ข่าว

เหตุจยย.บอมบ์เชื่อฝีมือ'ฮาซัน มูซอดี'

เหตุจยย.บอมบ์เชื่อฝีมือ'ฮาซัน มูซอดี'

17 พ.ย. 2555

จยย.บอมบ์เมืองยะลา ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์วอนภาครัฐเร่งเยียวยา เพื่อที่จะได้ฟื้นฟูการค้าให้กลับคืนมาได้ ทหารยอมรับยังต้องปรับแผนในการดูปชช.

          วันที่ 17 พ.ย.55  จากเหตุคนร้ายนำรถจักรยานยนต์ ซุกซ่อนระเบิดมาจอดที่หน้าร้านแสงไทยโลหะกิจ ถ.สิโรรส ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา แล้วจุดชนวนระเบิดในขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารชุดสุนัขสงคราม หน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 11 รวม 5 นาย ขับรถกระบะผ่านมา แรงระเบิดทำให้ทหารและชาวบ้านได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย นอกจากนั้นแรงระเบิดยังทำให้เพลิงลุกไหม้อาคารบริเวณที่เกิดเหตุหลายคูหา เหตุเกิดเมื่อเวลา 07.25 น.
 
          เวลา  11.00 น. พล.ต.ปราการ ชลยุทธ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมซักถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ นายพรศักดิ์ ลีลาเกรียงศักดิ์ เจ้าของร้านชัยเจริญอะไหล่ และนายบุญเยี่ยม ตันชัชวาล เจ้าของร้านแสงไทยโลหะกิจ ซึ่งเป็นร้านได้รับความเสียหายจากเหตุระเบิดฃ
 
          นายพรศักดิ์ ลีลาเกรียงศักดิ์ เจ้าของร้านชัยเจริญอะไหล่ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนเองก็อยู่ภายใน  แรงระเบิดทำให้ทรัพย์สินภายในร้านได้รับความเสียหาย  อยากให้ทางรัฐมีมาตรการช่วยเหลือเยียวยา ผู้ประกอบการค้าด้วย สำหรับการดูแลรักษาความปลอดภัยนั้น ก็อยากจะให้เข้มงวดกว่านี้ เพราะถ้าเกิดในเมืองได้ ทุกคนก็ไม่สบายใจ
 
          นายบุญเยี่ยม ตันชัชวาล เจ้าของร้านแสงไทยโลหะกิจ กล่าวว่า  เมื่อเกิดเรื่องแล้ว การเยียวยาจะต้องเร็ว จะต้องรีบมาช่วยเหลือ มีเจ้าหน้าที่มาประเมินค่าความเสียหาย แล้วรีบดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาเป็นก้อน ไม่ใช่จ่ายเป็นงวด เพราะกว่าจะได้ครบ เงินที่ได้มาก่อนก็หมดไป ทำอะไรไม่ได้ “เรื่องกลัว เรื่องย้าย ก็คงจะไม่มีอยู่แล้ว เราเกิดที่นี่ อยู่ที่นี่ จะระเบิดอีกกี่ครั้งก็ต้องอยู่ที่นี่ ไม่หนีไปไหน ส่วนทรัพย์สินภายในร้านที่เสียหายก็จะต้องไปตรวจสอบอีกครั้ง” นายบุญเยี่ยม กล่าว
 
          พล.ต.ปราการ ชลยุทธ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา เปิดเผยว่า  ที่ผ่านมามีการระวังเต็มพื้นที่แล้ว แต่ก็พบว่ามีจุดอ่อน  ฝ่ายเจ้าหน้าที่ขอยอมรับ จะปรับปรุงแก้ไข ซึ่งหลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ก็ได้ลงพื้นที่ปิดล้อมบ้านเป้าหมายที่เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ ใช้กบดาน แต่ก็ยังไม่พบเป้าหมาย ส่วนกล้องวงจรปิดโดยรอบที่เกิดเหตุนั้นสามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบ รวมทั้งเส้นทางที่คนร้ายใช้ หลบหนี กล้องสามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้ทั้งหมด
 
