพาทหมู่เกาะที่ทะเลจีนใต้ที่เริ่มตึงเครียดขึ้นมาอีกครั้งเพื่อให้ประเทศคู่กรณี สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว อันเป็นหนึ่งในประเด็นหลักการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 21 ตามด้วยการประชุมเอเชียตะวันออกครั้งที่ 7 อย่างไรก็ดี รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศจีนเตือนว่า ไม่ควรหยิบยกประเด็นทะเลจีนใต้ขึ้นมาบนเวทีประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก