ข่าว

'สืบสวนสมัยใหม่'ตอบโจทย์'จับไม่ผิดตัว'

'สืบสวนสมัยใหม่'ตอบโจทย์'จับไม่ผิดตัว'

16 พ.ย. 2555

'สืบสวนสมัยใหม่' ตอบโจทย์..'จับไม่ผิดตัว' : ตะลุยข่าวโต๊ะรายงานพิเศษ

              สืบเนื่องจากพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก.เคยศึกษาวิจัยปัญหาในการสืบสวนของตำรวจ จนบางครั้งนำไปสู่ปัญหาการจับผิดตัว หรือขยายผลจับกุมตัวการใหญ่ไม่ได้ จึงได้รวบรวมเทคนิคการสืบสวนสมัยใหม่ โดยร่วมกับทีมงานตำรวจมือดีในต่างประเทศ นำเทคนิควิธีการสืบสวนสมัยใหม่ มาทำเป็นหลักสูตรการฝึกอบรมให้แก่ตำรวจในสังกัดกว่า 750 นาย ณ กองบัญชาการศึกษา ถนนวิภาวดีรังสิต เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

              พล.ต.ต.สรรพวุฒิพิพัฒพันธุ์ รองผบช.ก. ประธานเปิดหลักสูตรการฝึกอบรมเทคนิคการสืบสวนสมัยใหม่ กล่าวถึงหลักสูตรการฝึกอบรมครั้งนี้ว่า หลักการสืบสวนสมัยใหม่ เคยนำมาใช้ในหลายคดีและหลายเรื่อง ได้แก้ไขปัญหาการจับผิดตัวหรือออกหมายจับผิดตัวไปได้จำนวนหลายราย แต่ไม่สามารถนำเสนอข่าวต่อสาธารณะได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้แก่ข้าราชการตำรวจในวงกว้าง จึงรวบรวมความรู้และเทคนิคมาเป็นหลักสูตรการฝึกอบรมในวันนี้

              เนื้อหาวิชาว่าด้วยการสืบสวนสมัยใหม่แบ่งเป็น 15 วิชา อาทิ การใช้วิชาการตำรวจสมัยใหม่ 5 ทฤษฎี 1 หลักการ, วิทยาศาสตร์ประยุกต์, การสืบสวนเชิงรุก, การจัดการด้านข้อมูลอาชญากรรม, ประเภทของคนร้าย, ภูมิศาสตร์อาชญากรรม, การบูรณาการและการรักษาสถานที่เกิดเหตุ, แผนประทุษกรรมและลายเซ็นอาชญากร, การสังเกตการณ์และการสะกดรอยติดตาม, การอำพราง, การวิเคราะห์พฤติกรรม, ผลวิจัยในงานตำรวจ และความรู้เรื่องเหยื่อวิทยา วิธีการล่าเหยื่อของมนุษย์ ซึ่งตำรวจควรต้องรู้ว่ามนุษย์มีธรรมชาติในการล่าเหยื่ออย่างไร ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในวงการตำรวจไทยที่มีการสอนวิชาการสืบสวนสมัยใหม่นี้  

              "จากการวิจัยเกี่ยวกับงานตำรวจ พบว่า คนร้ายจะกลัวการทักทายมากกว่ากล้องวงจรปิด การใช้รถยนต์สุ่มตระเวนตรวจไม่มีผลต่อการลดอาชญากรรม รวมถึงการศึกษาพฤติกรรมมนุษย์ ภูมิศาสตร์อาชญากรรม ลายเซ็นอาชญากร ตลอดจนการบูรณาการที่เกิดเหตุ ส่วนความรู้เกี่ยวกับคนร้าย ตำรวจควรต้องรู้ว่าคนร้ายมี 4 ประเภท คือ คนร้ายปกติทั่วไป คนร้ายที่ผิดปกติทางจิต คนร้ายที่ผิดปกติทางอารมณ์ และคนร้ายสติแตก เมื่อตำรวจมีความรู้ในเรื่องต่างๆ แล้ว จึงจะสามารถสืบสวนจับกุมได้อย่างมีคุณภาพ ไม่สืบสวนผิดทาง สามารถค้นหาความจริงได้ ไม่จับผิดตัว และสืบสวนไปถึงคนร้ายรายสำคัญได้" พล.ต.ต.สรรพวุฒิกล่าว