          มีรายงานจากชุดสืบสวนสอบสวน ระบุว่า สำหรับคนร้ายที่ก่อเหตุในเบื้องต้นพุ่งเป้าไปที่กลุ่มของ นายฮาซัน มูซอดี แกนนำก่อเหตุรุนแรงระดับปฎิบัติการในพื้นที่ อ.เมือง และมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มของนายสาอูดี สตาปอ มือประกอบระเบิดที่รับผิดชอบการลอบวางระเบิดในพื้นที่ อ.ยะหา ซึ่งเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายทั้งสองกลุ่ม รวมตัวกันเพื่อปฏิบัติการในครั้งนี้
 
          สำหรับผู้ที่เสียชีวิตทราบชื่อแล้วคือ นางสาวพรรณี ศิรินทร์วรเวทย์ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54/42 หมู่ 9 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งสิ้น 33 ราย ซึ่งแพทย์โรงพยาบาลยะลา ให้รักษาตัวที่โรงพยาบาลยะลา 10 ราย ส่วนที่เหลือให้กลับบ้านได้


จยย.บอมบ์กลางเมืองยะลาดับ1เจ็บ20

          เมื่อเวลา 07.25 น.  ศูนย์รวมข่าว สภ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุ ระเบิดขึ้นที่บริเวณหน้าร้านแสงไทยโลหะกิจ เลขที่ 520 ถ.สิโรรส อ.เมือง จ.ยะลา เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จึงได้แจ้ง พันตำรวจเอกนรินทร์ บูสะมัญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลาทราบ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ชุดดับเพลิง เจ้าหน้าที่กู้ภัยยะลา นำกำลังเข้าสกัดกั้น และให้ความช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน
 
          เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพบว่า อาคารดังกล่าวกำลังถูกเพลิงลุกไหม้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ช่วยกันสกัดกั้นเพลิงไม่ให้ลุกโหม ใช้เวลา นานกว่า 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงได้  ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่กู้ภัยยะลา ได้เร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บออกมาจากทางด้านหลังอาคาร และนำตัว ส่งโรงพยาบาล
 
          นอกจากนั้นที่บริเวณหน้าแขวงการทางยะลา ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 20 เมตร เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะ ฟอร์ดเรนเจอร์ ของ เจ้าหน้าที่ทหารจอดอยู่สภาพรถได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด โดยที่บริเวณหน้ารถพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิงไม่ทราบชื่อคร่อมอยู่กับรถจักรยายนต์ โดยทราบว่าผู้เสียชีวิตดังกล่าวถูกรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ทหารซึ่งถูกแรงระเบิดกระเด็นมาพุ่งชนใส่จนเสียชีวิต
 
          ในที่เกิดเหตุหน้าร้านดังกล่าว พบรถยนต์เก๋ง หมายเลขทะเบียน ก.3301 ยะลา ถูกเผาไหม้ไปทั้งคัน โดยฝั่งตรงข้ามพบรถจักรยานยนต์ซึ่งคนร้ายทำเป็นจักรยานยนต์บอมบ์มาจออดไว้หน้าร้านดังกล่าว แต่แรงระเบิดทำให้กระเด็นข้ามไปอยู่อีกฝั่ง สภาพรถเสียหายทั้งคัน จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟร้อย สีแดงดำ ซึ่งแจ้งหายไว้ที่ สภ.เมืองยะลา เมื่อประมาณ 2 เดือน ที่แล้ว
 
          จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารฉก.ยะลา นำกำลังออกลาดตระเวนในพื้นที่เมื่อขับมาถึงจุดดังกล่าว คนร้าย ซึ่งได้จอดรถจักรยานยนต์บอมบ์ไว้ที่หน้าร้านแสงไทย ก่อนหน้านี้ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ทหารขับผ่านมา ได้จุดชนวนระเบิดขึ้นทันที ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารซึ่งอยู่ในรถยนต์กระบะ จำนวน 5 นาย ได้รับบาดเจ็บ โดย 2 นายอาการสาหัส และมีประชาชนได้รับบาดเจ็บ อีก 15 ราย บ้านเรือนเสียหาย จำนวน 5 คูหา รถยนต์รถจักรยานยนต์ที่จอดใกล้เคียงได้รับความเสียหายหลายคัน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการจุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารเนื่องจากพบแผงวงจร แบตเตอรี่กระเด็นตกอยู่ในที่เกิดเหตุ
 
          หลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ ผู้บัญชาการศูนย์ปฎิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พีระ บุญเลี้ยง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้เดินทางไปตรวจสอบดูจุดเกิดเหตุ พร้อมสั่งสกัดกั้นรถคนร้ายที่คาดว่า จะก่อเหตุพร้อมสั่งนำกล้องวงจรปิดไปตรวจสอบเป็นการด่วน โดยเบื้องต้นพบว่ากล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพของคนร้ายที่นำรถมาจอดเอาไว้ได้

 


โจรใต้ป่วนตระเวนตัดต้นยางพาราโต๊ะอิหม่ามครูและชาวบ้านเสียหาย
 
          อีกรายเหตุเกิด เมื่อเวลา 10.00 น.  ร.ต.อ.คงศักดิ์ แดงดี ร้อยเวร สภ.เมือง จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายตระเวนตัดต้นยางพาราของชาวบ้านได้รับความเสียหาย จำนวน 3 จุด ในพื้นที่บ้านตะโล๊ะแน็ง ม.4 บ้านทำนบ ม.5 ต.บางปอ จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.สมชาย พนมอุปการ รอง ผกก.สส.สภ.เมือง นายหฤษฏ์ มาหะมะ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง ร.ต.ท.นัฐวิทย์ วันเพ็ญศรี รองหน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
 
          จุดแรกเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบสวนยางพาราของนายดาโอ๊ะ กาเดร์ อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 135 ม.5 ต.บางปอ อ.เมือง จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นโต๊ะอิหม่าม โดยต้นยางพาราอายุ 3 ปี ปลูกในเนื้อที่ 7 ไร่ ถูกคนร้ายใช้มีดตัดได้รับความเสียหาย จำนวน 195 ต้น ส่วนจุดที่ 2 และ 3 ห่างจากจุดแรกไปประมาณ 1 ก.ม. ซึ่งเป็นสวนยางพาราของ น.ส.นริศรา มะสาและ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 131/1 ม.9 ต.บางปอ อ.เมือง จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นครูโรงเรียนบ้านยี่งอ โดยต้นยางพาราอายุ 5 ปี ปลูกในเนื้อที่ 3 ไร่ ตั้งอยู่บ้านตะโล๊ะแน็ง ม.4 ต.บางปอ ถูกคนร้ายใช้มีดตัดต้นยางพาราได้รับความเสียหาย 45 ต้น และสวนยางพาราที่ปลูกติดกัน ซึ่งเป็นของนายดือราแม คูตงดือรามะ อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 75 ม.10 ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส โดยต้นยางพาราอายุ 5 ปี ปลูกในเนื้อที่ 2 ไร่ถูกคนร้ายใช้มีดตัดต้นยางพาราได้รับความเสียหาย จำนวน 37 ต้น เจ้าหน้าที่จึงได้จดบันทึกเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน เพื่อติดตามจับกุมตัวกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป
 
          ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พ.ต.ท.สมชาย พนมอุปการ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองนราธิวาส เปิดเผยว่า กลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุขึ้นในครั้งนี้ เป็นพวกสมาชิกแนวร่วมของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อต้องการสร้างความแตกแยกและความหวาดระแวงขึ้นในหมู่บ้าน หลังจากที่ถูกเจ้าหน้าที่กดดันอย่างหนัก จนไม่สามารถเคลื่อนไหวแฝงตัวอยู่ในหมู่บ้านได้ จึงจำเป็นต้องสร้างความหวาดระแวง เพื่อง่ายต่อการแฝงตัวเคลื่อนไหวกบดานในหมู่บ้านต่างๆ