
ตม.รวบหนุ่มรัสเซียหนีคดี
ตม.รวบหนุ่มรัสเซียหนีคดีค้ากามมาซ่อนตัวประเทศไทย
วันที่ 16 พ.ย.55 เมื่อเวลา 12.30 น. พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชิษณุพงศ์ ยุกตะทัต รองผบช.สตม. พล.ต.ต.มนตรี โปตระนันท์ รองผบช.สตม. และพล.ต.ต.เกรียงศักดิ์ อรุณศรีโสภณ ผบก.ตม.3 แถลงข่าวจับกุมนายคอนสแตนติน อโดซิน (Mr.Konstantin Avdoshkin) อายุ 29 ปี ชาวรัสเซีย หลังกระทำความผิดข้อหาร่วมกันค้าประเวณีที่ประเทศรัสเซีย แล้วหลบหนีคดีมาอยู่ที่ประเทศไทย โดยมีเจ้าหน้าที่กงสุลรัสเซียประจำประเทศไทยเดินทางมามอบช่อดอกไม้ขอบคุณในการจับกุมดังกล่าวด้วย
พล.ต.ท.ภาณุ เปิดเผยว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีนโยบายปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่เข้ามาก่อเหตุในประเทศไทย และประสานความร่วมมือระหว่างประเทศในการติดตามจับกุมอาชญากรที่ได้กระทำความผิดแล้วหลบหนีเข้ามาซ่อนตัวในประเทศไทย กระทั่งวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา ตม.จังหวัดชลบุรี ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่กงสุลรัสเซียประจำประเทศไทย ให้ติดตามจับกุมนายคอนสแตนติน ซึ่งถูกทางการรัสเซียแจ้งข้อหาร่วมกันค้าประเวณี โดยนายคอนสแตนตินได้ร่วมกับนางการิมูลินา ค อา ชาวรัสเซีย เป็นธุระจัดหาหญิงเพื่อให้บริการทางเพศ จากนั้นนายคอนสแตนตินได้หลบหนีเข้ามาอยู่ในประเทศไทย
พล.ต.ท.ภาณุ กล่าวอีกว่า สำหรับพฤติการณ์ดังกล่าวที่นายคอนสแตนตินเป็นธุระจัดหาหญิงเพื่อบริการทางเพศนั้นค่อนข้างรุนแรง เพราะหากหญิงรายใดจะเลิกอาชีพขายบริการจะต้องจ่ายเงินจำนวน 5หมื่นรูเบิ้ล หากไม่จ่ายจะใช้กำลังทุบตีและใช้ไฟฟ้าช็อต โดยการค้าประเวณีมีดังกล่าวผู้เสียหายเป็นเยาวชนรวมอยู่ด้วย เหตุเกิดระหว่างปี 2548 - 2552 ที่เมืองคาซาน ประเทศรัสเซีย ซึ่งต่อมาทางการรัสเซียได้จับกุมตัว นางการิมูลินา ค อา ไว้ได้ และออกหมายจับ นายคอนสแตนตินไว้ กระทั่งเจ้าหน้าที่สืบทราบว่านายคอนสแตนตินหลบหนีซ่อนตัวอยู่ในเมืองพัทยา จึงนำกำลังไปจับกุม ซึ่งสามารถจับกุมได้ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี
จากการสอบสวน นายคอนสแตนติน ให้ปฏิเสธโดยอ้างว่า ตนอยู่ที่เมืองไทยมา3 ปีครึ่งแล้ว และมีภรรยาเป็นคนไทยมีลูกด้วยกัน 1 คน พักอาศัยอยู่ในเมืองพัทยาโดยตนทำงานเป็นไกด์ให้กับชาวรัสเซีย ทั้งนี้ตนไม่ได้กระทำผิดตามที่ตำรวจรัสเซียกล่าวอ้าง เนื่องจากทางตำรวจรัสเซียโกหก และต้องการเรียกรับเงินจากตนจำนวน 2 แสนบาท แต่ตนไม่ให้จึงถูกออกหมายจับ ส่วนสาเหตุที่เข้ามาประเทศไทยเพราะว่ามีเพื่อนอยู่เมืองไทยและตนชอบเมืองไทย เมื่อไทยน่าอยู่ผู้คนก็น่ารัก ตำรวจไทยก็ดี แต่ตำรวจรัสเซียไม่ดี หากถูกส่งกลับไปประเทศรัสเซียก็ยังอยากกลับเข้ามาประเทศไทยอีก
เบื้องต้นจึงแจ้งข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด จากนั้นจะทำการผลักดันส่งกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศรัสเซียต่อไป



