
รวบโจรโรคจิตลักทรัพย์กว่า10ล.
รวบ! โจรโรคจิตงัดเซฟบริษัทจิวเวลรี่ สูญกว่า 10 ล้านบาท ตำรวจบุกค้นบ้านพักพบซุกชุดชั้นในผู้หญิงนับหมื่นตัวใช้ดมก่อนลงมือก่ออาชญากรรม
16 พ.ย.55 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ,พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น. ,พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี ผบ.ก.น.2 ,พ.ต.ต.ศิรณวิชญ์ อินทร สส.สน.ดอนเมือง แถลงจับกุมนายดนัย (สงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 59/56 ซอยสุขาภิบาล 5 ซอย 76 แขวงออเงิน เขตสายไหม กทม.ในข้อหาลักทรัพย์ในเคหะสถานในเวลากลางคืน
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 04.00 น. ได้เกิดเหตุคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์งัดตู้เซฟของบริษัทบาเซล จำกัด ซึ่งประกอบกิจการทำจิวเวลรี่แบร์นบีคิว ได้ทรัพย์สินจำพวกเครื่องเพชร ,แหวน ,ตั่งหู จำนวนหลายรายการ มูลค่ามากกว่า 10 ล้านบาท หลังเกิดเหตุตำรวจชุดสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆจากภาพกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ จึงได้ข้อมูลว่าคนร้ายใช้รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีขาว รุ่น 1.6 จี ลิมิเต็ดอิดิชั่น ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เป็นยานพาหนะในการก่อเหตุลักทรัพย์ และภาพจากล้องวงจรปิดในห้องที่เกิดเหตุสามารถจับภาพคนร้ายไว้ได้ ซึ่งคนร้ายแต่งกายสวมเสื้อสีแดง กางเกงยีนส์สามส่วน สวมหมวกไหมพรมสีดำ ใส่ถุงมือ ยืนถือชะแลงและกระเป๋าใบใหญ่ จากนั้นตำรวจได้นำภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิดไปขยายผล จนสืบทราบว่าผู้ต้องหาคือนายดนัย ซึ่งเคยมีประวัติก่อเหตุชิงทรัพย์ในลักษณะนี้มาแล้ว ที่สน.ทุ่งมหาเมฆ ก่อนได้ทรัพย์สินมูลค่า 60 ล้านบาท รวมถึงเคยก่อเหตุในพื้นที่สน.พลับพลาไชย และล่าสุดได้ก่อเหตุในร้านจิวเวลรี่ดังกล่าว ระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นจับกุมบ้านพักซึ่งเป็นบ้านแฟนของผู้ต้องหา ปรากฏว่าได้พบชุดชั้นในผู้หญิงนับหมื่นตัว ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสีชมพูกระจัดกระจายอยู่เต็มบ้านพัก
พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวว่า ผู้ต้องหาได้เรียนรู้วิธีการเข้าไปโจรกรรมตู้เซฟจากในเรือนจำ เพราะเมื่อ 18 ปี ก่อนผู้ต้องหาเคยติดคุกในข้อหาลักทรัพย์จึงเรียนรู้วิธีการมาโดยใช้ชะแลงงัดตู้เซฟและมักจะใส่เสื้อแดงแขนสั้นก่อเหตุทุกครั้ง เพราะถือเป็นฤกษ์ชัยหวังไม่ให้ถูกตำรวจจับกุม เพราะก่อนหน้านี้ที่เคยถูกตำรวจ สน.พลับพลาไชย จับกุมในข้อหาลักษณะเดียวกันมาแล้วแต่ครั้งนั้นใส่เสื้อแดงแขนยาวแต่ถูกตำรวจจับกุมได้ จึงคิดว่าใส่เสื้อแขนสั้่นน่าจะโชคดีกว่าไม่ถูกตำรวจจับ โดยทรัพย์สินที่โจรกรรมาล่าสุดคนร้ายได้นำไปขายในตลาดมืดได้เงินมา 4 แสนบาท จากนั้นนำไปเล่นการพนันในบ่อนฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อเงินหมดก็จะหวนกลับมาก่อเหตุซ้ำ