              ด้านพ.ต.อ.กฤษณ์วาฤทธิ์ รองผบก.รน. ยอมรับว่า ครั้งแรกที่เห็นหัวข้อวิชาการสืบสวนสมัยใหม่ 15 วิชา ก็ยังไม่เข้าใจว่าแต่ละวิชามีความสำคัญเชื่อมโยงกันอย่างไร พอเรียนรู้เรื่องกรอบความคิดอาชญากรรม จึงเข้าใจว่า การสืบสวนหาตัวคนร้ายจากที่เคยใช้ประสบการณ์บอกต่อกันมาหรือการคาดเดาว่าใครน่าจะเป็นคนร้ายนั้น ยังไม่แม่นยำเท่ากับการสืบสวนสมัยใหม่ ซึ่งใช้ข้อมูลที่ได้จากที่เกิดเหตุ, พฤติกรรมของคนร้าย การวิเคราะห์เหยื่อ และความรู้ต่างๆ มาเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมของคนร้าย เพื่อนำไปสู่การสืบสวนจับกุมคนร้ายได้ง่ายขึ้นอย่างมีหลักวิชาการ

              ขณะที่ด.ต.ประจักร เปรมศิริพัฒน์ ผบ.หมู่กก.ปพ.บก.ป. ครูฝึกตำรวจคอมมานโด กองปราบปราม ยอมรับว่า การทำงานสืบสวนทุกวันนี้ ต้องมีความระมัดระวังมากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากกฎหมายปัจจุบันคุ้มครองเรื่องสิทธิมนุษยชนมากขึ้น ตำรวจจะใช้วิธีการสืบสวนอย่างที่เคยทำกันมาไม่ได้

              "เมื่อก่อนอาจใช้วิธีที่เรียกว่าโจรจับโจร ตอนนี้ทำไม่ได้แล้ว เพราะการจะไปคลุกคลีกับผู้กระทำผิด เราก็ผิดไปด้วย ตำรวจจึงต้องมีความรู้ในการสืบสวนแสวงหาพยานหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ จะใช้การคาดคะเน หรือการข่าวแต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้แล้ว" ด.ต.ประจักร กล่าว

              ร.ต.ต.เชิดศักดิ์ รัชสมบัติ รองสว.(ป.) ส.ทล กก.4 บก.ทล. กล่าวเสริมว่า รับราชการตำรวจมา40 ปี บอกได้เลยว่าไม่เคยมีใครสอนเรื่องแบบนี้มาก่อน ถือเป็นความรู้ใหม่จริงๆ ช่วยให้เราได้เปิดหูเปิดตารับรู้วิธีการสืบสวนของตำรวจที่มีความซับซ้อน การเป็นตำรวจต้องมีความรู้ ต้องศึกษามากๆ ถ้าวางรากฐานการสืบสวนให้ตำรวจอย่างถูกต้อง ก็จะทำงานอย่างถูกวิธี ไม่จับผิดตัว อยากให้ตำรวจได้มาเรียนกันมากๆ จะได้ออกไปทำเรื่องดีๆ ทำประโยชน์ให้แก่สังคม ตำรวจต้องทำดีให้สังคมดู เป็นครูให้สังคมเห็น !!

................

(หมายเหตุ : 'สืบสวนสมัยใหม่' ตอบโจทย์..'จับไม่ผิดตัว' ตะลุยข่าวโต๊ะรายงานพิเศษ)