สำหรับชุดชั้นในผู้หญิงที่ตำรวจไปค้นเจอในบ้านพักเป็นของกลางที่คนร้ายได้ขโมยมาจากตามหอพักหรือบ้านเรือนประชาชน จากนั้นจะนำมาสำเร็จความใคร่และจะนำมาปูนอนบนเตียงรวมทั้งใส่ไว้ในรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ และจะสูดดมทุกครั้งก่อนจะออกไปโจรกรรมทรัพย์สิน
ทางด้าน พ.ต.ต.ศิรณวิชญ์ อินทร สส.สน.ดอนเมือง กล่าวว่า จากการสอบถามญาติและภรรยาของผู้ต้องหาทราบว่าเมื่อตอนเด็กนายดนัย มักจะถูกพี่สาวจับแต่งตัวเป็นผู้หญิงจึงมักชอบชุดชั้นในผู้หญิงเป็นอย่างมาก ซึ่งที่ผ่านมาภรรยาก็ทราบเรื่องนี้ดี แต่ไม่ว่าอะไร เพราะถือว่าเป็นความชอบของสามี นอกจากนี้ล่าสุดยังขโมยชุดชั้นในของลูกสาวร้านก๋วยเตี๋ยวแถวบ้านพักของผู้ต้องหาด้วย เนื่องจากชื่นชอบเด็กสาวเป็นการส่วนตัว และชุดชั้นในที่คนร้ายเก็บสะสมไว้นับหมื่นตัวนั้นมีอายุนับสิบปี
ในส่วนของคดีโจรกรรมตู้เซฟ ทางชุดสืบสวนได้ตรวจทราบจากกล้องวงจรปิดและพบว่ารถยนต์ของคนร้ายใช้ก่อเหตุเป็นรุ่นที่ในประเทศไทยมีเพียง 671 คันเท่านั้น ทางชุดสืบสวนจึงตรวจสอบรายชื่อเจ้าของรถทั้งหมดจนพบชื่อนายดนัยเป็นเจ้าของรถ และพบว่านายดนัยเคยมีประวัติเคยก่อคดีโจรกรรมตู้เซฟมาแล้วและยังอยู่ในช่วงหนีประกันชั้นศาล โดยหลบหนีไปพักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 18/3 ซอยเลียบคลอง 2 - 25 แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กทม. ซึ่งเป็นบ้านภรรยา ตำรวจจึงขอหมายค้นเข้าตรวจสอบพบอุปกรณ์ในการก่อเหตุทั้งชะแลง ,คีมตัดเหล็กขนาดใหญ่ ,เลื่อยตัดเหล็กใบเลื่อย ,ไขควง ,ชะแลงหัวงอ ,หมวกไหมพรมสีดำ ,ถุงมือ ,กระเป๋าผ้าใบใหญ่และเสื้อสีแดง ตรงกับภาพกล้องวงจรปิด และยังพบแหวนเงินจำนวน 1 วง ตั่งหู 1 คู่ มีโค๊ต บีคิว ติดอยู่ ซุกซ่อนไว้ในรถยนต์ของผู้ต้องหา นอกจากนี้ในบ้านพักยังพบชุดชั้นในของผู้หญิงจำนวนมากจึงยึดไว้เป็นของกลาง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการแถลงข่าวผู้สื่อข่าวรายงานว่าผู้ต้องหาไม่ยอมพูดจากับใครและมีแผลได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากขณะที่ตำรวจได้บุกเข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาได้กระโดดหนีจากหน้าต่างชั้่นสอง ทำให้ได้รับบาดเจ็บกระดูกร้าวที่ขาทั้ง 2 ข้าง ซึ่งผู้สื่อข่าวถามผู้ต้องหาว่าชุดชั้นในผู้หญิงจำนวนมากนั้นขโมยมาจากที่ไหนบ้าง ผู้ต้องหาตอบเพียงว่าเป็นความชอบส่วนบุคคล จากนั้นตำรวจได้นำตัวผู้ต้องส่ง สน.ดอนเมือง เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป



